Thanya's profile~ . o O Happy Time ! O ...PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    July 31

    สีรถที่ถูกโฉลกตามวันเกิด

    คนเกิดวันพุธ  (กลางคืน 18.01-06.00)

     

    - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันพุธ (กลางคืน) ห้ามใช้ บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม เพราะเป็นอักษรกาลกิณี
    -
    เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 5 และเลข 4
    -
    ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพฤหัสบดี เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพุธ (กลางวัน)
    เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด
    -
    ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันพุธ (กลางคืน)

    รถสีชมพู
    เสริมดวงให้คนเชื่อถือและไว้วางใจ

    รถสีดำ
    เสริมดวงด้านความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน

    รถสีเทา สีบรอนซ์
    เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

    รถสีม่วงแก่
    เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

    รถสีน้ำเงิน สีฟ้า
    เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น

    รถสีแดง สีน้ำตาล
    เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี

    รถสีส้ม สีทอง
    เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต

     

    คนเกิดวันพฤหัสบดี

     

    - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันพฤหัสบดี ห้ามใช้ ด ต ถ ท ธ น เพราะเป็นอักษรกาลกิณี
    -
    เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 7
    -
    ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันเสาร์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิด
    -
    ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันพฤหัสบดี

    รถสีขาว
    เสริมดวงให้คนเชื่อถือและไว้วางใจ

    รถสีแดง
    เสริมดวงด้านความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

    รถสีเทา สีบรอนซ์
    เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น

    รถสีฟ้า
    เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี

    รถสีเขียว
    เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

    รถสีส้ม สีทอง
    เสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา

    รถสีดำ สีม่วง สีน้ำเงิน
    เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต

    คนเกิดวันศุกร์

     

    - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันศุกร์ ห้ามใช้ ย ร ล ว เพราะเป็นอักษรกาลกิณี
    -
    เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 8 และเลข 7
    -
    ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพุธ (กลางคืน) เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันเสาร์
    เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด
    -
    ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันศุกร์

    รถสีเขียว
    เสริมดวงให้คนเชื่อถือและไว้วางใจ

    รถสีสีแดง สีทอง
    เสริมดวงด้านความก้าวหน้าเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน

    รถสีแดง สีชมพู
    เสริมดวงด้านความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

    รถสีเหลือง
    เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

    รถสีดำ
    เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น

    รถสีน้ำตาล
    เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี

    รถสีฟ้า สีน้ำเงิน
    เสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา

    รถสีเทา สีบรอนซ์ สีม่วง
    เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต

    คนเกิดวันเสาร์

     

    - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันเสาร์ ห้ามใช้ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ เพราะเป็นอักษรกาลกิณี
    -
    เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 4 และเลข 6
    -
    ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพุธ (กลางวัน) เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันศุกร์
    เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด
    -
    ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันเสาร์

    รถสีแดง
    เสริมดวงให้คนยอมรับเชื่อถือและไว้วางใจ

    รถสีชมพู
    เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

    รถสีน้ำเงิน สีฟ้า
    เสริมดวงด้านความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

    รถสีทา สีบรอนซ์
    เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี

    รถสีทอง สีเหลือง
    เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น

    รถสีดำ สีม่วงแก่
    เสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา

    รถสีเขียว สีแสด
    เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต

    รถที่ถูกโฉลกตามวันเกิด

     

    คนเกิดวันอาทิตย์

     

    - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันอาทิตย์ ห้ามใช้ ศ ษ ส ห ฬ ฮ เพราะเป็นอักษรกาลกิณี
    -
    เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 6 และเลข 3
    -
    ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันศุกร์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันอังคาร เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด
    -
    ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันอาทิตย์

    รถสีแดงก่ำหรือสีแดงเลือดหมู
    เสริมสง่าราศี มากด้วยบุญญาบารมี มีอำนาจวาสนา คนนบนอบยำเกรง

    รถสีดำ
    เสริมความน่าเคารพนับถือ เสริมดวงเรื่องทรัพย์สินเงินทอง การเงิน

    รถสีขาว สีครีม
    เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

    รถสีม่วงเปลือกมังคุด
    เสริมดวงด้านศรัทธา ความน่าเชื่อถือ ความไว้วางใจ และดวงเรื่องการเงิน

    รถสีเขียว
    เสริมดวงให้คนรักเมตตา อุปถัมภ์ค้ำชู ช่วยเหลือทำให้สะดวกราบรื่นในเรื่องต่างๆ

    รถสีบรอนซ์ สีเทา สีทอง
    เสริมดวงเรื่องเมตตามหานิยม เสริมเสน่ห์ การสนับสนุนเกื้อกูล

    รถสีฟ้า สีน้ำเงิน
    ไม่ควรออกรถสีนี้ เพราะเป็นกาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต

     

    คนเกิดวันจันทร์

     

    - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันจันทร์ ห้ามใช้ สระทั้งหมด (เว้นไม้หันอากาศและตัวการันต์) เพราะเป็นอักษรกาลกิณี
    -
    เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 1 และเลข 5
    -
    ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันอาทิตย์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพฤหัสบดี
    เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด
    -
    ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันจันทร์

    รถสีส้ม สีเหลืองแก่
    เสริมดวงเรื่องการเงิน ความมั่นคง ทุนทรัพย์ ราคาและคุณค่าที่จะเพิ่มพูนให้แก่ตนเองในปัจจุบันและภายภาคหน้า

    รถสีดำ
    เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

    รถสีน้ำเงิน สีทอง
    เสริมเสน่ห์ ผู้ใหญ่รักเมตตาและเอ็นดู มีแต่สิ่งที่เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา

    รถสีม่วงเปลือกมังคุด
    เสริมดวงด้านความสะดวกราบรื่นทุกอย่าง

    รถสีชมพู
    เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

    รถสีฟ้า
    เสริมดวงให้ประสพความสำเร็จในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

    รถสีเขียว
    อำนาจวาสนา บารมี เกียรติยศ และชื่อเสียงตำแหน่งหน้าที่การงาน อานุภาพอิทธิพลที่ทำให้คนเคารพยำเกรง มีความสามารถในการควบคุมบังคับบัญชาคน

    รถสีแดง
    สีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต

     

    คนเกิดวันอังคาร

     

    - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันอังคาร ห้ามใช้ ก ข ค ฆ ง เพราะเป็นอักษรกาลกิณี
    -
    เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 2 และเลข 1 และห้ามเลข เพราะทะเบียนที่มีเลข จะมีเรื่องและเกิดอุบัติบ่อยๆ
    ทำให้เสียเงินทองหรือทำให้เจ้าของได้รับบาดเจ็บ
    -
    ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันจันทร์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันอาทิตย์
    เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด
    -
    ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันอังคาร

    รถสีม่วงแก่
    เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี

    รถสีดำ
    เสริมดวงด้านพลังอำนาจ เกียรติยศ และชื่อเสียงตำแหน่งหน้าที่การงาน อานุภาพอิทธิพลที่ทำให้คนเคารพยำเกรง มีความสามารถในการควบคุมบังคับ

    รถสีบรอนซ์ สีเทา
    เสริมความน่าเชื่อถือ ความไว้วางใจ

    รถสีทอง สีแสด
    เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

    รถสีน้ำตาล
    เสริมดวงด้านความมั่นคงในชีวิต เช่นมั่นคงเรื่อง หลักทรัพย์ ทรัพย์สิน หน้าที่การงาน

    รถสีเขียว
    เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง

    รถสีแดง สีชมพู
    เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

    รถสีขาว สีเหลืองนวล
    เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต

    คนเกิดวันพุธ  (กลางวัน 06.01-18.00)

     

    - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันพุธ (กลางวัน) ห้ามใช้ จ ฉ ช ซ ฌ ญ เพราะเป็นอักษรกาลกิณี
    -
    เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 3 และเลข 8
    -
    ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันอังคาร เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพุธ (กลางคืน)
    เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด
    -
    ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันพุธ (กลางวัน)

    รถสีน้ำเงิน สีฟ้า
    เสริมดวงด้านความเคารพนับถือ ยกย่องยอมรับ

    รถสีน้ำตาล สีทอง
    เสริมดวงด้านพลังอำนาจ เกียรติยศ และชื่อเสียงตำแหน่งหน้าที่การงาน อานุภาพอิทธิพลที่ทำให้คนเคารพยำเกรง มีความสามารถในการควบคุมบังคับ

    รถสีขาว สีเหลืองอ่อน
    เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

    รถสีเทา สีบรอนซ์
    เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

    รถสีดำ
    เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น

    รถสีม่วงแก่
    เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี

    รถสีเขียว
    เสริมดวงด้านเสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา

    รถสีชมพู สีแสด
    เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต

    July 28

    คุณค่าของสิ่งที่มีอยู่กับตัวเรา

    >ความสุข สิ่งที่ใคร ๆ ต่างไขว่ขว้า
    >
    >
    >
    >คุณอยากได้กล้องถ่ายรูปแบบดิจิตัลสักตัวหนึ่ง
    >หลังจากหาข้อมูลมาหลายวันทั้งจากหนังสือพิมพ์และคนรู้จัก
    >ก็ตัดสินใจได้ว่าจะซื้อยี่ห้อและรุ่นอะไร
    >
    >
    >คุณใช้เวลา ๒-๓ วันในการหาร้านที่ขายถูกที่สุด
    >แล้วคุณก็พบร้านหนึ่งซึ่งขายต่ำกว่าราคาทั่วไปถึง ๒๕ %
    >คุณตัดสินใจควักเงิน ๗,๕๐๐ บาท แล้วพากล้องใหม่กลับบ้าน
    >ด้วยความปลื้มใจที่ได้ทั้งของดีและราคาถูก
    >
    >
    >แต่เมื่อกลับถึงบ้าน ตั้งใจว่าจะไปเล่าให้เพื่อนบ้านฟัง
    >แต่กลับพบว่าเขาเพิ่งซื้อกล้องยี่ห้อและรุ่นเดียวกับคุณ
    >แต่ซื้อได้ถูกกว่านั้น คือจ่ายไปเพียง ๕,๐๐๐ บาทเท่านั้น
    >
    >
    >คุณจะรู้สึกอย่างไรั้น? ยังจะยิ้มได้อีกหรือไม่ ?
    >
    >
    >……….
    >
    >
    >
    >แต่ถ้าคุณยิ้มไม่ออก ก็น่าถามตัวเองว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ?
    >ก็คุณเพิ่งได้ของใหม่มา แถมจ่ายน้อยกว่าคนทั่วไป
    >อีกทั้งสินค้าก็มีคุณภาพและถูกใจคุณเสียด้วย
    >
    >
    >ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลที่คุณน่าจะดีใจมิใช่หรือ?
    >แต่ทำไมคุณถึงเสียใจหรือถึงกับโมโหตัวเอง
    >เป็นเพราะคุณไปเปรียบเทียบกับเพื่อนบ้านใช่หรือไม่?
    >
    >
    >
    >
    >คุณมีกล้องดีที่น่าพอใจ แต่ทันทีที่คุณไปเปรียบเทียบกับกล้องของคนอื่น
    >ความรู้สึกไม่พอใจก็เข้ามาแทนที่ คนเราไม่พอใจกับสิ่งที่ตนมีก็เพราะเหตุนี้
    >จึงมีผู้กล่าวว่าการเปรียบเทียบเป็นหนทางลัดไปสู่ความทุกข์
    >
    >
    >เคยสังเกตหรือไม่ว่า มีคนจำนวนไม่น้อยที่มักคิดว่ารถของคนอื่นดีกว่ารถของตัว
    >แฟนของคนอื่นสวย่(หรือหล่อ)กว่าแฟนของตัว ลูกของคนอื่นเก่งกว่าลูกของตัว
    >และอาหารที่คนอื่นสั่งมักน่ากินกว่าจานของตัว
    >
    >
    >ถ้าคุณเป็นหนึ่งในจำนวนนั้น ชีวิตคงจะหาความสุขได้ยาก
    >แม้จะได้มามากเท่าไร ก็ไม่พอใจเสียที
    >
    >
    >
    >อย่าว่าแต่ของที่ซื้อมาด้วยเงินของตัวเลย แม้ของที่เราได้มาฟรี ๆ
    >เช่น ได้โทรศัพท์มือ ถือมาฟรี ๆ ๑ เครื่อง
    >ที่จริงน่าจะดีใจ แต่เมื่อรู้ว่าคนอื่นได้รับแจกรุ่นที่ดีกว่าและแพงกว่า
    >
    >
    >จากเดิมที่เคยยิ้มจะหุบทันที แถมยังจะทุกข์ยิ่งกว่าตอนที่ยังไม่ได้รับแจกด้วยซ้ำ
    >นั่นเป็นเพราะไปเปรียบเทียบกับคนอื่นใช่ไหม ?
    >ทั้งๆ ที่ตนมีโชคแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกว่าตนโชคไม่ดีเหมือนคนอื่น
    >
    >
    >
    >ความทุกข์ของผู้คนสมัยนี้ส่วนใหญ่เกิดขึ้นเพราะไปมองคนอื่นมากเกินไป
    >
    >เราจึงไม่เคยพอใจกับสิ่งที่มีหรือเป็นเสียที แม้ว่าจะสวยหรือหุ่นดีเพียงใด
    >ก็ยังรู้สึกว่าตัวเองขี้เหร่ ผมไม่สลวย ผิวคล้ำไป
    >แถมวงแขนก็ไม่ขาวนวลเหมือนดารา
    >
    >
    >แต่เมื่อใดที่เราหันมาพอใจกับสิ่งที่ตนมี
    >มองเห็นแง่ดีของสิ่งที่มีอยู่และเป็นอยู่
    >ความสุขจะเพิ่มพูนขึ้นมามากมายทันที
    >
    >
    >จิตใจจะเบาขึ้น และชีวิตจะหายเหนื่อย
    >เพราะไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องวิ่งไล่ล่าหาซื้อสิ่งของต่าง ๆ มากมาย
    >เพียงเพื่อจะได้มีเหมือนคนอื่นเขา
    >
    >
    >
    >พอใจในสิ่งที่เรามี
    >ภูมิใจในสิ่งที่เราเป็น
    >เห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่กับตัว
    >นี้คือเคล็ดลับสู่ชีวิตที่เบาสบายและสงบเย็น
    >
    >
    >โดย พระไพศาล วิสาโลวิต

