Thanya 的个人资料~ . o O Happy Time ! O ...照片日志列表 工具 帮助

S. Thanya

职业
列表

~ . o O Happy Time ! O o . ~

9月17日

วิธีสังเกตอาการเบื้องต้น ของ มะเร็งชนิดต่างๆ

----- :

 อาการ ของการเกิดมะเร็งในอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย

1. มะเร็งปากมดลูก อาการ มีเลือดออกจากช่องคลอดทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เวลารอบเดือนปกติของคุณอาการเจ็บปวดและมีเลือดออกหลังจากมีเพศ สัมพันธ์ หากพบว่ามีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น การตรวจโดยขูด นื้อเยื่อจากบริเวณดังกล่าวไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์จะรู้ ได้

2. มะเร็งในมดลูก อาการ มีเลือดออกหลังการมีเพศสัมพันธ์ หรือบางครั้งอาจมีความรู้สึกว่ามีก้อนเนื้อหรือมีอาการบวมในช่อง ท้อ

3. มะเร็งรังไข่ อาการ ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมออนหรือการมีอาการเจ็บปวดหลังการมีเพศ สัมพันธ์>มี ปัญหา เกี่ยวกับลำไส้อาการท้องอืดอาหารไม่ย่อย น้ำหนักลดและมีอาการปวดหล

4. มะเร็งในเม็ดเลือด (ลูคีเมีย) อาการเหนื่อยง่ายและมีอาการซีดเซียวกว่าปกติมักเกิดอาการฟกช้ำดำเขียว หรือมีเลือดออกทางผิวหนังได้ง่ายโดยไม่ทราบสาเหตุและมักจะเกิดร่วมกับอาหาร ปวดตามข้อต่าง ๆ ทั่วร่างกายบางครั้งจะท้องอืดและเมื่อคลำดูจะพบว่ามีก้อนบวมที่ด้านซ้ายของ ช่องท้อง

5. มะเร็งปอด อาการ มักมีอาการไอบ่อย ๆ มีเลือดออกและมีเสมหะปนมากับน้ำลายน้ำหนักลดอย่างฮวบฮาบ เจ็บ หน้าอกและหายใจลำบากหรืออาจมีอาการหอบปนอยู่ด้วยทั้ง ๆ ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

6. มะเร็งตับ อาการ ปวดในช่องท้อง เบื่ออาหาร น้ำหนักลดตาและผิวเป็นสีออกเหลืองและเหลืองจัดจนเห็นได้ ชัด

7. มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ อาการ มีเลือดปนออกมากับปัสสาวะ

8. มะเร็งสมอง อาการ ปวดศีรษะนาน ๆ และมักมีอาการอื่นร่วมด้วยเช่นอาเจียนหรือการผิดปกติของการมองเห็น ตาพร่า และเห็นแสงเขียว ๆ แดง ๆ ลอยไปมาเวลาปวดศีรษะ อ่อนเพลียไม่มีแรง หรือ การเป็นลมโดยกะทันหันอวัยวะบางส่วนของร่างกายหยุดทำงานเช่นมีอาการชาและ เป็น อัมพาตชั่วคราวควรให้ความระวังเป็นพิเศษหากคุณเคยมีประวัติการปวดหัวที่มีอาการ เหล่านี้ประกอบอยู่ด้วย

9. มะเร็งในช่องปาก อาการ มีก้อนบวมอยู่ในปาก หรือทีลิ้นเป็นเวลานานมีแผลเปื่อยที่ปากที่ไม่ได้รับการรักษา หรือเป็นแผลเรื้อรังที่เหงือกเนื่องจากการกดทับของฟันปลอมที่ใส่ไว้ประจำ หรือเป็นเวลานาน

10. มะเร็งในลำคอ  อาการ เสียงแหบพร่าไปทันที มีก้อนบวมในทันทีทำให้รู้สึกว่ากลืนอาหารได้ลำบาก หรือมีการขยายตัวของต่อมในลำคอที่โตขึ้นจนสามารถจับและรู้สึก ได้

11. มะเร็งในกระเพาะอาหาร อาการน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วอาเจียนออกมาเป็นเลือดท้องอืดหรืออาหารไม่ ย่อย บ่อย รู้สึกเหมือนมีก้อนเนื้องอกในช่องท้องหรือรู้สึกตื้อ แม้เพิ่งจะรับประทานอาหารไปได้ไม่กี่ คำ

12. มะเร็งทรวงอก อาการมีเลือดหรือของเหลวบางอย่างไหลออกมาจากหัวนมบวมหรือผิวเนื้อทรวงอกหนา ขึ้นมีก้อนบวมจนจับได้เมื่อคลำบริเวณใต้รักแร้บางครั้งอาจมีตุ่มหรือสิวเกิด ขึ้น ที่เต้านมเป็นเวลานานควรระวังเพราะผู้หญิง 9 ใน 10 คนจะมีอาการบวมของก้อนเนื้อบริเวณทรวงอกโดยไม่ทราบสาเหตุเมื่อมีอายุมาก ขึ้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนทำให้เกิดเป็นถุงน้ำใต้ผิวหนังที่เรียก ว่าซีสต์ซึ่งควรต้องค้นหาสาเหตุของอาการบวมนั้นให้ชัดเจนเสียก่อนว่าคืออะไรกัน แน่

13. มะเร็งลำไส้ อาการ น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วมีอาการปวดท้องอย่างมากและระบบการย่อยผิดปกติ มีเลือดออกปนมากับอุจจาระ

**** ซึ่งมีวิธีสังเกตของผู้ที่มีอาการเกี่ยวกับริดสีดวงทวารอยู่แล้วคือถ้าใช้ กระดาษ ทิชชูซับแล้วเลือดมีสีแดงสดนั่นคืออาการของริดสีดวงทวารแต่ถ้าเลือดมีสีดำคล้ำ นั่นคือ อาการของโรคมะเร็งในลำไส้

14. มะเร็งต่อมน้ำเหลือง อาการมีก้อนบวมเกิดขึ้นที่ใต้รักแร้หรือใต้ขาหนีบโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไม่ ได้เกิดอาการติดเชื้อในบาง ส่วนของร่างกายมะเร็งผิวหนัง อาการมีแผลหรือแผลเปื่อยพุพองที่ไม่ได้รับการรักษาอยู่เป็นเวลานานตลอดจนไฝ หรือหูดที่โตขึ้นและมีการเปลี่ยนสีหรือรูปร่าง ขนาด นอกจากนี้อาการอันตรายอีกอย่างหนึ่งที่ เรียกว่าเมลาโนมา (Melanoma)คือ เนื้องอกที่ประกอบด้วยเซลล์ที่มีเมลานินสะสมอยู่ เช่น กระจุดด่างหรือไฝถ้าคุณมีไฝมากกว่า 50 เม็ดทั่วร่างกายหรือมีคนในครอบครัวที่มีประวัติว่าเคยเป็นโรคนี้มาก่อนคุณ จะ มีอัตราเสี่ยงสูงกว่าคนอื่นๆ ส่วนอันนี้เค้าฟอเวิร์ดติดมาด้วย

ถึง ท่าน ผู้โชคดี ขอให้ท่านนำเรื่องนี้ไปบอกต่อเป็นวิทยาทาน ท่านจะโชคดีมีความสุขตลอดกาล ตำรานี้ใช้แก้โรคมะเร็งผู้เป็นมะเร็งจะหายโดยไม่คาดคิดสำหรับมะเร็งจะหาย ภาย ใน 6 วัน

 

วิธีรักษา - ไปที่ร้านยาจีน ซื้อหัวเตย 1 ตำลึง หัวขิง 1 ตำลึงก้อนเกลือ 3 ก้อน นำมารวมกันแล้วแช่น้ำทิ้งไว้ 1 วัน ในน้ำ 1 ชาม ให้ดื่มจนหมดชาม

 

สรรพคุณ ในการรักษา - หลังจากดื่มยานี้แล้ว ควรดื่มน้ำตามมาก ๆ นำส่วนที่เหลือมารับประทาน

ยานี้ จะ ขับเอาของเสียออกทางอุจจาระหรือปัสสาวะไม่ต้องตกใจ เป็นการขับของเสียออกหมดแล้วจะ ปกติ

***ตำรานี้ห้ามซื้อขาย หรือคิดเป็นเงินค่ารักษา

และขออย่าได้เก็บไว้ เป็นส่วนตัวโดยเด็ดขาด

หากท่านผู้อื่นรับ ทราบด้วยใจศรัทธาและกุศลจิตของท่าน 

ทำ-มา-หา-กิน

ทำ มา หา กิน
(จากรายการอ๋อซียู)
   เป็นวิธีทายนิสัยของคนแบบเล่นๆขำๆ ไว้เล่นในหมู่เพื่อนฝูง ญาติสนิทมิตรสหาย ไม่ต้องซีเรียสอะไรนะ
เพราะว่ายังไงสิ่งเหล่านี้เป็นเพียง 20 เปอร์เซ็นต์ของชีวิตเท่านั้นนะจ๊ะ อีก 80 เปอร์เซ็นต์ตัวของเราเองเป็นคนกำหนดเอง

วัน

อาทิตย์

จันทร์

อังคาร

พุธ

พฤหัส

ศุกร์

เสาร์

 

ทำ

มา

หา

กิน

ทำ

มา

หา

 

เดือน

ธ.ค.

ม.ค.

ก.พ.

มี.ค.

เม.ย.

