Thanya's profile~ . o O Happy Time ! O ...PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    05 July

    การดื่มน้ำเมื่อท้องว่างผ่านกระเพาะเพื่อรักษาสุขภาพที่ดี

     
                ในประเทศญี่ปุ่นทุกวันนี้เป็นที่นิยมการดื่มน้ำทันทีหลังตื่นนอนตอนเช้า
      (ก่อนแปรงฟัน) เพื่อการรักษาสุขภาพที่ดี มีการทดลองทางวิทยาศาสตร์ พบว่าน้ำสามารถใช้ชะลอ
      ความแก่ และสามารถบำบัดรักษาโรคได้ เราสามารถใช้น้ำเพื่อบำบัดรักษาโรคได้หลายโรค

              มีการพิสูจน์จนยอมรับว่าสามารถบำบัดรักษาโรคเหล่านี้ได้ผล 100%
       (ค่อยเป็นค่อยไป ต้องใช้ระยะเวลา) ปวดหัว ปวดตามตัว โรคระบบหัวใจ โรคไขข้ออักเสบ โรค
      หัวใจเต้นเร็ว โรคลมบ้าหมูี โรคอ้วน โรคหลอดลมอักเสบ โรคหืด วัณโรค อาการเยื่อหุ้มสมอง
      อักเสบ ไขสันหลังอักเสบ โรคไตและยูริก โรคแสลงคลื่นไส้ต่างๆ โรคกระเพาะ โรคท้องร่วง โรค
      ริดสีดวง โรคเบาหวาน โรคอาการท้องผูก โรคตา โรคภายในสตรี มะเร็ง และรอบเดือนไม่ปกติ
      โรคคอ หู จมูก


                 วิธีการรักษา ปฏิบัติดังนี้


      1. ตื่นนอนตอนเช้า ก่อนแปรงฟัน ให้ดื่มน้ำ 4 แก้ว
          (640  ซีซี)
      2. หลังจากนั้น สามารถแปรงฟันและล้างหน้าได้
          แต่ ต้อง ไม่ดื่ม หรือรับประทานอะไร จนกว่า
          45 นาที ผ่านไป จึงจะรับประทานได้ตามปกติ
      3. หลังรับประทานอาหารเช้า กลางวัน เย็น ไปแล้ว
          15 นาที   ต้องไม่ควรดื่มน้ำ หรือรับประทานเลย
          จนกว่า 2 ชั่วโมงผ่านไป
      4. ผู้ป่วย หรือ คนชรา ที่ไม่สามารถดื่มน้ำ 4 แก้ว ก็่
          ขอให้ ค่อยๆ ดื่ม ค่อยเป็นค่อยไปเรื่อยๆ จนได้
          ครบ 4 แก้ว

                              ข้อปฏิบัติ 4 ข้อดังกล่าว จะทำให้ท่านบำบัดรักษาโรคที่เป็นอยู่ค่อยๆ
      เบา และหายขาดได้ในที่สุด วิธีนี้ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ทั้งสิ้น จะทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น
                              จากสถิติข้อมูลโรคที่บำบัดรักษาทำให้หายได้ภายในเวลาดังนี้
                              1. โรคความดันโลหิตสูง          30  วัน
                              2. โรคกระเพาะ                      10  วัน
                              3. โรคเบาหวาน                     30  วัน
                              4. โรคท้องผูก                       10  วัน
                              5. โรคมะเร็ง                        180  วัน
                              6. โรควัณโรค                        90 วัน

                              สำหรับโรคไขข้ออักเสบจะเห็นผลภายใน 3 วัน ในสัปดาห์แรกให้
      ปฏิบัติทุกวัน
      วิธีรักษาแบบนี้ไม่มีผลเสียแต่อย่างใด เพียงแต่อาจปัสสาวะบ่อยขึ้น และหลังดื่มน้ำไปแล้วประมาณ
      1-2 ชั่วโมง จะปวดปัสสาวะ ซึ่งอาจไม่สะดวกในการเดินทางบ้างเท่านั้น
                              ขอให้มีสุขภาพที่ดีทุกท่าน