    --- คุณสมบัติเด่นๆของนมแพะ มีอย่างไรบ้าง ---



    1. โปรตีนในรูปกรดอะมิโนของนมแพะค่อนข้างจะครบถ้วน
    2. เม็ดโปรตีนและเม็ดไขมันมีขนาดเล็ก
    3. มีกรดไขมันพิเศษ คาโพรอิก (Caproic) คาพริลิก (Caprylic) คาพริก (Capric) ช่วยใน เรื่องลด การสะสมคลอเลสเตอรอลในเส้นเลือด
    4. มีวิตามีน เอ บำรุงสายตา และวิตามิน บี ช่วยบำรุงผิวพรรณและเส้นผม
    5. แคลเซียม ช่วยในเรื่องบำรุงกระดูกและฟัน อีกทั้งแร่ธาตุอื่นๆเช่น ฟอสฟอรัส แมกนีเซียมก็ ช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง

    --- ทำไมนมแพะถึงย่อยง่าย / และมีประโยชน์อย่างไร ---

    1. เพราะนมแพะมีเม็ดโปรตีนและเม็ดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย ขนาดเล็กทำให้น้ำย่อยแทรกซึม เข้าไปย่อยได้ง่ายและเร็ว
    2. โดยเฉลี่ยเม็ดไขมันในนมแพะมีขนาดประมาณ 3 ไมครอนและเป็นไขมันอิสระไม่จับตัวกับ สารอื่น กรดไขมันจึงย่อยสลายได้เร็วด้วยน้ำย่อย
    3. ทำให้ดูดซึมไปเป็นแหล่งสารอาหารได้ทันที ไม่สะสมและคั่งค้างในกระเพาะ

    --- นมแพะย่อยง่ายกว่านมวัวแค่ไหน ---

    นมแพะใช้เวลาในการดูดซึมไปใช้ประโยชน์ 20 นาที นมวัวใช้เวลา 2 ชั่วโมง (นมแพะย่อยง่าย และเร็วกว่า 6 เท่า)

    --- ทำไมนมแพะจึงเหมาะกับคนที่เป็นโรคกระเพาะ ---

    เพราะมีคุณสมบัติช่วยปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างในกระเพาะให้กลับสู่สมดุล จึงลดอาการปวด เสียดจากโรคกระเพาะ

    --- นมแพะช่วยลดการสะสมของคลอเลสเตอรอลในเส้นเลือดได้อย่างไร ---

    1. มีกรดไขมัน คาโพรอิก(Caproic) คาพริลิก(Caprylic) คาพริก(Capric) ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดการ สร้างคลอเลสเตอรอลจากตับอ่อน จึงลดการสะสมของคลอเลสเตอรอลในเส้นเลือด2. อย่างไรก็ตาม ควรควบคุมการบริโภคอาหารประเภทอื่น ๆ ด้วย เช่น หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง

    --- นมแพะมีรสชาติเข้มข้นและมัน ถ้าดื่มแล้วจะอ้วนหรือไม่ ---

    1. ความมันของนมมาจากเม็ดโปรตีนและเม็ดไขมันที่ละเอียด จึงทำให้รู้สึกรสชาติเข้มข้น
    2. นมแพะศิริชัยเป็นนมสดแท้ 100 % ไม่ผสมน้ำหรือนมผง ไม่เติมน้ำตาล คนที่เป็นโรคเบาหวาน สามารถดื่มได้ ประกอบกับ มีคลอเลสเตอรอลและไขมันอิ่มตัวค่อนข้างต่ำ จึงไม่เป็นสาเหตุที่ทำ ให้อ้วน

    --- นมแพะช่วยโรคภูมิแพ้ได้อย่างไร ---

    ปกติการดื่มนมทำให้ร่างกายได้สารอาหารที่มีคุณค่าและช่วยให้สุขภาพแข็งแรง นมแพะก็เป็น นมอีกประเภทที่ให้คุณค่าสารอาหารต่อร่างกาย มีกรดอะมิโนที่จำเป็นครบถ้วน เมื่อร่างกายได้ รับสิ่งที่เป็นประโยชน์ จะสามารถเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคได้


    โปรตีนและไขมันในนมของแพะย่อยได้มากกว่าโค ทำให้มี คุณค่าต่อคนชรา
    ผู้ป่วยโดยเฉพาะที่เป็นโรคกระเพาะ และเด็กที่ แพ้นมโค เม็ดไขมัน ในนมแพะ
    (fat globules) มีขนาดเล็กกว่าไขมัน ในนมโคและมีกรดไขมัน สายโซ่สั้น (C6 ,C8,C10,C12) อยู่สูงกว่า จึงกระจายตัวได้ดีกว่า