พ.ค

มิ.ย

ก.ค

ส.ค

ก.ย

ต.ค

พ.ย

 

ทำ

มา

หา

กิน

ทำ

มา

หา

กิน

ทำ

มา

หา

กิน

 

ปี

ชวด

ฉลู

ขาล

เถาะ

มะโรง

มะเส็ง

มะเมีย

มะแม

วอก

ระกา

จอ

กุน

 

ทำ

มา

หา

กิน

ทำ

มา

หา

กิน

ทำ

มา

หา

กิน

 

 

ความหมาย
ทำ ทำ, ทำให้ตัวเอง
มา มีเงินเข้า, เก็บเงินอยู่ (มีเงินเก็บ)
หา หามา คนอื่นช่วยใช้ (ถ้าได้ หาตัวเดียว หมายถึง หาให้คนในครอบครัวใช้)
กิน เพื่อนเยอะ, ชอบการกิน (ไม่ใช่ว่ากินเก่ง, แต่อาจจะชอบสรรหาของอร่อยกิน)

***ดูจากตารางแล้วแต่ละคนจะได้ 3 ตัว***
- ถ้าได้ อย่างละตัว ถือว่าสมดุลดี ที่ดีควรจะต้องมี มา” – “กินส่วน ทำ” - “หาตัวใดตัวหนึ่งก็ดี 
 -แต่ถ้าได้
ทำ+ทำ    -    ทำให้ตัวเองใช้ เวลาซื้ออะไรให้ตัวเองไม่ค่อยคิด เช่นดูที่ร้านว่าสวยก็ซื้อเลย พอมาใส่ที่บ้านไม่สวยก็ทิ้งเลย
มา+มา    -    ขี้หนียว, งก
หา+หา    -    ใช้เงินเก่ง ไม่มีความพอดี และเป็นการหามาให้คนที่ตัวเองรักใช้ เช่น ถ้าเป็นคนที่เรารักให้ได้ไม่อั้น ตัวเองไม่ค่อยมีของเก็บเป็นชิ้นเป็นอัน
ทำ+ทำ+ทำ    -ใช้เงินเก่ง ไม่มีเงินเก็บ เป็นหนี้เป็นสิน
มา+มา+มา    -  มีเงินตั้งแต่เกิด ขี้เหนียว
หา+หา+หา    -หาให้คนอื่นๆๆๆช่วยใช้ เป็นหนี้เป็นสิน
กิน+กิน+กิน   -มีเงินมาให้กินตลอด กินดี กินหรูๆก็มีปัญญากิน เพื่อนเยอะ

***อย่าลืม*** ถ้าได้แบบดับเบิ้ล หรือทริปเปิ้ล ก็ไม่ต้องซีเรียส เช่น ได้ ทำ+ทำ+กิน ก็ไม่ได้ลำบากอะไรแค่ไม่มีเงินเก็บเท่านั้นเอง เมื่อเรารู้อย่างนี้แล้วก็ต้องรู้จักประมาณตนนะจ๊ะ
 

7月5日

การดื่มน้ำเมื่อท้องว่างผ่านกระเพาะเพื่อรักษาสุขภาพที่ดี

 
            ในประเทศญี่ปุ่นทุกวันนี้เป็นที่นิยมการดื่มน้ำทันทีหลังตื่นนอนตอนเช้า
  (ก่อนแปรงฟัน) เพื่อการรักษาสุขภาพที่ดี มีการทดลองทางวิทยาศาสตร์ พบว่าน้ำสามารถใช้ชะลอ
  ความแก่ และสามารถบำบัดรักษาโรคได้ เราสามารถใช้น้ำเพื่อบำบัดรักษาโรคได้หลายโรค

          มีการพิสูจน์จนยอมรับว่าสามารถบำบัดรักษาโรคเหล่านี้ได้ผล 100%
   (ค่อยเป็นค่อยไป ต้องใช้ระยะเวลา) ปวดหัว ปวดตามตัว โรคระบบหัวใจ โรคไขข้ออักเสบ โรค
  หัวใจเต้นเร็ว โรคลมบ้าหมูี โรคอ้วน โรคหลอดลมอักเสบ โรคหืด วัณโรค อาการเยื่อหุ้มสมอง
  อักเสบ ไขสันหลังอักเสบ โรคไตและยูริก โรคแสลงคลื่นไส้ต่างๆ โรคกระเพาะ โรคท้องร่วง โรค
  ริดสีดวง โรคเบาหวาน โรคอาการท้องผูก โรคตา โรคภายในสตรี มะเร็ง และรอบเดือนไม่ปกติ
  โรคคอ หู จมูก


             วิธีการรักษา ปฏิบัติดังนี้


  1. ตื่นนอนตอนเช้า ก่อนแปรงฟัน ให้ดื่มน้ำ 4 แก้ว
      (640  ซีซี)
  2. หลังจากนั้น สามารถแปรงฟันและล้างหน้าได้
      แต่ ต้อง ไม่ดื่ม หรือรับประทานอะไร จนกว่า
      45 นาที ผ่านไป จึงจะรับประทานได้ตามปกติ
  3. หลังรับประทานอาหารเช้า กลางวัน เย็น ไปแล้ว
      15 นาที   ต้องไม่ควรดื่มน้ำ หรือรับประทานเลย
      จนกว่า 2 ชั่วโมงผ่านไป
  4. ผู้ป่วย หรือ คนชรา ที่ไม่สามารถดื่มน้ำ 4 แก้ว ก็่
      ขอให้ ค่อยๆ ดื่ม ค่อยเป็นค่อยไปเรื่อยๆ จนได้
      ครบ 4 แก้ว

                          ข้อปฏิบัติ 4 ข้อดังกล่าว จะทำให้ท่านบำบัดรักษาโรคที่เป็นอยู่ค่อยๆ
  เบา และหายขาดได้ในที่สุด วิธีนี้ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ทั้งสิ้น จะทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น
                          จากสถิติข้อมูลโรคที่บำบัดรักษาทำให้หายได้ภายในเวลาดังนี้
                          1. โรคความดันโลหิตสูง          30  วัน
                          2. โรคกระเพาะ                      10  วัน
                          3. โรคเบาหวาน                     30  วัน
                          4. โรคท้องผูก                       10  วัน
                          5. โรคมะเร็ง                        180  วัน
                          6. โรควัณโรค                        90 วัน

                          สำหรับโรคไขข้ออักเสบจะเห็นผลภายใน 3 วัน ในสัปดาห์แรกให้
  ปฏิบัติทุกวัน
  วิธีรักษาแบบนี้ไม่มีผลเสียแต่อย่างใด เพียงแต่อาจปัสสาวะบ่อยขึ้น และหลังดื่มน้ำไปแล้วประมาณ
  1-2 ชั่วโมง จะปวดปัสสาวะ ซึ่งอาจไม่สะดวกในการเดินทางบ้างเท่านั้น
                          ขอให้มีสุขภาพที่ดีทุกท่าน

        

           

 

7月4日

หลักการเขียนลายเซ็น (ภาค 2)

วิธีการแก้ไขลายเซ็น

                กรอบของลายเซ็นเน้นเฉพาะในตำแหน่งประธาน หลักการคือ

                -เขียนให้อยู่ในกรอบ

                -ตัวอักษรมีหางสามารถลากเกินกรอบได้

 

                กรอบแบบที่ 1 กลุ่มอักษรปกติ การเขียนพยัญชนะที่ถูกต้องจะต้องอยู่ในกรอบ ไม่ให้ขาดไม่ให้เกิน ถ้าเขียนเกินนอกกรอบ จะทำให้เป็นคนที่เชื่อมั่นในตัวเองมากเกินไป ถ้าเซ็นอักษรส่วนบนอยู่ห่างจากกรอบ จะทำให้ขาดอำนาจ ควรเขียนให้อยู่ในกรอบ



                กรอบแบบที่ 2 กลุ่มอักษรหางตวัดกลับ ได้แก่ จ ล ว อ

                วิธีการเขียน คือ อย่าปล่อยให้โค้งของพยัญชนะตวัดลงมาแตะตัวอักษร และลงต่ำกว่า 60 %

 


กรอบแบบที่ 3 อักษรที่มีเส้นด้านล่าง ได้แก่ ฤ ฐ เช่นคนที่มีชื่อฐานันทร์ เป็นต้น ต้องเซ็นให้รู้ว่าอยู่ในกรอบ ส่วนใหญ่จะอยู่สูงต่ำต้องถูกต้องตามวิธีเขียนถึงจะดี

                ลายเซ็นกับสุขภาพ

                หลักการแก้ไขลายเซ็นทีทำร้ายสุขภาพเรามีหลักง่าย ๆ ดังต่อไปนี้


                ห้ามเซ็นตัดหรือแทงในตำแหน่งที่ 1 ในตำแหน่งพยัญชนะหรือประธานจะเทียบท่ากับร่างกายเรา อย่าเซ็นตัดตัวหรือเซ็นแทงลงในตำแหน่งนี้ จะบอกถึงสุขภาพของผู้เซ็น เซ็นตัดตำแหน่งไฟก็จะเกิดผลร้ายที่ตำแหน่งนั้น

                การแก้ไขอักษร   

                แก้อักษร ส. เพื่อเปลี่ยนปัญหาปวดศรีษะเป็นเจ็บคอแทน

                แก้อักษร ศ.เพื่อเปลี่ยนอาการปวดศรีษะเป็นเจ็บข้อเท้าแทน

                .. เป็นอักษรที่มีเส้นแทงโดยธรรมชาติข้างบน ตำแหน่งนี้จะบอกถึงความรุนแรงของเรื่องระบบความคิดจะมีการปวดหัว วิธีการแก้ปัญหาคือ ลากเส้น ส. ให้สะบัดคล้องเพื่อตวัดขึ้นเป็นหัว จะลดอาการปวดหัวมาเป็นเจ็บคอแทน