            

               

     

    04 July

    หลักการเขียนลายเซ็น (ภาค 2)

    วิธีการแก้ไขลายเซ็น

                    กรอบของลายเซ็นเน้นเฉพาะในตำแหน่งประธาน หลักการคือ

                    -เขียนให้อยู่ในกรอบ

                    -ตัวอักษรมีหางสามารถลากเกินกรอบได้

     

                    กรอบแบบที่ 1 กลุ่มอักษรปกติ การเขียนพยัญชนะที่ถูกต้องจะต้องอยู่ในกรอบ ไม่ให้ขาดไม่ให้เกิน ถ้าเขียนเกินนอกกรอบ จะทำให้เป็นคนที่เชื่อมั่นในตัวเองมากเกินไป ถ้าเซ็นอักษรส่วนบนอยู่ห่างจากกรอบ จะทำให้ขาดอำนาจ ควรเขียนให้อยู่ในกรอบ



                    กรอบแบบที่ 2 กลุ่มอักษรหางตวัดกลับ ได้แก่ จ ล ว อ

                    วิธีการเขียน คือ อย่าปล่อยให้โค้งของพยัญชนะตวัดลงมาแตะตัวอักษร และลงต่ำกว่า 60 %

     


    กรอบแบบที่ 3 อักษรที่มีเส้นด้านล่าง ได้แก่ ฤ ฐ เช่นคนที่มีชื่อฐานันทร์ เป็นต้น ต้องเซ็นให้รู้ว่าอยู่ในกรอบ ส่วนใหญ่จะอยู่สูงต่ำต้องถูกต้องตามวิธีเขียนถึงจะดี

                    ลายเซ็นกับสุขภาพ

                    หลักการแก้ไขลายเซ็นทีทำร้ายสุขภาพเรามีหลักง่าย ๆ ดังต่อไปนี้


                    ห้ามเซ็นตัดหรือแทงในตำแหน่งที่ 1 ในตำแหน่งพยัญชนะหรือประธานจะเทียบท่ากับร่างกายเรา อย่าเซ็นตัดตัวหรือเซ็นแทงลงในตำแหน่งนี้ จะบอกถึงสุขภาพของผู้เซ็น เซ็นตัดตำแหน่งไฟก็จะเกิดผลร้ายที่ตำแหน่งนั้น

                    การแก้ไขอักษร   

                    แก้อักษร ส. เพื่อเปลี่ยนปัญหาปวดศรีษะเป็นเจ็บคอแทน

                    แก้อักษร ศ.เพื่อเปลี่ยนอาการปวดศรีษะเป็นเจ็บข้อเท้าแทน

                    .. เป็นอักษรที่มีเส้นแทงโดยธรรมชาติข้างบน ตำแหน่งนี้จะบอกถึงความรุนแรงของเรื่องระบบความคิดจะมีการปวดหัว วิธีการแก้ปัญหาคือ ลากเส้น ส. ให้สะบัดคล้องเพื่อตวัดขึ้นเป็นหัว จะลดอาการปวดหัวมาเป็นเจ็บคอแทน


                    ส่วน ศ. ถ้าสมมุติลากจาก ค. แล้วมีอักษรแทงที่หัว จะมีอาการปวดหัว มีปัญหาเรื่องระบบความคิด วิธีการแก้คือลากเป็น ค. ไปแล้วมีเส้นแยงขึ้นไป มันจะลดความรุนแรงของการปวดหัวลงให้เหลือเป็นเจ็บขา


    การแก้ไขเหลี่ยมคมในพยัญชนะ

                    เหลี่ยมคมในพยัญชนะหมายถึง ความก้าวร้าว แข็งกร้าว รุนแรง การต่อสู้ปะทะ การลบเหลี่ยมคมช่วยบรรเทาลักษณะดังกล่าวลง