    นอกจากนี้ยังมีวิตามินเอ ไนอาซิน โคลีน และอีโนซิทอลสูงกว่า
    July 27

    บันทึกสุดท้ายของ ดร.วรฑา วัฒนะชยังกูร (อภิวัฒน์ วัฒนางกูร)

    บันทึกสุดท้ายของ ดร.วรฑา วัฒนะชยังกูร (อภิวัฒน์ วัฒนางกูร)

      

    จากนิตยสารรายเดือน จีเอ็ม ฉบับเดือน พฤษภาคม 2549 หน้า 232-233

      

         1) ตอนที่ผมไปเรียนต่อต่างประเทศ เราจะกลัวไปหมดทุกเรื่อง

    แต่คุณแม่เขียนจดหมายมาสอนผมว่า อย่ากลัวในสิ่งที่มองไม่เห็น

    เพราะถ้าเราไปตั้งท่ากลัวเสียก่อน มันก็จะไม่เกิดสติปัญญาที่จะไปแก้ไขปัญหา

    สู้เราทำตัวสบาย ๆ แล้วแก้ไขปัญหาไปตามธรรมชาติจะดีกว่า

     

          2) คนไทยเราเรียนปริญญาโทเพราะคิดว่าเรียน ๆ ไปเถอะ

    เราแยกเอาการเรียนรู้และชีวิตออกจากกัน

    เชื่อแต่ว่าพอจบการศึกษาแล้วค่อยใช้ชีวิต

    แต่ในต่างประเทศการเรียนรู้เป็นการกระทำที่ต่อเนื่อง

    มันเป็นสิ่งที่เคียงคู่กับการใช้ชีวิต

     

       3) คุณพ่อ-คุณแม่ผมเป็นคนที่เชื่อมั่นในการศึกษา

    การศึกษาเป็นสิ่งที่ไม่สามารถมีใครขโมยไปได้

    การศึกษาเป็นทรัพย์สินที่ต่อเนื่อง

    คุณพ่อ-คุณแม่จึงพยายามทุกวิถีทางให้ผมมีการศึกษาที่ดี

    ยอมขายที่นาเพื่อให้สามารถส่งเสียผมไปเรียนได้

    ทุกครั้งที่เห็นเด็กไม่สนใจการเรียน ผมจะรู้สึกเศร้าใจมาก ๆ

    หากมีโอกาสได้ทำบุญ ผมจะเลือกทำบุญกับโอกาสทางการศึกษาของเด็ก

     

       4) การที่คนเราจะมองหาจุดมุ่งหมายของชีวิตให้เจอ

    มันเกิดขึ้นต่างรูปแบบกัน

    ต้องถามตัวเองว่าอะไรคือสิ่งที่เราอยากจะทำที่สุดในชีวิตกันแน่

    ผมเชื่อว่าทุกคนต้องหาให้เจอ ไม่ช้าก็เร็ว

    เราจะได้มีพลังขับเคลื่อนให้ไปถึงจุดมุ่งหมาย


       5) ผมคร่ำเคร่งกับการเรียนเพราะเป็นสิ่งที่เราไปอยู่ตรงนั้นเพื่อที่จะทำมัน

    เราไม่ได้ไปอเมริกาเพื่อท่องเที่ยว เราไปเพื่อศึกษา

    อย่าลืมว่าผมทำงานไปด้วย

    เพราะฉะนั้นผมไม่ได้พลาดโอกาสที่จะเรียนรู้ชีวิตในอีกแบบหนึ่ง

    ในขณะเดียวกันผมก็ไม่พลาดโอกาสที่จะเปิดหูเปิดตาไปท่องเที่ยว

    ผมคิดว่าชีวิตผมค่อนข้างจะรอบด้าน

    ได้ศึ่กษาทั้งวิชาการและทำงานแบบผู้ใช้แรงงาน

     

    6) มองย้อนกลับไป ผมจะเลือกเงินหรือชีวิตเหรอ?

    ก็ผมนี่ไง ผมเป็นตัวอย่างของคนที่มุ่งหน้าหาเงิน

    เพราะว่าผมมีแผนการในชีวิตมากมายที่ต้องสร้างสมเอาไว้เพื่อครอบครัว

    มันไม่ถึงกับลืมใช้ชีวิตหรอก แต่ไม่ค่อยได้มีโอกาสใช้ชีวิตมากกว่า

    ที่สุดแล้วมันก็นำพาซึ่งความเจ็บป่วย ...