                ส่วน ศ. ถ้าสมมุติลากจาก ค. แล้วมีอักษรแทงที่หัว จะมีอาการปวดหัว มีปัญหาเรื่องระบบความคิด วิธีการแก้คือลากเป็น ค. ไปแล้วมีเส้นแยงขึ้นไป มันจะลดความรุนแรงของการปวดหัวลงให้เหลือเป็นเจ็บขา


การแก้ไขเหลี่ยมคมในพยัญชนะ

                เหลี่ยมคมในพยัญชนะหมายถึง ความก้าวร้าว แข็งกร้าว รุนแรง การต่อสู้ปะทะ การลบเหลี่ยมคมช่วยบรรเทาลักษณะดังกล่าวลง

                ตัวอักษรในลายะเซ็นส่วนมากจะมีรูปทรงแหลมคมหรือเหลี่ยมมุม ซึ่งรูปทรงเหล่านี้เป็นลักษณะของความแข็งกร้าว การต่อสู้ ปะทะ การโต้แย้ง ซึ่งจริง ๆ แล้วจะว่าไม่ดีก็ไม่เชิง ซึ่งลักษณะอันนี้อาจจะเหมาะสมกับอาชีพตำรวจทหาร แต่ถ้าคนทั่วไปวิธีการแก้ปัญหาคือ อาจจะเปลี่ยนเป็นโค้งมน เพื่อลดความรุนแรง


                จากากรที่เราได้ทราบเบื้องต้นเกี่ยวกับการใช้ลายเซ็น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ตัวอักษร องค์ประกอบตัวอักษร และการแก้ไขลายเซ็นแบบต่าง ๆ เมื่อท่านได้อ่านแล้ว ท่านสามารถนำไปปรับเปลี่ยนจากลายเซ็นเดิมของท่าน ซึ่งอาจจะไม่ดี แต่เมื่อเราปรับเปลี่ยนแล้วจะดีขึ้น ให้นำส่วนที่เสียออกไป สิ่งที่เหลือจะเป็นสิ่งที่ดี

การใช้ลายเซ็นเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ตัวผู้ใช้ลายเซ็น ต้องเป็นคนดีด้วย ลายเซ็นจึงจะสมบูรณ์

 

หลังการเขียนลายเซ็นแบบง่าย ๆ

ถูกต้องตามลักษณะและเป็นลายเซ็นที่ดีควรจะทำอย่างไรบ้าง

                1.ต้องใช้สติในการเขียน ให้เขียนลายเซ็นด้วยสติ อย่าใช้อารมณ์เขียนเขียนจรดปากกาอย่างมีสติ ควบคุมเส้นให้มั่นคงและเขียนตามโครงสร้างของลายเซ็น การเขียนแบบหวัดมากมันจะมีผลต่อการเขียนลายเซ็น เพราะว่าอารมณ์เราคอนโทรลต้องใช้สติคอนโทรล มันถึงจะทำให้คุณมีพลังในการเขียน

                2.เริ่มเขียนจากพยัญชนะนำตำแหน่งที่ 1 เขียนให้ใหญ่ เต็มตัวแบบสมบูรณ์ และหัวในพยัญชนะหรือสระที่มีหัว คือเรื่องของความคิดในเชิงสร้างสรรค์


ถ้ามีหัวควรจะเซ็นให้มีหัว ถ้าไม่มีหัวอย่าเติม ไม่เซ็นให้ขาหรือเกิน เช่น ส. ต้องเป็น ส.ที่มีหาง ไม่ใช่ ล.ลิง หรือการเซ็น ค. เซ็นเป็น ศ.ศาลาเป็นต้น


                และที่สำคัญคืออย่าเขียนย้อนกลับมา เพราะจะหมายถึงความคิดแปรปรวน


 

                3.ตำแหน่งบริวารเว้นวรรคกับตำแหน่งประธาน (ตำแหน่ง 1 กับ 2) เว้นช่องไฟขนาดเศษหนึ่งส่วนสองของตัวอักษร อย่าเซ็นให้ติดกัน


                ลายเซ็นให้มีขนาดเล็กกว่าตำแหน่งที่ 1  ให้อยู่ในตำแหน่งที่ 2.1

                ถ้าอยู่ในตำแหน่ง 2.2 ก็จะทำให้ตำแหน่งของพยัญชนะนำหรือประธานล้ำมาอยู่ในโซนต่ำ แสดงว่าบริวารจะมีอิทธิพลเหนือกว่าตัวเรา

 


                หรือถ้าตำแหน่งที่ 2 ไม่มีช่องไฟกับตำแหน่งที่ 1 ก็จะแสดงว่าบริวารและตัวเราเข้ามาพัวพันหรือเข้ามามีอิทธิพลต่อเรา ซึ่งอาจจะเป็นทางร้ายก็ได้


 

                4.เว้นช่องไฟให้ถูกต้อง ขนาดของตำแหน่งช่องไฟระหว่าง 1 กับ 2 และ 4 กับ 5 ควรมีขนาดเศษหนึ่งส่วนสองของตัวอักษร

 


                ส่วนช่องไฟระหว่าง 2 กับ 4 ควรมีขนาดเท่ากับหนึ่งตัวอักษร เทียบจากขนาดตัวอักษรในการเซ็นของคุณ

                การเว้นระยะที่เหมาะสมของช่องไฟในแต่ละชุดจะทำให้ชีวิตคุณดำเนินได้อย่างไม่สมดุล ไม่วุ่นวาย

 



 

                5.ตำแหน่งพยัญชนะนำของนามสกุลต้องมีขนาดเท่ากับ 1 หรือไม่น้อยกว่าเศษสามส่วนสี่ของตำแหน่งที่ 1 และควรเขียนให้มีความสมบูรณ์ครบถ้วน

                ในอีกความหมายหนึ่งของตำแหน่งที่ 1 และ 4 ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญ ตำแหน่งที่ 1 คือหมายถึงหาทรัพย์เข้ามา และตำแหน่งที่ 4 หมายถึง การจ่ายออก


                ถ้า 1 เล็กกว่า 4  ก็แปลว่าหาได้น้อยกว่าจ่าย ซึ่งจะทำให้เกิดความไม่สมดุลทางด้านการเงิน

                6.เว้นวรรคตำแหน่ง 4 กับ 5 ตำแหน่งพยัญชนะนำต้องเว้นช่องไฟให้กับบริวาร ตำแหน่งญาติพี่น้อง ลูกหลานก็มีหลักการเดียวกัน

 


 


 

                เว้นระยะช่องไฟระหว่าง 4 กับ 5 ขนาดเศษหนึ่งส่วนสองตัวอักษร เซ็นให้ตัวเล็กกว่า 4 และอยู่ในตำแหน่งที่ 5.1 อย่าเซ็นให้ติดกัน

                7.การเซ็นสระและวรรณยุกต์ต้องเซ็นที่หลัง สระที่อยู่ในชื่อมักจะทำให้รูปแบบของลายเซ็นเสียหาย และเป็นเรื่องที่ควบคุมยาก  สระเอกับสระแอที่นำหน้าส่วนใหญ่มักจะลากเป็นกำแพง ดังนี้


                หลักในการเขียนสระและวรรณยุกต์คือ ให้เซ็นหลังสุดหลังจากที่เขียนชื่อแล้วและเขียนนามสกุลแล้ว ไม่ให้สระเออยู่สูงกว่าพยัญชนะนำ ยกเว้นสระ โ ไ ใ ซึ่งอยู่สูงกว่าธรรมชาติ เพราะฉะนั้นการเขียนสระทีหลังเพื่อให้เรามีสติควบคุมเส้นไม่ให้เกินตำแหน่งที่กำหนดไว้


 

                และนี่คือเป็นหลักการของการเขี่ยนลายเซ็น ถ้าคุณเลือกเซ็นลายเซ็นอย่างนี้ละก็ รับรองว่าลายเซ็นคุณสมบูรณ์แน่นอน

 

ลักษณะต้องห้ามในลายเซ็น

                1.เซ็นตัดตัวเอง ห้ามเซ็นตัดตัวเองในตำแหน่งที่ 1 จะมีความหมายไม่ดีต่อสุขภาพ ร่างกาย เป็นการตัดหือทิ่มแทงตัวเอง

                หรือเซ็นตัดทุกตำแหน่ง ต้องแก้ไขนะ เป็นเรื่องที่ซีเรียสมากสำหรับลายเซ็น  เดี่ยวจะขยายความเรื่องลายเซ็นกับสุขภาพ

                ตัวอย่างลายเซ็นตัดตัวเอง


                2.เซ็นเป็นเส้นแทง เส้นแทงมีความหมายถึงการทำร้ายตำแหน่งของตัวเอง  ตัวอย่างเส้นแทงที่พบบ่อยคือ  เกิดจากรูปแบบตัวอักษร    .   .

เกิดจากวิธีการเขียน  .  .