                    ตัวอักษรในลายะเซ็นส่วนมากจะมีรูปทรงแหลมคมหรือเหลี่ยมมุม ซึ่งรูปทรงเหล่านี้เป็นลักษณะของความแข็งกร้าว การต่อสู้ ปะทะ การโต้แย้ง ซึ่งจริง ๆ แล้วจะว่าไม่ดีก็ไม่เชิง ซึ่งลักษณะอันนี้อาจจะเหมาะสมกับอาชีพตำรวจทหาร แต่ถ้าคนทั่วไปวิธีการแก้ปัญหาคือ อาจจะเปลี่ยนเป็นโค้งมน เพื่อลดความรุนแรง


                    จากากรที่เราได้ทราบเบื้องต้นเกี่ยวกับการใช้ลายเซ็น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ตัวอักษร องค์ประกอบตัวอักษร และการแก้ไขลายเซ็นแบบต่าง ๆ เมื่อท่านได้อ่านแล้ว ท่านสามารถนำไปปรับเปลี่ยนจากลายเซ็นเดิมของท่าน ซึ่งอาจจะไม่ดี แต่เมื่อเราปรับเปลี่ยนแล้วจะดีขึ้น ให้นำส่วนที่เสียออกไป สิ่งที่เหลือจะเป็นสิ่งที่ดี

    การใช้ลายเซ็นเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ตัวผู้ใช้ลายเซ็น ต้องเป็นคนดีด้วย ลายเซ็นจึงจะสมบูรณ์

     

    หลังการเขียนลายเซ็นแบบง่าย ๆ

    ถูกต้องตามลักษณะและเป็นลายเซ็นที่ดีควรจะทำอย่างไรบ้าง

                    1.ต้องใช้สติในการเขียน ให้เขียนลายเซ็นด้วยสติ อย่าใช้อารมณ์เขียนเขียนจรดปากกาอย่างมีสติ ควบคุมเส้นให้มั่นคงและเขียนตามโครงสร้างของลายเซ็น การเขียนแบบหวัดมากมันจะมีผลต่อการเขียนลายเซ็น เพราะว่าอารมณ์เราคอนโทรลต้องใช้สติคอนโทรล มันถึงจะทำให้คุณมีพลังในการเขียน

                    2.เริ่มเขียนจากพยัญชนะนำตำแหน่งที่ 1 เขียนให้ใหญ่ เต็มตัวแบบสมบูรณ์ และหัวในพยัญชนะหรือสระที่มีหัว คือเรื่องของความคิดในเชิงสร้างสรรค์


    ถ้ามีหัวควรจะเซ็นให้มีหัว ถ้าไม่มีหัวอย่าเติม ไม่เซ็นให้ขาหรือเกิน เช่น ส. ต้องเป็น ส.ที่มีหาง ไม่ใช่ ล.ลิง หรือการเซ็น ค. เซ็นเป็น ศ.ศาลาเป็นต้น


                    และที่สำคัญคืออย่าเขียนย้อนกลับมา เพราะจะหมายถึงความคิดแปรปรวน


     

                    3.ตำแหน่งบริวารเว้นวรรคกับตำแหน่งประธาน (ตำแหน่ง 1 กับ 2) เว้นช่องไฟขนาดเศษหนึ่งส่วนสองของตัวอักษร อย่าเซ็นให้ติดกัน


                    ลายเซ็นให้มีขนาดเล็กกว่าตำแหน่งที่ 1  ให้อยู่ในตำแหน่งที่ 2.1

                    ถ้าอยู่ในตำแหน่ง 2.2 ก็จะทำให้ตำแหน่งของพยัญชนะนำหรือประธานล้ำมาอยู่ในโซนต่ำ แสดงว่าบริวารจะมีอิทธิพลเหนือกว่าตัวเรา

     


                    หรือถ้าตำแหน่งที่ 2 ไม่มีช่องไฟกับตำแหน่งที่ 1 ก็จะแสดงว่าบริวารและตัวเราเข้ามาพัวพันหรือเข้ามามีอิทธิพลต่อเรา ซึ่งอาจจะเป็นทางร้ายก็ได้