     

       ที่สุดแล้วผมก็หาเงินตามจุดมุ่งหมายได้ไม่มากเท่าที่ควร

    เราบอกว่าเราจะทำงานสัก 20 ปี แต่ว่าโอกาสของเรามีแค่ 10 ปี

    เพราะหลังจากที่ตรากตรำทำงานมาหนัก ร่างกายบอกว่ามันทำได้แค่นี้

    เพราะฉะนั้นก็ลงเอยด้วยการที่ไปไม่ถึงฝั่งฝัน...

     

     

       7) ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ผมคงเลือกทั้งเงินและชีวิต

    เพราะว่าเราปฏิเสธไม่ได้ว่าเงินก็ยังเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิต

    แต่ว่ามันไม่ใช่สรณะ ผมเลือกที่จะกระจายการทำงาน

    กระจายความทุ่มเทนั้นออกไป เพื่อให้สามารถทำงานได้นานมากขึ้น

    และตัวผมเองสามารถที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้นาน ๆ

     

       8) ความทรงจำที่มีค่ามากสำหรับผม

    มักเกิดขึ้นในช่วงเวลาเล็ก ๆ ที่ผมอยู่กับตัวเอง

     

            9) ผมเคยเขียนการ์ดเล็ก ๆ ให้ภรรยา

    สรุปความได้ว่า เวลาที่คนสองคนเดินไปบนชายหาด

    ตอนที่เราหันกลับมามองก็จะเห็นเป็นรอยเท้าเล็ก ๆ 2 คู่

    เดินไปเดินมา ทำไมเราจึงเห็นรอยเท้าเหลืออยู่แค่คู่เดียวล่ะ

    อีกคนหนึ่งหายไปไหนหรือ คำตอบคือไม่มีใครหายไปไหนหรอก

    แต่อีกคนกำลังอุ้มอีกคนหนึ่งเอาไว้ ผมหมายถึงตัวผมอุ้มเขาอยู่

    เป็นคำมั่นสัญญาว่าผมจะดูแลเขาไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่

     

     

       10) ครั้งหนึ่งที่ผมฟังดุริยมนตราซึ่งเป็นเสียงสวดมนต์ที่ประกอบไปกับดนตรี

    ผมฟังแล้วผมร้องไห้มาก แล้วบอกกับตัวเองว่าถ้าชีวิตผมจะหาไม่จริง ๆ

    ด้วยอาการเจ็บป่วยนี้ ผมอยากจะบอกคุณพ่อกับคุณแม่ว่า ...

    ผมได้คุณพ่อกับคุณแม่ที่ประเสริฐที่สุด ...

    ไม่ใช่แค่เลี้ยงดูสั่งสอนให้แนวทางชีวิตในยามที่ผมปกติดีอยู่

    แต่ในยามเจ็บป่วยคุณพ่อ-คุณแม่ไม่เคยห่าง

    มาหาผมที่โรงพยาบาลทุกวัน

    อยากให้ท่านได้รู้ว่าผมมีคุณพ่อ-คุณแม่ที่ผม

    ไม่สามารถเรียกร้องหาได้ดีกว่านี้จากที่ไหน

     

       11) ในความเป็นพ่อ ผมให้คะแนนความพยายามมากกว่าผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้น

    ผมคิดว่าคะแนนความพยายามของผมที่ 80

    มันไม่เต็มร้อยหรอกครับเพราะมีข้อจำกัดเรื่องเวลา

    แต่ลูก ๆ มีแกนกลางคือเขามีแม่ที่ดี เพราะฉะนั้นลูก ๆ จะไม่เคยรู้สึกว่าขาดพ่อ

    เพราะว่าแม่ทดแทนได้หมด

          แม่ไม่ใช่เพียงแค่คนที่พยายามรักษาความสมดุลในครอบครัว

    แต่เขาเป็นศูนย์กลางของจักรวาลในครอบครัวเรา

    นี่ไม่ใช่การถ่อมตน แต่เป็นการพูดในความรู้สึกที่แท้จริง

    เขาเป็นดวงใจของเราทุกคน ให้กลับกัน ผมไม่เชื่อด้วยซ้ำว่าผมทำได้

    เพราะว่าผมอาจจะถนัดเรื่องจัดหามากกว่าการดูแล

    ใครอยากได้อะไรผมจะหามาให้

    ขอแค่ให้รู้เถอะไม่ต้องเอ่ยปากหรอกผมจะไปหามาให้

     

       12) ชีวิตผมไม่มีอะไรนอกจากบริษัทเจเอสแอลและครอบครัว

    ผมมีแค่นี้ ผมไม่มีอย่างอื่นอีกแล้ว

     