 


เส้นที่เกิดจากการลากตวัดมือ


 

3.เซ็นพยัญชนะเกินกรอบ ไม่มีอักษรส่วนเกินอกนอกเส้นกรอบ เดี๋ยวจะอธิบายเรื่องกรอบของพยัญชนะ แต่หลักการคืออย่าเขียนออกนอกกรอบและเขียนเกินตัวอักษร

 


                4.เซ็นพันกัน อย่าเซ็นพันกัน ลายเซ็นที่มีลักษณะที่พันกันยุ่งเหยิงเหมือนเส้นด้าย เปรียบเสมือนชีวิตที่พบกับความยุ่งยาก ไม่สามารถสะสางปัญหาได้ และจะมีอุปสรรคในชีวิต ขาดระบบระเบียบ ขาดการจัดการ ระบบความคิดไม่ดี ส่วนมากลายเซ็นแบบนี้จะเป็นโรคประสาท

 


                5.เซ็นสระยาวเกินไป อย่าลากสระยาวเกินความจำเป็น การลากสระอุ สระอู ยาวเกินไปจะบ่งบอกถึงว่า ลายเซ็นส่วนใหญ่อยู่ในโซนต่ำ สิ่งเหล่านี้จะบอกถึงเรื่องอดีตเก่า ๆ ที่ผ่านมา


                6.เซ็นตัวอักษรขาด อย่าลากตัวอักษรขาด หมายความว่า เซ็นพยัญชนะเดียวแต่ยกปากกาขึ้น ทำให้ตัวพยัญชนะขาดออกจากกัน เช่น คำว่า ปกรณ์แบบนี้ จะทำให้พยัญชนะนำของตัวอักษรสำคัญขาด อันนี้เสียหายมาก เป็นอันตรายทีเดียว

                หรือย่างเช่น ทศธรรม ถ้าเขียนอย่างนี้ ความไม่สมบูรณืของตัวอักษรตัวพยัญชนะประธานก็คือความไม่สมบูรณ์ของตัวคุณเอง


                7..เซ็นสระที่อยู่หน้าเป็นกำแพง อย่าเซ็นสระเป็นกำแพงกั้นตัวเอง อย่างที่อธิบายไปแล้วในวิธีการเซ็นสระ ซึ่งบางคนอาจจะเห็นว่ายุ่งยากก็สามารถตัดออกจากลายเซ็นได้นะครับ โดยไม่เสียหายสามารถ็สามารถอะไร



                8.เซ็นกลับหลัง อย่าเซ็นกลับหลัง เช่น เซ็น ส. แทนที่จะเป็น ส. ก็เซ็นเป็น s การทำแบบนี้ทำให้ระบบต่าง ๆ ในความคิดผิดปกติ พยัญชนะขาดพลังและขาดทิศทางที่ถูกต้อง

 

หลักการเขียนลายเซ็น (ภาค 1)

เรื่องการเปลี่ยนลายเซ็นนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล บางคนก็ว่า ตัวองเซ็นดีแล้ว แต่บางคนคิดอยากจะแก้ไขเปลี่ยนแปลง ถ้าหากการเปลี่ยนลายเซ็นทำให้ชีวิตคุณเปลี่ยนแปลงและดีขึ้นภายในสามเดือนโดยไม่ทำให้ใครเดือดร้อนและไม่ต้องเสียงินเสียทอง คุณจะไม่สนใจบ้างหรือครับ

ความสำคัญของลายเซ็น

                ลายเซ็นมีความสำคัญ บางคนมาทำงานตอนเช้า เซ็นลายเซ็นแต่ไม่รู้ว่ามันบอกอะไรได้บ้าง ลายเซ็นของคุณเป็นสัญลักษณ์และเครื่องหมายบ่งบอกว่าคุณเป็นคนอย่างไร เป็นตัวแทนของคุณดังนี้

                ลายเซ็นสามารถบอกได้ถึง

1.ชีวิตของผู้เซ็น

2.สุขภาพ

3.บุคลิกภาพ

4.บริวาร

5.ฐานะทางการเงิน (ฐานะ ความมันคง การดำเนินชีวิต)

                โครงสร้างของลายเซ็น

                1.ประธาน

                2.บริวาร

                3.ช่องไฟ

                4.สกุล

                5.เครือญาติ

 

                ตำแหน่งประธาน หมายถึง พยัญชนะตัวแรกของเราถือว่าเป็นตำแหน่งของเรา ตำแหน่งที่สองคือบริวาร หมายถึงญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงบริวารต่าง ๆ ต่อไป คือช่องไฟ และตามด้วยนามสกุล  นามสกุลเป็นพยัญชนะตัวแรกของเรา แล้วก็ตามด้วยเครือญาติ

                ลายเซ็นของเรามีหลายตำแหน่ง แต่ว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือประธาน ประธานคือตำแหน่ง 1 เราต้องเขียนตัวประธานให้ใหญ่ เช่น ผมชื่อชาญณรงค์ ผมต้องเขียนพยัญชนะ ช. ให้อยู่ในกรอบของหมายเลข 1 และตามด้วยบริวาร หมายเลข 2 จำเป็นที่จะต้องเขียนเว้น อย่าเชื่อมติดกับประธาน เพราะอะไร ปกติหลายคนเขียนชื่อและก็บริวารติดกัน ความหมายก็คือบ่งบอกถึงเรื่องความผูกพันกับบริวารเดี่ยวเราจะกล่าวถึงช่วงต่อไป

 

                ตำแหน่งต่อไปคือตำแหน่งที่ 3 ช่องไฟ ง่าย ๆ คุณเพียงแค่เอาปากกาของคุณวางทาบ เว้นช่องไฟให้เท่ากับหนึ่งช่องปากกา และตัวต่อไปคือสกุล หมายเลข 4 พยัญชนะ พยัญชนะตัวแรกของคุณเป็นอะไร เช่น ผมนามสกุลขันทีท้าว ผมจะเขียน ข.จะอยู่ตำแหน่งเดียวกับประธาน แต่ว่าขนาดจะไม่เท่ากับประธานจะอยู่ประมาณ 3 ใน 4 และตัวต่อไปก็เป็นเครือญาติ คือบริวารในครอบครัว

                คุณเขียนนามสกุลยาวบ่งบอกถึงเรื่องบางอย่างในเครือญาติ เงินทอง ชื่อ เสียง เกียรติยศ ของคุณ

 

 

                โครงสร้างของลายเซ็นตามช่วงอายุ

                เราพูดถึงโครงสร้างลายเซ็นไปแล้วนะครับ ต่อไปเราจะเขียนลายเซ็นยังไงตามกฎเกณฑ์อายุ ผมตั้งไว้อย่างงี้ครับ เรามักเริ่มเขียนลายเซ็นตั้งแต่อายุ 15 จนถึงอายุ 35 ปี ผมถือว่าช่วงชีวิตของคนเราอยู่ในเกณฑ์ 70 ปี 35 ปี คือครึ่งของชีวิต เพราะฉะนั้น ช่วงต้นของชีวิตเราจะต้องเขียนพยัญชนะชื่อเราให้ยาวกว่า นามสกุล อย่างงี้ครับ

                กฎเกณฑ์ของลายเซ็นอายุต่ำกว่า 35 ปี ควรเซ็นชื่อให้ยาวกว่านามสกุล สามารถเซ็นได้ 2 วิธี

                1.เซ็นเฉพาะชื่ออย่างเดียว

                2.เซ็นชื่อและนามสกุลย่อ

 

                พอเมื่ออายุเลย 35 ปีไปแล้ว คนจีนบอกว่าตกที่ตา หมายถึงว่าการเจริญเติบโตก้าวหน้า เราจะเขียนพยัญชนะชื่อเราสั้นกว่านามสกุล

 

                กฎเกณฑ์ลายเซ็นอายุ 35 ปีขึ้นไป


                ให้เซ็นนามสกุลยาวกว่าชื่อ และในกรณีที่ชื่อยาวกว่านามสกุล ให้เซ็นชื่อแบบย่อ  และนามสกุลเต็ม

 

โซนของลายเซ็น

                พูดถึงโซนของลายเซ็นมีความสำคัญยังไง หลายคนอาจจะไม่รูว่า ผมเขียนตรงนี้มันคืออะไร เป็นยังไง ตรงนี้ลากยาวลงมาคืออะไร

                ความหมายของโซนในลายเซ็นแบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน

                สูง           จะเกี่ยวกับเรื่องอนาคต จินตนาการ

                กลาง        หมายถึงปัจจุบัน

                ต่ำ            หมายถึงอดีต กรรม ภาระ เรื่องเก่า ๆ

 

 

 


 

 

                โซนกลางจะเป็นโซนที่เรียกว่า เป็นอักษรที่ใช้มากที่สุด เป็นพยัญชนะที่ใช้เป็นปกติ

                ส่วนโซนต่ำจะเป็นเรื่องของสาระ เป็นเรื่องของอดีตชาติ ความหลัง กรรม ภาระ จิตใต้สำนึก และกามารมย์ หรือวัตถุนิยม รวมกันอยู่ในตำแหน่งของโซนต่ำ

                ส่วนโซนสูง บ่งบอกในเรื่องของจินตนาการ ความฝัน อนาคต วิสัยทัศน์ อุดมคติ คุณธรรม ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องเพ้อฝัน อิมเมจิ้นทั้งหมด ยกตัวอย่างเช่น