     

                    4.เว้นช่องไฟให้ถูกต้อง ขนาดของตำแหน่งช่องไฟระหว่าง 1 กับ 2 และ 4 กับ 5 ควรมีขนาดเศษหนึ่งส่วนสองของตัวอักษร

     


                    ส่วนช่องไฟระหว่าง 2 กับ 4 ควรมีขนาดเท่ากับหนึ่งตัวอักษร เทียบจากขนาดตัวอักษรในการเซ็นของคุณ

                    การเว้นระยะที่เหมาะสมของช่องไฟในแต่ละชุดจะทำให้ชีวิตคุณดำเนินได้อย่างไม่สมดุล ไม่วุ่นวาย

     



     

                    5.ตำแหน่งพยัญชนะนำของนามสกุลต้องมีขนาดเท่ากับ 1 หรือไม่น้อยกว่าเศษสามส่วนสี่ของตำแหน่งที่ 1 และควรเขียนให้มีความสมบูรณ์ครบถ้วน

                    ในอีกความหมายหนึ่งของตำแหน่งที่ 1 และ 4 ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญ ตำแหน่งที่ 1 คือหมายถึงหาทรัพย์เข้ามา และตำแหน่งที่ 4 หมายถึง การจ่ายออก


                    ถ้า 1 เล็กกว่า 4  ก็แปลว่าหาได้น้อยกว่าจ่าย ซึ่งจะทำให้เกิดความไม่สมดุลทางด้านการเงิน

                    6.เว้นวรรคตำแหน่ง 4 กับ 5 ตำแหน่งพยัญชนะนำต้องเว้นช่องไฟให้กับบริวาร ตำแหน่งญาติพี่น้อง ลูกหลานก็มีหลักการเดียวกัน

     


     


     

                    เว้นระยะช่องไฟระหว่าง 4 กับ 5 ขนาดเศษหนึ่งส่วนสองตัวอักษร เซ็นให้ตัวเล็กกว่า 4 และอยู่ในตำแหน่งที่ 5.1 อย่าเซ็นให้ติดกัน

                    7.การเซ็นสระและวรรณยุกต์ต้องเซ็นที่หลัง สระที่อยู่ในชื่อมักจะทำให้รูปแบบของลายเซ็นเสียหาย และเป็นเรื่องที่ควบคุมยาก  สระเอกับสระแอที่นำหน้าส่วนใหญ่มักจะลากเป็นกำแพง ดังนี้


                    หลักในการเขียนสระและวรรณยุกต์คือ ให้เซ็นหลังสุดหลังจากที่เขียนชื่อแล้วและเขียนนามสกุลแล้ว ไม่ให้สระเออยู่สูงกว่าพยัญชนะนำ ยกเว้นสระ โ ไ ใ ซึ่งอยู่สูงกว่าธรรมชาติ เพราะฉะนั้นการเขียนสระทีหลังเพื่อให้เรามีสติควบคุมเส้นไม่ให้เกินตำแหน่งที่กำหนดไว้


     

                    และนี่คือเป็นหลักการของการเขี่ยนลายเซ็น ถ้าคุณเลือกเซ็นลายเซ็นอย่างนี้ละก็ รับรองว่าลายเซ็นคุณสมบูรณ์แน่นอน

     

    ลักษณะต้องห้ามในลายเซ็น

                    1.เซ็นตัดตัวเอง ห้ามเซ็นตัดตัวเองในตำแหน่งที่ 1 จะมีความหมายไม่ดีต่อสุขภาพ ร่างกาย เป็นการตัดหือทิ่มแทงตัวเอง

                    หรือเซ็นตัดทุกตำแหน่ง ต้องแก้ไขนะ เป็นเรื่องที่ซีเรียสมากสำหรับลายเซ็น  เดี่ยวจะขยายความเรื่องลายเซ็นกับสุขภาพ

                    ตัวอย่างลายเซ็นตัดตัวเอง


                    2.เซ็นเป็นเส้นแทง เส้นแทงมีความหมายถึงการทำร้ายตำแหน่งของตัวเอง  ตัวอย่างเส้นแทงที่พบบ่อยคือ  เกิดจากรูปแบบตัวอักษร    .   .