       13) การเป็นพ่อเป็นเรื่องของธรรมชาติ ไม่ต้องใช้อะไรเป็นพิเศษ

    ไปมากกว่าความรักทั้งหมด ผมเคยเซ็นหนังสือให้ลูกว่า

    สำหรับน้องเพชร ด้วยความรักทั้งหมดในหัวใจพ่อ

    ถ้าคุณรักลูก คุณก็พร้อมที่จะทำทุกอย่างกับเขา

    และตรงนี้ต่างหากที่เพิ่มเติมมาด้วยสติปัญญา

    พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อที่จะมีเวลาอยู่ด้วยกัน

    เรียนรู้ถึงความต้องการและความฝันของเขา

    แต่บางครั้งลูกก็ไม่ได้อยากอยู่กับเราเสมอไป

    เขาอาจจะมีธุระอื่น ฉะนั้นความรักและความเข้าใจจะต้องมาเป็นอันดับต้นเลย

    เราต้องพยายามหาหนทางละมุนละไมที่จะโอบแขนของ

    เขาเข้าไปอยู่ในชีวิตของเขาให้ได้....

     

                14) ผมไม่ขอเปรียบเทียบชีวิตการเป็นพิธีกรของผมกับคนอื่นๆ

    ตอนที่ทำรายการจันทร์กะพริบใหม่ ๆ ผมจบดอกเตอร์มา

    มันยิ่งสร้างความคาดหวังว่าจะทำอะไรดีๆ ได้อีกเยอะ

    ต้องศึกษาหาความรู้เยอะ อ่านประวัติของแขกรับเชิญมาล่วงหน้า

    ซึ่งจะทำให้เราไม่รู้สึกห่างไกลจากเขา รายการจันทร์กะพริบเป็นงานที่ยาก

    ผมใช้เวลากว่า 2 ปีจึงจะหาตัวเองพบ

     

     

       ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าการเป็นพิธีกรมันคือการแสดง

    ในเมื่อมันคือการแสดง อะไรล่ะคือบุคลิกภาพจริง ๆของเรา

    เวลาที่เราขอคำแนะนำจากใคร 10 คน เราจะได้คำตอบ 10 อย่าง

    เพราะฉะนั้นผมเลยคิดว่าที่สุดแล้วผมเชื่อตัวเองอีกว่า

    ผมไม่ใช่คนถามจาบจ้วงหรืออยากให้เฮฮากว่านี้ ผมว่าไม่ใช่ผม

    ผมเป็นคนที่ให้เกียรติคน เป็นคนที่มีบุคลิกพูดง่าย ๆ

    ว่านุ่มนิ่มบางทีมันเป็นจุดอ่อน

    แต่เราต้องพัฒนาให้เป็นจุดแข็งให้ได้ เอาความอ่อนโยนมาเป็นเสน่ห์

    เอาความนุ่มนิ่มมาเป็นวิธีการถามคำถามทำให้เกิดความอบอุ่นขึ้น

     

       15) ครั้งแรกที่ผมสัมภาษณ์ ทอดด์ ทองดี เขาบอกว่ายูรู้ไหม

    ว่าการที่ยืนอยู่ด้วยกันบนเวที มันมีไออุ่นของคนที่อยู่ใกล้กัน

    เขาไม่รู้สึกอบอุ่นแบบนี้กับใครเท่าที่ยืนอยู่ใกล้ผม

    ผมมีความรู้สึกว่านั่นแหละคือการที่เราหาตัวเองเจอ

    ธรรมชาติของผมคือเป็นผู้ชายที่อบอุ่นนั่นเอง

     

       16) ทุกวันนี้ผมดูทีวีได้ไม่นาน เพราะว่าเสียงมันดังเกินไป

    รายการโทรทัศน์น่าจะมีความนุ่มนวลแล้วค่อยทะยานขึ้นไปถึงความตื่นเต้น

    แต่ทุกวันนี้มันมีแต่ความเปรี้ยงปร้าง อาจเป็นเพราะว่าการแข่งขันมันสูง

    พิธีกรต้องขุดมุกมาใช้เพื่อให้ได้ชื่อว่าสามารถสร้างเสียงฮาได้ตลอดเวลา

    ซึ่งผมคงสอบตกในกรณีนี้ แต่ผมเชื่อว่าความแพรวพราวมันมีได้หลายลักษณะ

    เช่นยิงคำถามแพรวพราวก็ได้ หรือบางทีเขาตอบอะไรมา

    เราอาจจะแสดงความคิดเห็นอะไรกลับไป เป็นความแพรวพราวตรงนี้ก็ได้

    ไม่จำเป็นต้องมีมุกตลอดเวลา

     

       17) การเป็นพิธีกรคือโอาสที่ได้เรียนรู้ชีวิตของคน

    ได้แบบเรียนชีวิตโดยไม่ต้องซื้อหามา

    เป็นประสบการณ์ล้ำค่าที่ไม่มีอะไรทดแทนได้

    ผมเรียนรู้ชีวิตของชีวิตของผู้อื่น ผมได้ค้นพบว่าชีวิตไม่มีความแน่นอน

    เราต้องใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง

       ชีวิตเป็นสิ่งที่มีค่าและในยามที่เรายังมีลมหายใจอยู่

    เราน่าจะได้ใช้โอกาสนั้นทำความดี เป็นสิ่งที่เราจะทิ้งไว้ในโลกนี้

    มันเป็นมรดกของมนุษยชาติอย่างหนึ่งและคนอื่น อาจจะเรียนรู้ได้ในภายหลัง

     