                ลายเซ็นอย่างนี้ ตรงกลางนี้คือโซนกลางหมดเลย ข้างล่างนี้คืออดีต ข้างตนนี้คืออนาคต

                บางคนอย่างชื่อ อมร ไม่มีสระเลย เวลาเขียนเขียนลาก (ตามตัวอย่าง) ซึ่งจริง ๆ  แล้วอมรมีแค่พยัญชนะ แต่ขาลากตำแหน่งบริวารลงมา แสดงว่าคนนี้เป็นคนค่อนข้างคิดถึงเรื่องบริวารเก่า ๆ ที่มีปัญหากับเก่า เพราะตำแหน่งบริวารเข้ามาติดอยู่ด้านหลังของพยัญชนะเรา อันนี้บอกสัญลักษณ์ได้เลยว่า มีปัญหากับบริวารและจะทำให้คุณไม่สบาย ปวดหลัง ตำแหน่งนี้เสีย


                เพราะฉะนั้น ถ้าเราจะดูโซนของการเขียนลายเซ็น พยัญชนะอยู่ตัวกลางลากลงมาตำแหน่งข้างล่างเนี่ยเป็นเรื่องอดีตเก่า ๆ

                สมมุติว่าผมเขียนชื่อชาญณรงค์ ผมเขียนตัว ช. อย่างงี้ ผมลากอย่างงี้ (ตามตัวอย่างข้างบน) อันนี้บอกเลยว่า ชาญณรงค์แยกออกมาจริง แต่ว่าบริวารของคุณชาญณรงค์มาถึงเรื่องอดีตเก่า ๆ แล้วก็เป็นคนแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี แต่ว่าไม่วายคิดถึงเรื่องอดีต

                แต่ถ้าหากว่าคุณชาญณรงค์เขียนตามตัวอย่างข้างล่าง คุณชาญณรงค์มีจินตนาการมาก และมีชั้นเชิง ประกอบกับมีบริวารที่มีจินตนาการหรือมีพลังมากกว่าคุณชาญณรงค์ เพราะแนวตลอดข้างบนนี้เป็นเรื่องของอนาคตเรื่องของจินตนาการ แนวข้างล่างเป็นอดีต


                ความลาดเอียงของลายเซ็น

                ความลาดเอียงของลายเซ็นแบ่งออกเป็น 3 แบบด้วยกัน

                1.ลายเซ็นเอียงขึ้น

                2.ลายเซ็นแนวระนาบ

                3.ลายเซ็นเอียงลง

 

                ลายเซ็นเอียงขึ้น ลายเซ็นแบบนี้บ่งบอกถึงความทะเยอทะยาน มุ่งไปสู่อนาคต กล้าได้กล้าเสีย มีความมั่นใจสูง



                ลายเซ็นแนวระนาบ แสดงถึงความมั่นคงทางอารมณ์และจิตใจ หนักแน่น มีวินัย มีการควบคุมตัวเองได้อย่างดี เป็นลายเซ็นที่ดี ละเอียด ประณีต รอบคอบ ลึกซึ้ง

 

 

                ลายเซ็นเอียงลง น้อยคนที่จะเขียน บ่งบอกถึงจิตใจต่ำ หดหู่ มองโลกในแง่ร้าย ขาดเพื่อน ขาดสังคม คนที่เซ็นลายเซ็นอย่างนี้จะค่อนข้างไม่ประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน

 


ความลาดเอียงของตัวอักษร

                ความลาดเอียงของตัวอักษรแบ่งออกเป็น

                1.เอนขวา (ตำแหน่ง ก.,.)

                2.ตั้งตรง (ตำแหน่ง ค.)

                3.เอนซ้าย (ตำแหน่ง ง.,.)


ความลาดเอียงของตัวอักษรมีความหมายหลายอย่าง ผมจะใช้สัญลักษณ์ ก.,.,.,.,. ถ้าสมมุติว่าคนเขียนลายเซ็นเป็นลายเซ็นที่ตรงอย่างตำแหน่ง ค. บ่งบอกถึงความมั่นคง ยึดมั่น

 

 


 

               

 


แต่สวนมากคนถนัดขวาจะเขียนเอียงไปทางขวามือ อย่างตำแหน่ง ง. ก็เป็นคนอ่อนไหว เป็นคนที่เซ็นซิทีฟ อ่อนไหว อารมณ์คล้อยตามจินตนาการ

 

 


                ยิ่งเอียงมาก ตำแหน่ง จ.ยิ่งมีอารมณ์อ่อนไหวมาก หลงใหล คลั่งใคล้  เพ้อฝันมาก


                แต่ถ้าไม่เอียงขวา ไปเอียงทางซ้าย ตำแหน่ง ข. จะหมายถึงว่าเป็นคนเชื่อมั่นในตัวเอ


 ค่อนข้างทะเยอทะยานสูง

 

                ถ้ายิ่งเอียงมากไปตำแหน่ง ก.หยุมหยิม คิดเล็กคิดน้อย แล้วเป็นคนที่เอาตัวเองเป็นหลัก

               

 

 

ขนาดของลายเซ็น


                ขนาดของลายเซ็นมีความสำคัญครับ ถ้าเขียนลายเซ็นใหญ่ (ตามตัวอย่างลายเซ็นแรก) จะบ่งบอกว่าเป็นคนที่มีพลังอำนาจยิ่งใหญ่

 

 

                แต่ถ้าเขียนลายเซ็นผมและสูง (ตามตัวอย่างลายเซ็นที่สอง) บ่งบอกว่าเป็นคนใจแคบ เป็นคนไม่มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี และเป็นคนที่มองโลกในแง่ร้าย

                ยิ่งเขียนตัวเล็ก (ตามตัวอย่างลายเซ็นที่สาม) บ่งบอกถึงศักยภาพของตัวเองว่า ทำงานใหญ่ไม่ได้ พยายามจะปิดบังพยามยามจะไม่อยากให้ใครรู้เรื่องราวบางสิ่งบางอย่าง ไม่มีสิทธิ์ใหญ่

                เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือพยัญชนะต้องเขียนใหญ่

 

7月2日

TEN TIPS FOR EARTHQUAKE SAFETY

1) Almost everyone who simply "ducks and covers" when buildings collapse are crushed to death.
People who get under objects, like desks or cars, are crushed.


1) เกือบทุกคนที่ "มุดและหาที่กำบัง" เมื่ออาคารถล่มถูกทับอัดจนตาย  คนที่เข้าไปอยู่ใต้สิ่งของ
อาทิ โต๊ะหรือรถยนต์ถูกอัดทับ


2) Cats, dogs and babies often naturally curl up in the fetal position.
You should too in an earthquake.  It is a natural safety/survival instinct.
You can  survive in a smaller void. Get next to an object, next to a sofa,
next to a large bulky object that will compress slightly but leave a void next to it.


2) แมว หมา และเด็กทารก โดยธรรมชาติมักจะขดตัวในท่าเหมือนอยู่ในครรภ์มารดา  คุณควรทำเช่น
กันในกรณีแผ่นดินไหว  มันเป็นสัญชาติญาณเพื่อความปลอดภัย/รักษาชีวิต  คุณสามารถมีชีวิตรอดในช่อง
ว่างที่เล็กกว่า ไปอยู่ข้างๆ สิ่งของ ข้างเก้าอี้โซฟา ข้างของหนักๆ ชิ้นใหญ่ๆ ที่จะบี้แบนไปบ้างแต่ยัง
เหลือที่ว่างข้างๆ มันไว้


3) Wooden buildings are the safest type of construction to be in during an earthquake.
Wood is flexible and moves with the force of the earthquake. If the wooden building does
collapse, large survival voids are created. Also,  the wooden building has less concentrated,
crushing weight. Brick buildings will break into individual bricks. Bricks will cause many
injuries but less squashed bodies than concrete slabs.


3)  อาคารไม้เป็นสิ่งก่อสร้างที่ปลอดภัยที่สุดที่จะอยู่ภายในขณะแผ่นดินไหว ไม้มีความยืดหยุ่นและเคลื่อน
ตัวตามแรงของแผ่นดินไหว  ถ้าอาคารไม้จะถล่มจะเกิดช่องว่างขนาดใหญ่เพื่อช่วยชีวิต  และอาคารไม้
ยังมีน้ำหนักทับทำลายที่เป็นอันตรายน้อยกว่า  อาคารอิฐจะแตกพังเป็นก้อนอิฐมากมาย  ก้อนอิฐเหล่านี้
เป็นสาเหตุของการบาดเจ็บ แต่จะทับอัดร่างกายน้อยกว่าแผ่นคอนกรีต


4) If you are in bed during the night and an earthquake occurs, simply roll off the bed.
A safe void will exist around the bed. Hotels can achieve a much greater survival rate in earthquakes,
simply by posting a sign on the back of the door of every room telling occupants to lie down on the floor,
next to the bottom of the bed during an earthquake.


4) หากคุณกำลังนอนอยู่บนเตียงตอนกลางคืนและเกิดแผ่นดินไหว เพียงกลิ้งลงจากเตียง ช่องว่างที่
ปลอดภัยจะเกิดรอบๆ เตียง  โรงแรมจะสามารถเพิ่มอัตราผู้รอดชีวิตจากแผ่นดินไหวได้ โดยเพียงติด
ป้ายหลังประตูในทุกห้องพักบอกให้ผู้เข้าพักนอนราบกับพื้นข้างๆ ขาเตียงระหว่างแผ่นดินไหว


5) If an earthquake happens and you cannot easily escape by getting out the door or window,
then lie down and curl up in the fetal position next to a sofa, or large chair.


5) หากมีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นและคุณไม่สามารถหนี้ออกมาง่ายๆ ทางประตูหรือหน้าต่าง  ก็ให้นอนราบและ
ขดตัวในท่าทารกในครรภ์ข้างๆ เก้าอี้โซฟาหรือเก้าอี้ตัวใหญ่ๆ


6) Almost everyone who gets under a doorway when buildings collapse is killed. How ?
If you stand under a doorway and the doorjamb falls forward or backward you will be
crushed by the ceiling above. If the doorjamb falls sideways you will be cut in half
by the doorway. In either case, you will be killed!


6) เกือบทุกคนที่อยู่ตรงช่องประตูตอนตึกถล่มไม่รอด เพราะอะไร?  หากคุณยืนอยู่ตรงช่องประตู
และวงกบประตูล้มไปข้างหน้าหรือข้างหลัง คุณจะโดนเพดานด้านบนตกลงมาทับ หากวงกบประตู
ล้มออกด้านข้างคุณจะถูกตัดเป็นสองท่อนโดยช่องประตู ไม่ว่ากรณีไหน คุณไม่รอดทั้งนั้น!


7) Never go to the stairs. The stairs have a different "moment of frequency"
(they swing separately from the main part of the building).The stairs and remainder of the building
continuously bump into each other until structural failure of the stairs takes place. The people who
get on stairs before they fail are chopped up by the stair treads - horribly mutilated. Even if the building
doesn't collapse, stay away from the stairs. The stairs are a likely part of the building to be damaged.
Even if the earthquake does not collapse the stairs, they may collapse later when overloaded by fleeing
people. They should always be checked for safety, even when the rest of the building is not damaged.


7) อย่าใช้บันไดเด็ดขาด บันไดมี "ช่วงการเคลื่อนตัว" ที่แตกต่างไป
(บันไดจะมีการแกว่งแยกจากตัวอาคาร)  บันไดและส่วนที่เหลือของตัวอาคารจะชนกระแทกกันอย่างต่อ
เนื่องจนเกิดปัญหากับโครงสร้างของบันได คนที่อยู่บนบันไดก่อนที่บันไดจะถล่มถูกตัดเป็นชิ้นโดยชั้น
บันได--ถูกแยกส่วนอย่างน่าสยดสยอง  ถึงอาคารจะไม่ถล่มก็ควรอยู่ห่างบันไดไว้ บันไดเป็นส่วนของ
อาคารที่มีโอกาสถูกทำให้เสียหาย ถึงแม้แผ่นดินไหวจะไม่ได้ทำให้บันไดถล่ม มันอาจถล่มในเวลาต่อมา
เมื่อรับน้ำหนักมากเกินไปจากคนที่กำลังหนี้  มันควรได้รับการตรวจสอบความปลอดภัยเสมอ ถึงแม้ส่วน
ที่เหลือของอาคารจะไม่ได้รับความเสียหายก็ตาม


8) Get near the Outer Walls Of Buildings or Outside Of Them if possible.
It is much better to be near the outside of the building rather than the interior.
The farther inside you are from the outside perimeter of the building the greater
the probability that your escape route will be blocked.


8) ไปอยู่ใกล้กำแพงด้านนอกของอาคารหรือออกจากอาคารถ้าเป็นไปได้  จะเป็นการดีกว่ามากที่จะอยู่
ใกล้ส่วนนอกของอาคารมากกว่าจะอยู่ที่ส่วนในของอาคาร  คุณยิ่งอยู่ลึกเข้าไปหรือไกลจากบริเวณภาย
นอกของอาคารมากเท่าไหร่ โอกาสที่ทางหนี้ของคุณจะถูกปิดกั้นยิ่งมีมาก


9) People inside of their vehicles are crushed when the road above falls in an earthquake and
crushes their vehicles; which is exactly what happened with the slabs between the decks of the
Nimitz Freeway. The victims of the San Francisco earthquake all stayed inside of their vehicles.
They were all killed. They could have easily survived by getting out and sitting or lying
next to their vehicles. Everyone killed would have survived if they had been able to get out of
their cars and sit or lie next to them. All the crushed cars had voids 3 feet high next to them,
except for the cars that had columns fall directly across them.


9) คนที่อยู่ภายในรถยนต์ถูกทับอัดเมื่อถนนด้านบนตกลงมาเพราะแผ่นดินไหวและทับรถของพวกเขา นี้เป็น
สิ่งที่เกิดขึ้นกับแผ่นคอนกรีตระหว่างชั้นของถนนหลวงนิมิทซ์  ผู้เคราะห์ร้ายทั้งหมดจากแผ่นดินไหวที่ซาน
ฟรานซิสโกอยู่ในรถของตัวเอง  พวกเขาตายทั้งหมด พวกเขาสามารถมีชีวิตรอดได้ง่ายๆ ด้วยการออก
จากรถและนั่งหรือนอนราบอยู่ข้างๆ รถตัวเอง คนที่ตายทุกคนอาจรอดได้ถ้าพวกเขาสามารถออกจากรถ
และนั่งหรือนอนราบอยู่ข้างรถตัวเอง รถที่ถูกทับอัดทุกคันมีช่องว่างสูง 3 ฟุตอยู่ข้างๆ ยกเว้นรถที่ถูกเสา
คาดตกทับกลางคันรถ


10) I discovered, while crawling inside of collapsed newspaper offices and other offices with a lot of paper,
that paper does not compact.  Large voids are found surrounding stacks of paper.


10) ผมค้นพบ--ขณะที่คลานเข้าไปในซากสำนักงานหนังสือพิมพ์และสำนักงานอื่นที่มีกระดาษจำนวน
มาก--ว่ากระดาษไม่อัดตัว จะพบช่องว่างขนาดใหญ่รอบๆ กองกระดาษที่เรียงทับซ้อนกัน
Spread the word and save someone's life.  กระจายข้อมูลนี้และช่วยชีวิตคนบางคน

6月29日

ข้อควรรู้เกี่ยวกับมะเร็ง 16 ประการ

1. ทุกคนมีเซลล์มะเร็งอยู่ในร่างกาย เซลล์จำพวกนี้จะไม่สามารถตรวจหาพบโดยเครื่องมืออทางการแพทย์
จนกว่าจะมีปริมาณเซลล์เป็น 2-3 ร้อยล้านเซลล์

หากไปพบหมอ แล้วหมอบอกว่าคุณไม่มีเซลล์มะเร็งในร่างกายหลังจากการตรวจ
นั่นแค่หมายความว่า เครื่องมือทางการพทย์ไม่สามารถตรวจพบเซลล์มะเร็งได้
เนื่องจากขนาดของเซลล์มะเร็งยังไม่มากพอ หรือขาดยังไม่ใหญ่พอให้เครื่องมือตรวจเจอ

2.
เซลล์มะเร็ง เกิดขึ้นมาก ถึง 6 -10 ครั้ง ใน 1 ช่วงชิวิตของมนุษย์

3.
เมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรง เซลล์มะเร็งก็จะถูกทำลาย
เพื่อป้องกันไม่ให้เซลล์มะเร็งขยายตัว และสร้างก้อนเนื้อร้าย

4.
เมื่อคนไข้ ถูกบ่งชี้ว่าเป็นมะเร็ง แสดงให้เห็นว่ามีการขาดสารอาหารบางชนิด หรือ โภชนาการไม่ดี
ซึ่งอาจเกิดจากกรรมพันธุ์ สิ่งแวดล้อม อาหาร หรือปัจจัยอื่นในการดำรงชีวิต

5.
การเอาชนะเซลล์มะเร็ง สามาถทำได้โดยการสร้างความแข็งแกร่งให้เซลล์เม็ดเลือดขาว หรือระบบภูมิคุ้มกัน ของร่างกาย

6.
การให้คีโม หรือสารเคมีบางชนิด เป็นทำให้เซลล์มะเร็งถูกทำลายอย่างรวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกันก็ทำลายเซลล์ที่ดีของร่างกายไปด้วยอย่างรวดเร็ว
ซึ่งเป็นอาจทำลายระบบของอวัยวะสำคัญไปด้วย เช่น ตับ ไต หัวใจ หรือปอด

7.
การฉายรังสี ก็จะทำลายเซลล์มะเร็ง และทำให้เนื่อบางส่วนไหม้ เป็นแผลเป็น และทำลายเซลล์ เนื่อเยื่อที่ดีไปด้วยเช่นกัน

8.
โดยทั่วไปแล้ว การให้คีโม หรือการฉายรังสี อาจจะทำให้ขนาดของก้อนเซลล์มะเร็ง ลดลง แต่อย่างไรก็ตามก็ไม่ได้มีผลทำลายก้อนเนื่อไปมากกว่านั้น

9.
เมื่อร่างกายต้องรับสารพิษจำนวนมาก จากการให้คีโมหรือการฉายแสง ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายก็จะถูกทำลายไปด้วย
ดังนั้นร่างกาวยก็ง่ายต่อการติดเชื้อ หรือพ่ายแพ้เซลล์มะเร็ง

10.
การให้คีโม หรือการฉายแสง อาจเป็สาเหตุให้เซลล์มะเร็ง มีการกลายพันธุ์ หรือดื้อยา
ทำให้ยากแก่การทำลาย การผ่าตัด ก็อาจสามารถทำให้ เซลล์มะเร็งกระจายไปยังส่วนอื่น

11.
วิธีที่มีประสิทธิภาพที่จะต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง คือ หยุดการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง โดยการหยุดให้อาหารที่เซลล์มะเร็งจำเป็นต้องนำไปใช้