    เกิดจากวิธีการเขียน  .  .

     


    เส้นที่เกิดจากการลากตวัดมือ


     

    3.เซ็นพยัญชนะเกินกรอบ ไม่มีอักษรส่วนเกินอกนอกเส้นกรอบ เดี๋ยวจะอธิบายเรื่องกรอบของพยัญชนะ แต่หลักการคืออย่าเขียนออกนอกกรอบและเขียนเกินตัวอักษร

     


                    4.เซ็นพันกัน อย่าเซ็นพันกัน ลายเซ็นที่มีลักษณะที่พันกันยุ่งเหยิงเหมือนเส้นด้าย เปรียบเสมือนชีวิตที่พบกับความยุ่งยาก ไม่สามารถสะสางปัญหาได้ และจะมีอุปสรรคในชีวิต ขาดระบบระเบียบ ขาดการจัดการ ระบบความคิดไม่ดี ส่วนมากลายเซ็นแบบนี้จะเป็นโรคประสาท

     


                    5.เซ็นสระยาวเกินไป อย่าลากสระยาวเกินความจำเป็น การลากสระอุ สระอู ยาวเกินไปจะบ่งบอกถึงว่า ลายเซ็นส่วนใหญ่อยู่ในโซนต่ำ สิ่งเหล่านี้จะบอกถึงเรื่องอดีตเก่า ๆ ที่ผ่านมา


                    6.เซ็นตัวอักษรขาด อย่าลากตัวอักษรขาด หมายความว่า เซ็นพยัญชนะเดียวแต่ยกปากกาขึ้น ทำให้ตัวพยัญชนะขาดออกจากกัน เช่น คำว่า ปกรณ์แบบนี้ จะทำให้พยัญชนะนำของตัวอักษรสำคัญขาด อันนี้เสียหายมาก เป็นอันตรายทีเดียว

                    หรือย่างเช่น ทศธรรม ถ้าเขียนอย่างนี้ ความไม่สมบูรณืของตัวอักษรตัวพยัญชนะประธานก็คือความไม่สมบูรณ์ของตัวคุณเอง


                    7..เซ็นสระที่อยู่หน้าเป็นกำแพง อย่าเซ็นสระเป็นกำแพงกั้นตัวเอง อย่างที่อธิบายไปแล้วในวิธีการเซ็นสระ ซึ่งบางคนอาจจะเห็นว่ายุ่งยากก็สามารถตัดออกจากลายเซ็นได้นะครับ โดยไม่เสียหายสามารถ็สามารถอะไร



                    8.เซ็นกลับหลัง อย่าเซ็นกลับหลัง เช่น เซ็น ส. แทนที่จะเป็น ส. ก็เซ็นเป็น s การทำแบบนี้ทำให้ระบบต่าง ๆ ในความคิดผิดปกติ พยัญชนะขาดพลังและขาดทิศทางที่ถูกต้อง

     

    หลักการเขียนลายเซ็น (ภาค 1)

    เรื่องการเปลี่ยนลายเซ็นนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล บางคนก็ว่า ตัวองเซ็นดีแล้ว แต่บางคนคิดอยากจะแก้ไขเปลี่ยนแปลง ถ้าหากการเปลี่ยนลายเซ็นทำให้ชีวิตคุณเปลี่ยนแปลงและดีขึ้นภายในสามเดือนโดยไม่ทำให้ใครเดือดร้อนและไม่ต้องเสียงินเสียทอง คุณจะไม่สนใจบ้างหรือครับ

    ความสำคัญของลายเซ็น

                    ลายเซ็นมีความสำคัญ บางคนมาทำงานตอนเช้า เซ็นลายเซ็นแต่ไม่รู้ว่ามันบอกอะไรได้บ้าง ลายเซ็นของคุณเป็นสัญลักษณ์และเครื่องหมายบ่งบอกว่าคุณเป็นคนอย่างไร เป็นตัวแทนของคุณดังนี้