       18). การมีชีวิตอยู่เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มาก เราทำให้ห้วงชีวิตเป็นอะไรก็ได้

    เป็นหนึ่งชีวิตที่เต็มไปด้วยคุณค่าหรือเราทำหนึ่งชีวิตของเราให้เป็นหนึ่งชีวิต

    ที่สร้างความทุกข์ใจให้กับใครสักคนหนึ่งไปตลอดชีวิตก็ได้

    ความยิ่งใหญ่ของชีวิตอยู่ที่ว่าเราจะเลือกใช้ชีวิตอย่างไร

     

       19) ผมไม่รู้ว่าจำนวนของคนที่เห็นแก่ตัวบนโลกนี้มีเท่าไหร่

    แต่ผมว่าความเห็นแก่ตัวมันเกิดขึ้นได้กับทุก ๆ คนแหละ

    มันคือการชั่งน้ำหนักในสิ่งที่เราจะทำ จริง ๆ

    แล้วก็คงเหมือนกับที่เขาพูดกันว่า

    ไม่ต้องเป็นคนดีเท่าไหร่หรอก ขอแค่เป็นคนเลวน้อยที่สุดก็พอแล้ว

     

       20) ความกตัญญูรู้คุณคนเป็นสิ่งที่ผมยึดถือเป็นหลักประจำใจ

    คนเราถ้าไม่รู้จักรู้พระคุณคน

    มันทำให้เราหลงลืมไปว่าเรามีชีวิตอยู่ทุกวันได้เพราะอะไร

    คนที่เขาให้เรามาบางทีเขาไม่ได้จดจำเพราะมั่นเป็นการให้ที่แท้จริง

    แต่การที่เราได้รับนั้นหมายถึงการได้ส่วนบุญที่ดีมา

    มันเปลี่ยนชีวิตเรามากเพียงพอที่เราควรจะจดจำว่าเรามาถึงฝั่งฝันนี้ได้อ่างไร

    มีใครบ้างที่ช่วยพยุงเรา ขณะที่เราว่ายน้ำข้ามมหาสมุทรมา

    การระลึกถึงพระคุณของคนเป็นสิ่งที่มนุษย์ประเสริฐเขาทำกัน

     

       21) คนที่เป็นผู้ให้ ในชีวิตผมมีมากและผมไม่มีวันที่จะลืมได้เลย

    ภรรยาผมเขาไม่เคยนึกถึงตัวเองเลย เขานึกถึงแต่ว่าทำอย่างไรสามีเขาจึงจะหาย

    ผมเรียนเรื่องธรรมชาติบำบัด ผมรู้สึกเอาเองว่าผมรับพลังดี ๆ จากธรรมชาติมาเยอะ

     

     

    เรียนรู้ที่จะรับพลังธรรมชาติจากต้นไม้ ใบหญ้า ผมรับรู้ถึงความปรารถนาดี

    ความหวังดีของคนจำนวนมาก คนเหล่านี้เป็นคนที่ผมไม่มีวันลืมไปจากชีวิตนี้

    แล้วก็ขอเจอกันทุกชาติไป ผมคิดว่าถ้าผมจะหาย ก็ได้ด้วยพลังรักที่เขามีต่อผม

     

       22) ทุกวันนี้ผมมองทุกอย่างด้วยสายตาเป็นกลางมากขึ้น

    ผมมองว่าถ้ามันจะเป็นความรู้สึกที่สุด ผมก็จะไม่ดีใจจนเกินเหตุ

    หรือถ้ามันจะทุกข์นัก ผมก็จะไม่ทุกข์มาก

    ผมจะอยู่ตรงกลางด้วยความหวังว่าวันของเราจะต้องมาถึง

    เราได้ฟังเรื่องมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นกับคนหลายคนที่เป็นมะเร็ง

    ใจผมก็อยากให้สิ่งนี้เกิดขึ้นกับผมบ้าง

    เมื่อไหร่ปฏิหาริย์จะเกิดขึ้นกับผมสักที

    ผมท้อแท้บ้าง แต่ผมไม่ยอมแพ้พ่าย ทำไมยังเจ็บปวด เศร้า ทุกขเวทนาอยู่เรื่อย

    แต่ผมปฏิเสธ ที่จะตายไปกับโรคนี้

     

       23) ผมเสียใจอยู่ตลอดมาที่มีเวลาให้กับครอบครัวน้อยเกินไป

    อยากบอกลูกว่า ถ้าพ่อเลือกได้ พ่อคงอยู่บ้านให้มากกว่านี้