สารอาหารที่เซลล์มะเร็งต้องการ

1.
น้ำตาล เช่น น้ำตาลทรายขาว equal
โดยใช้น้ำตาลจากธรรมชาติแทน เช่น น้ำผึ้ง แต่ต้องใช้ในปริมาณที่น้อยมากมาก
เกลือ มีสารจำเป็นที่เซลล์มะเร็งนำไปใช้ ควรงด หรือในปริมาณน้อย

2.
นม ควรดื่ม นำนมถั่วเหลืองทดแทน

3.
เซลล์มะเร็ง เจริญเติบโตในสภาพที่เป็นกรด การบริโภคเนื้อสัตว์ทำให้เกิดสภาพเป็นกรด
ควรรับประทานอาหารประเภทปลา ดีกว่าหมู เนื้อ และเนื้อสัตว์ มีแบคทีเรีย ใช้โฮโมนในการเจริญเติบโตปนเปื้อน ที่เป็นอันตรายต่อคนไข้ที่เป็นมะเร็ง

4. 80 %
ของผักและนำผลไม้สด ถั่งเมล็ดแห้ง ธัญญาพืช จะช่วยให้ร่างกายมีสภาพเป็นด่าง 20% จากอาหารที่ปรุงแล้ว
น้ำผักและนำผลไม้สด จะให้เอนไซม์ที่ ง่ายต่อการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย เพื่อไปเสริมสร้างความแข็งแรงให้เซลล์ที่ดี
ดังนั้นควรดื่มน้ำผักสด และกินผักดิบ 2 -3 ครั้งต่อวัน เพราะเอนไซม์จะถูกทำลายที่ 40 c

5.
หลีกเลี่ยงชา กาแฟ ชอกโกแลต ที่มีคาเฟอีนที่สูง เป็นดื่มชาเขียวที่มี สารต้านมะเร็ง
ดื่มน้ำสะอาด หรือน้ำกรองดีที่สุด หลีกเลี่ยงน้ำประปา และเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ที่มีสภาพเป็นกรด

6.
เนื้อสัตว์ ย่อยยาก และต้องการเอนไซม์ในการย่อยเป็นจำนวนมาก
และเนื้อที่ย่อยไม่หมด จะคงตกค้างอยู่ในลำไส้ อันนำไปสู่สารพิษตกค้าง

7.
เซลล์มะเร็ง มีโปรตีนที่ยากแก่การทำลายเป็นเกราะป้องกัน
การบริโภคเนื้อสัตว์น้อยลง จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายไปทำลายเซลล์มะเร็งได้ง่ายขึ้น

8.
อาหารเสริมบางอย่างช่วยเสริมสร้งความแข็งแกร่งให้กับระบบภูมิคุ้มกัน เพื่อไปทำลายเซลล์มะเร็ง เช่น วิตามินอี วิตามินซี

9.
เซลล์มะเร็ง เป็นเชื้อโรคของจิตใจ ร่างกาย และจิตวิญญาน
การควบคุมอารมณ์ และมองโลกในแง่ดีจะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น
อารมณ์โกรธ ขมขื่น หรือความเครียดจะสร้างสภาพความเป็นกรดให้ร่างกาย
ควรเรียนรู้ที่จะรัก และให้อภัย พักผ่อนและสนุกกับการใช้ชีวิต

10.
เซลล์มะเร็งไม่สามารถเจิญเติบโตในที่มีออกซิเจนได้
การออกกำลังกายทุกวัน และหายใจเข้าลึกลึก จะช่วยเพิ่มระดับ ออกซิเจนในเซลล์
การบำบัดด้วยออกซิเจนก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะทำลายเซลล์มะเร็ง
_________________

วิธีสังเกตอาการเบื้องต้นของมะเร็ง ชนิดต่างๆ


อาการของ การเกิดมะเร็งในอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย

1.
มะเร็งปากมดลูก อาการ มีเลือดออกจากช่องคลอดทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เวลารอบเดือนปกติของคุณ
อาการเจ็บปวดและมีเลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธ์
หากพบว่ามีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น การตรวจโดยขูดเนื้อเยื่อจากบริเวณดังกล่าว ไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์จะรู้ได้

2.
มะเร็งในมดลูก อาการ มีเลือดออกหลังการมีเพศสัมพันธ์ หรือบางครั้งอาจมีความรู้สึกว่ามีก้อนเนื้อหรือมีอาการบวมในช่องท้อง

3.
มะเร็งรังไข่ อาการ ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมออนหรือการมีอาการเจ็บปวดหลังการมีเพศสัมพันธ์
มีปัญหา เกี่ยวกับลำไส้อาการท้องอืดอาหารไม่ย่อย น้ำหนักลดและมีอาการปวดหลัง

4.
มะเร็งในเม็ดเลือด (ลูคีเมีย) อาการเหนื่อยง่ายและมีอาการซีดเซียวกว่าปกติ
มักเกิดอาการฟกช้ำดำเขียว หรือมีเลือดออกทางผิวหนังได้ง่ายโดยไม่ทราบสาเหตุ
และมักจะเกิดร่วมกับอาหาร ปวด ตามข้อต่าง ๆ ทั่วร่างกาย
บางครั้งจะท้องอืดและเมื่อคลำดูจะพบว่ามีก้อนบวมที่ด้านซ้ายของ ช่องท้อง

5.
มะเร็ง ปอด อาการ มักมีอาการไอบ่อย ๆ มีเลือดออกและมีเสมหะปนมากับน้ำลาย
น้ำหนักลดอย่าง ฮวบฮาบ เจ็บหน้าอกและหายใจลำบาก หรืออาจมีอาการหอบปนอยู่ด้วยทั้ง ๆ ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

6.
มะเร็ง ตับ อาการ ปวดในช่องท้อง เบื่ออาหาร น้ำหนักลด
ตาและผิวเป็นสีออกเหลืองและเหลืองจัดจนเห็นได้ ชัด

7.
มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ อาการ มีเลือดปนออกมากับปัสสาวะ

8.
มะเร็ง สมอง อาการ ปวดศีรษะนาน ๆ และมักมีอาการอื่นร่วมด้วย
เช่น อาเจียน หรือการผิดปกติของการมองเห็น ตาพร่า และเห็นแสงเขียว ๆ แดง ๆ ลอยไปมาเวลาปวดศีรษะ
อ่อนเพลียไม่มีแรง หรือ การเป็นลมโดยกะทันหัน
อวัยวะบางส่วนของร่างกายหยุดทำงาน เช่น มีอาการชา และเป็น อัมพาตชั่วคราว
ควรให้ความระวังเป็นพิเศษ หากคุณเคยมีประวัติการปวดหัวที่มีอาการเหล่านี้ประกอบอยู่ด้วย

9.
มะเร็งในช่องปาก อาการ มีก้อนบวมอยู่ในปาก หรือทีลิ้นเป็นเวลานานมีแผลเปื่อยที่ปากที่ไม่ได้รับการรักษา
หรือเป็นแผลเรื้อรังที่เหงือก เนื่องจากการกดทับของฟันปลอมที่ใส่ไว้ประจำ หรือ เป็นเวลานาน

10.
มะเร็งในลำคอ อาการ เสียงแหบพร่าไปทันที มีก้อนบวมในทันที ทำให้รู้สึกว่ากลืนอาหารได้ลำบาก
หรือมีการขยายตัวของต่อมในลำคอที่โตขึ้นจนสามารถจับ และรู้สึกได้

11.
มะเร็งในกระเพาะอาหาร อาการน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว อาเจียนออกมาเป็นเลือด
ท้องอืด หรืออาหารไม่ย่อย บ่อย รู้สึกเหมือนมีก้อนเนื้องอกในช่องท้องหรือรู้สึกตื้อ แม้เพิ่งจะรับประทานอาหารไปได้ไม่กี่คำ

12.
มะเร็งทรวงอก อาการมีเลือด หรือของเหลวบางอย่างไหลออกมาจากหัวนมบวมหรือผิวเนื้อทรวงอกหนา ขึ้นมีก้อนบวมจนจับได้
เมื่อคลำบริเวณใต้รักแร้บางครั้งอาจมีตุ่มหรือสิวเกิดขึ้น ที่เต้านมเป็นเวลานาน
ควรระวังเพราะผู้หญิง 9 ใน 10 คนจะมีอาการบวมของก้อนเนื้อบริเวณทรวงอกโดยไม่ทราบสาเหตุ เมื่อมีอายุมากขึ้น
เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนทำให้เกิดเป็นถุงน้ำใต้ผิวหนังที่เรียกว่า ซีสต์ ซึ่งควรต้องค้นหาสาเหตุของอาการบวมนั้นให้ชัดเจนเสียก่อน ว่าคืออะไรกันแน่

13.
มะเร็งลำไส้ อาการ น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว
มีอาการปวดท้องอย่างมากและระบบการย่อยผิดปกติ มีเลือดออกปนมากับอุจจาระ

****
ซึ่งมีวิธีสังเกตของผู้ที่มีอาการเกี่ยวกับริดสีดวงทวารอยู่แล้ว
คือถ้าใช้กระดาษทิชชูซับ แล้วเลือดมีสีแดงสด นั่นคืออาการของริดสีดวงทวาร
แต่ถ้าเลือดมีสีดำคล้ำนั่น คือ อาการของโรคมะเร็งในลำไส้

14.
มะเร็งต่อมน้ำเหลือง อาการมีก้อนบวมเกิดขึ้นที่ใต้รักแร้หรือใต้ขาหนีบ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไม่ได้เกิดอาการติดเชื้อในบางส่วนของร่างกายมะเร็งผิวหนัง