                    ลายเซ็นสามารถบอกได้ถึง

    1.ชีวิตของผู้เซ็น

    2.สุขภาพ

    3.บุคลิกภาพ

    4.บริวาร

    5.ฐานะทางการเงิน (ฐานะ ความมันคง การดำเนินชีวิต)

                    โครงสร้างของลายเซ็น

                    1.ประธาน

                    2.บริวาร

                    3.ช่องไฟ

                    4.สกุล

                    5.เครือญาติ

     

                    ตำแหน่งประธาน หมายถึง พยัญชนะตัวแรกของเราถือว่าเป็นตำแหน่งของเรา ตำแหน่งที่สองคือบริวาร หมายถึงญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงบริวารต่าง ๆ ต่อไป คือช่องไฟ และตามด้วยนามสกุล  นามสกุลเป็นพยัญชนะตัวแรกของเรา แล้วก็ตามด้วยเครือญาติ

                    ลายเซ็นของเรามีหลายตำแหน่ง แต่ว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือประธาน ประธานคือตำแหน่ง 1 เราต้องเขียนตัวประธานให้ใหญ่ เช่น ผมชื่อชาญณรงค์ ผมต้องเขียนพยัญชนะ ช. ให้อยู่ในกรอบของหมายเลข 1 และตามด้วยบริวาร หมายเลข 2 จำเป็นที่จะต้องเขียนเว้น อย่าเชื่อมติดกับประธาน เพราะอะไร ปกติหลายคนเขียนชื่อและก็บริวารติดกัน ความหมายก็คือบ่งบอกถึงเรื่องความผูกพันกับบริวารเดี่ยวเราจะกล่าวถึงช่วงต่อไป

     

                    ตำแหน่งต่อไปคือตำแหน่งที่ 3 ช่องไฟ ง่าย ๆ คุณเพียงแค่เอาปากกาของคุณวางทาบ เว้นช่องไฟให้เท่ากับหนึ่งช่องปากกา และตัวต่อไปคือสกุล หมายเลข 4 พยัญชนะ พยัญชนะตัวแรกของคุณเป็นอะไร เช่น ผมนามสกุลขันทีท้าว ผมจะเขียน ข.จะอยู่ตำแหน่งเดียวกับประธาน แต่ว่าขนาดจะไม่เท่ากับประธานจะอยู่ประมาณ 3 ใน 4 และตัวต่อไปก็เป็นเครือญาติ คือบริวารในครอบครัว

                    คุณเขียนนามสกุลยาวบ่งบอกถึงเรื่องบางอย่างในเครือญาติ เงินทอง ชื่อ เสียง เกียรติยศ ของคุณ

     

     

                    โครงสร้างของลายเซ็นตามช่วงอายุ

                    เราพูดถึงโครงสร้างลายเซ็นไปแล้วนะครับ ต่อไปเราจะเขียนลายเซ็นยังไงตามกฎเกณฑ์อายุ ผมตั้งไว้อย่างงี้ครับ เรามักเริ่มเขียนลายเซ็นตั้งแต่อายุ 15 จนถึงอายุ 35 ปี ผมถือว่าช่วงชีวิตของคนเราอยู่ในเกณฑ์ 70 ปี 35 ปี คือครึ่งของชีวิต เพราะฉะนั้น ช่วงต้นของชีวิตเราจะต้องเขียนพยัญชนะชื่อเราให้ยาวกว่า นามสกุล อย่างงี้ครับ

                    กฎเกณฑ์ของลายเซ็นอายุต่ำกว่า 35 ปี ควรเซ็นชื่อให้ยาวกว่านามสกุล สามารถเซ็นได้ 2 วิธี

                    1.เซ็นเฉพาะชื่ออย่างเดียว

                    2.เซ็นชื่อและนามสกุลย่อ

     

                    พอเมื่ออายุเลย 35 ปีไปแล้ว คนจีนบอกว่าตกที่ตา หมายถึงว่าการเจริญเติบโตก้าวหน้า เราจะเขียนพยัญชนะชื่อเราสั้นกว่านามสกุล

     

                    กฎเกณฑ์ลายเซ็นอายุ 35 ปีขึ้นไป


                    ให้เซ็นนามสกุลยาวกว่าชื่อ และในกรณีที่ชื่อยาวกว่านามสกุล ให้เซ็นชื่อแบบย่อ  และนามสกุลเต็ม

     

    โซนของลายเซ็น

                    พูดถึงโซนของลายเซ็นมีความสำคัญยังไง หลายคนอาจจะไม่รูว่า ผมเขียนตรงนี้มันคืออะไร เป็นยังไง ตรงนี้ลากยาวลงมาคืออะไร

                    ความหมายของโซนในลายเซ็นแบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน

                    สูง           จะเกี่ยวกับเรื่องอนาคต จินตนาการ

                    กลาง        หมายถึงปัจจุบัน

                    ต่ำ            หมายถึงอดีต กรรม ภาระ เรื่องเก่า ๆ

     

     

     


     

     

                    โซนกลางจะเป็นโซนที่เรียกว่า เป็นอักษรที่ใช้มากที่สุด เป็นพยัญชนะที่ใช้เป็นปกติ

                    ส่วนโซนต่ำจะเป็นเรื่องของสาระ เป็นเรื่องของอดีตชาติ ความหลัง กรรม ภาระ จิตใต้สำนึก และกามารมย์ หรือวัตถุนิยม รวมกันอยู่ในตำแหน่งของโซนต่ำ

                    ส่วนโซนสูง บ่งบอกในเรื่องของจินตนาการ ความฝัน อนาคต วิสัยทัศน์ อุดมคติ คุณธรรม ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องเพ้อฝัน อิมเมจิ้นทั้งหมด ยกตัวอย่างเช่น


                    ลายเซ็นอย่างนี้ ตรงกลางนี้คือโซนกลางหมดเลย ข้างล่างนี้คืออดีต ข้างตนนี้คืออนาคต

                    บางคนอย่างชื่อ อมร ไม่มีสระเลย เวลาเขียนเขียนลาก (ตามตัวอย่าง) ซึ่งจริง ๆ  แล้วอมรมีแค่พยัญชนะ แต่ขาลากตำแหน่งบริวารลงมา แสดงว่าคนนี้เป็นคนค่อนข้างคิดถึงเรื่องบริวารเก่า ๆ ที่มีปัญหากับเก่า เพราะตำแหน่งบริวารเข้ามาติดอยู่ด้านหลังของพยัญชนะเรา อันนี้บอกสัญลักษณ์ได้เลยว่า มีปัญหากับบริวารและจะทำให้คุณไม่สบาย ปวดหลัง ตำแหน่งนี้เสีย


                    เพราะฉะนั้น ถ้าเราจะดูโซนของการเขียนลายเซ็น พยัญชนะอยู่ตัวกลางลากลงมาตำแหน่งข้างล่างเนี่ยเป็นเรื่องอดีตเก่า ๆ

                    สมมุติว่าผมเขียนชื่อชาญณรงค์ ผมเขียนตัว ช. อย่างงี้ ผมลากอย่างงี้ (ตามตัวอย่างข้างบน) อันนี้บอกเลยว่า ชาญณรงค์แยกออกมาจริง แต่ว่าบริวารของคุณชาญณรงค์มาถึงเรื่องอดีตเก่า ๆ แล้วก็เป็นคนแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี แต่ว่าไม่วายคิดถึงเรื่องอดีต