อาการมีแผลหรือแผลเปื่อยพุพองที่ไม่ได้รับการรักษาอยู่เป็นเวลานาน ตลอดจนไฝ หรือหูดที่โตขึ้น
และมีการเปลี่ยนสี หรือรูปร่าง ขนาด

นอกจากนี้อาการอันตรายอีกอย่างหนึ่งที่ เรียกว่าเมลาโนมา (Melanoma) คือ เนื้องอกที่ประกอบด้วยเซลล์ที่มีเมลานินสะสมอยู่
เช่น กระจุดด่างหรือไฝถ้าคุณมีไฝมากกว่า 50 เม็ดทั่วร่างกาย
หรือ มีคนในครอบครัวที่มีประวัติว่าเคยเป็นโรคนี้มาก่อน คุณจะ มี อัตราเสี่ยงสูงกว่าคนอื่นๆ

ส่วนอันนี้เค้าฟอเวิร์ดติดมาด้วย

ถึงท่าน ผู้โชคดี ขอให้ท่านนำเรื่องนี้ไปบอกต่อเป็นวิทยาทาน ท่านจะโชคดีมีความสุขตลอดกาล ตำรานี้ใช้แก้โรคมะเร็งผู้เป็นมะเร็งจะหายโดยไม่คาดคิดสำหรับมะเร็งจะหายภาย ใน 6 วัน


วิธีรักษา - ไปที่ร้านยาจีน ซื้อหัวเตย 1 ตำลึง หัวขิง 1 ตำลึงก้อนเกลือ 3 ก้อน นำมารวมกันแล้วแช่น้ำทิ้งไว้ 1 วัน ในน้ำ 1 ชาม ให้ดื่มจนหมดชาม


สรรพคุณ ใน การรักษา - หลังจากดื่มยานี้แล้ว ควรดื่มน้ำตามมาก ๆ นำส่วนที่เหลือมารับประทาน

ยานี้จะ ขับเอาของเสียออกทางอุจจาระหรือปัสสาวะไม่ต้องตกใจ เป็นการขับของเสียออกหมดแล้วจะปกติ

***
ตำรานี้ห้ามซื้อขาย หรือคิดเป็นเงินค่ารักษา

 

 

เรื่อง: แจกยาฟรีผู้ป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว

 


แจกยาฟรีผู้ป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว (ลูคีเมีย)
และมะเร็งกระเพาะอาหาร ขอประชาสัมพันธ์ครับ
สำหรับผู้ป่วย หรือมีคนใกล้ตัว คนข้างบ้าน
หรือคนรู้จักเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว (ลูคีเมีย)
และมะเร็งกระเพาะอาหาร จะได้ช่วยกันบอกต่อ...


เนื่องจากเป็นโรคร้ายที่นำมาซึ่งความทุกข์ทรมาน
และคร่าชีวิตผู้คนในอันดับต้นๆ
ในทุกวันนี้คงต้องนับรวมมะเร็งเม็ดเลือดขาว
และมะเร็งกระเพาะอาหารไว้ด้วยโดยผู้ป่วยด้วยโรค

มะเร็งเม็ดโลหิตขาวเรื้อรังและโรคที่เกี่ยวกับ
ความผิดปกติของเลือด นี้ส่วนใหญ่นอกจาก
จะต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายค่ายาสูงลิบก็ยัง
ประสบ ปัญหาเรื่องการทำงานการใช้
ชีวิตที่มีข้อจำกัดอย่างยิ่งภาวะของโรคจะบั่นทอนลงไปเรื่อยๆ
สร้างความหดหู่ทั้ง ต่อผู้ป่วยและผู้ใกล้ชิด
ล่าสุด บริษัทยาข้ามชาติ โนวาร์ตีส
ได้จัดตั้งโครงการเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยนานาชาติจีแพป
(GIPAP:Glivec International Patient Assistance Program)
ซึ่งเป็นโครงการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ป่วยมะเร็ง
เม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรัง(Chronic Myeloid Leukemia)
ที่มีผลฟิลาเดเฟียโครโมโซม (philadephia chromosome)
เป็นบวก ผู้ป่วยมีอาการในระยะรุนแรงของโรคหรือ
ผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหารชนิดจีสต์
(GIST-Grstro-Intesinal Stromal Tumor)
ที่ผ่าตัดไม่ได้ และอยู่ในระยะลุกลาม
มี c-Kill > หรือ CD117 เป็นบวก)
โดยโครงการจะจัดมอบยาของบริษัท
ให้แก่ผู้ป่วยโดยไม่คิดมูลค่า
รวมทั้งจะมอบให้ต่อเนื่องจนกว่าจะมียาอื่น
ที่เป็นทางเลือกของผู้ป่วยได้ต่อไป

ดร. แดเนียล วาเซลลา ผู้บริหารระดับสูงของโนวาร์ตีส
(
สหรัฐอเมริกา) กล่าวว่า > ประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 80
ประเทศทั่วโลกที่ได้รับอนุมัติในโครงการดังกล่าว
ปัจจุบันจีแพปมีผู้ป่วยมากกว่า 1.8หมื่นราย
โดยมีผู้ป่วยจากประเทศไทยประมาณ 800 คน
ซึ่งนับว่ายังน้อยมากจึงต้องการประชาสัมพันธ์
เพื่อผู้ป่วยด้วยโรคดังกล่าวอาจ
จะสนใจเข้าร่วมโครงการทั้งนี้ ได้จัดตั้งมูลนิธิแมกซ์
ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลนานาชาติในการประเมิน
และอนุมัติผู้ป่วยที่มีสิทธิได้รับยาฟรีดังกล่าว
ทั้งนี้ สำนักงา นมูลนิธิแมกซ์ ตั้งอยู่ที่ซีแอตเติล
ประเทศสหรัฐอเมริกาก่อตั้งขึ้นในปี 2540
โดย "เพโดร ริวาโรลา" (Pedro Rivarola)
เพื่อเป็นเกียรติแก่บุตรชาย "แม็กซิมิเลียโน ริวาโรลา"
(Maximi lliano Rivarola)
ซึ่งเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเม็ดโลหิตด้วยวัยเพียง 17 ปี
สำหรับมูลนิธิแมกซ์ในประเทศไทยได้จัด
ตั้งมูลนิธิสาขา ได้แก่ แมกซ์ (ประเทศไทย)
ซึ่งจะเป็นผู้ทำการพิจารณาอนุมัติอย่างอิสระ

สำหรับผู้ป่วยที่จะขอความช่วยเหลือจากจีแพปได้
ต้องมีคุณสมบัติดังนี้

1.
ผู้ป่วยจะต้องได้รับการวินิจฉัยโรค
โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญว่าป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว
ชนิดเรื้อรัง (CML-Chronic Myeloid Leukemia)
หรือ มะเร็งกระเพาะอาหาร (GIST)
ซึ่งได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญว่า
มีผล CD 117 เป็นบวก

2.
ผู้ป่วยเป็นผู้มีสัญชาติไทยและมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย

3.
ไม่สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้

4.
ไม่สามารถจ่ายค่ารักษาพยาบาลเองได้และ
ไม่ได้รับเงินสนับสนุนจากที่ใดทั้งสิ้น

หากมีคุณสมบัติครบให้ปฏิบัติดังนี้

1.
แจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการรับยาฟรีจาก
จีแพปกับแพทย์ผู้รักษาแพทย์ของท่านจะดำเนินการ
จัดส่งใบสมัครในนามของท่านออนไลน์
ไปที่www.themaxfoundation
2.
ให้รายละเอียดเกี่ยวกับตัวเอง ที่อยู่ เบอร์
โทรศัพท์และชื่อของแพทย์ผู้รักษา
3.
ภายหลังจากที่แพทย์ของท่านส่งใบสมัครมาที่มูลนิธิแมกซ์แล้วเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับไปหาท่านเพื่อนัดสัมภาษณ์

4.
กรณีที่ได้รับการอนุมัติ มูลนิธิจะแจ้งผลไปยังบริษัท
โนวาร์ตีส (ประเทศไทย )เพื่อจัดส่งยาผ่านแพ ทย์ผู้รักษาตัวท่าน
5.
แพทย์จะเป็นผู้แจ้งผลการพิจารณาผลการอนุมัติให้ท่านทราบเอง



ส่วนโรงพยาบาลที่เข้าร่วมในโครงการมี 16 แห่ง คือ

1.
สถาบันมะเร็งแห่งชาติ
2.
โรงพยาบาลรามาธิบดี
3.
ศิริราชพยาบาล
4.
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
5.
โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
6.
โรงพยาบาลราชวิถี
7.
โรงพยาบาลวชิรพยาบาล
8.
โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
9.
โรงพยาบาลตำรวจ
10.
โรงพยาบาลภูมิพล
11.
โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่
12.
สถาบันวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยนเรศวร
13.
โรงพยาบาลสงขลานครินทร์
14.
โรงพยาบาลหาดใหญ่
15.
โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี
16.
โรงพยาบาลสระบุรี

ผู้ป่วยหรือมีคนใกล้ชิดป่วยด้วยโรคดังกล่าว
สามารถติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติมได้
ที่ ธนศักดิ์ อุทิศชลานนท์ และบุษกร สนธิกร
หมายเลขโทรศัพท์ 02-439-4600
ต่อ 8202 หรือจะเข้าไปดูรายละเอียดในเว็บไซต์ที่
www.gipapthailand.org หรือ
www.themaxfoundation.com

 

 
第 1 张,共 12 张