                    แต่ถ้าหากว่าคุณชาญณรงค์เขียนตามตัวอย่างข้างล่าง คุณชาญณรงค์มีจินตนาการมาก และมีชั้นเชิง ประกอบกับมีบริวารที่มีจินตนาการหรือมีพลังมากกว่าคุณชาญณรงค์ เพราะแนวตลอดข้างบนนี้เป็นเรื่องของอนาคตเรื่องของจินตนาการ แนวข้างล่างเป็นอดีต


                    ความลาดเอียงของลายเซ็น

                    ความลาดเอียงของลายเซ็นแบ่งออกเป็น 3 แบบด้วยกัน

                    1.ลายเซ็นเอียงขึ้น

                    2.ลายเซ็นแนวระนาบ

                    3.ลายเซ็นเอียงลง

     

                    ลายเซ็นเอียงขึ้น ลายเซ็นแบบนี้บ่งบอกถึงความทะเยอทะยาน มุ่งไปสู่อนาคต กล้าได้กล้าเสีย มีความมั่นใจสูง



                    ลายเซ็นแนวระนาบ แสดงถึงความมั่นคงทางอารมณ์และจิตใจ หนักแน่น มีวินัย มีการควบคุมตัวเองได้อย่างดี เป็นลายเซ็นที่ดี ละเอียด ประณีต รอบคอบ ลึกซึ้ง

     

     

                    ลายเซ็นเอียงลง น้อยคนที่จะเขียน บ่งบอกถึงจิตใจต่ำ หดหู่ มองโลกในแง่ร้าย ขาดเพื่อน ขาดสังคม คนที่เซ็นลายเซ็นอย่างนี้จะค่อนข้างไม่ประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน

     


    ความลาดเอียงของตัวอักษร

                    ความลาดเอียงของตัวอักษรแบ่งออกเป็น

                    1.เอนขวา (ตำแหน่ง ก.,.)

                    2.ตั้งตรง (ตำแหน่ง ค.)

                    3.เอนซ้าย (ตำแหน่ง ง.,.)


    ความลาดเอียงของตัวอักษรมีความหมายหลายอย่าง ผมจะใช้สัญลักษณ์ ก.,.,.,.,. ถ้าสมมุติว่าคนเขียนลายเซ็นเป็นลายเซ็นที่ตรงอย่างตำแหน่ง ค. บ่งบอกถึงความมั่นคง ยึดมั่น

     

     


     

                   

     


    แต่สวนมากคนถนัดขวาจะเขียนเอียงไปทางขวามือ อย่างตำแหน่ง ง. ก็เป็นคนอ่อนไหว เป็นคนที่เซ็นซิทีฟ อ่อนไหว อารมณ์คล้อยตามจินตนาการ

     

     


                    ยิ่งเอียงมาก ตำแหน่ง จ.ยิ่งมีอารมณ์อ่อนไหวมาก หลงใหล คลั่งใคล้  เพ้อฝันมาก


                    แต่ถ้าไม่เอียงขวา ไปเอียงทางซ้าย ตำแหน่ง ข. จะหมายถึงว่าเป็นคนเชื่อมั่นในตัวเอ


     ค่อนข้างทะเยอทะยานสูง

     

                    ถ้ายิ่งเอียงมากไปตำแหน่ง ก.หยุมหยิม คิดเล็กคิดน้อย แล้วเป็นคนที่เอาตัวเองเป็นหลัก

                   

     

     

    ขนาดของลายเซ็น


                    ขนาดของลายเซ็นมีความสำคัญครับ ถ้าเขียนลายเซ็นใหญ่ (ตามตัวอย่างลายเซ็นแรก) จะบ่งบอกว่าเป็นคนที่มีพลังอำนาจยิ่งใหญ่

     

     

                    แต่ถ้าเขียนลายเซ็นผมและสูง (ตามตัวอย่างลายเซ็นที่สอง) บ่งบอกว่าเป็นคนใจแคบ เป็นคนไม่มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี และเป็นคนที่มองโลกในแง่ร้าย

                    ยิ่งเขียนตัวเล็ก (ตามตัวอย่างลายเซ็นที่สาม) บ่งบอกถึงศักยภาพของตัวเองว่า ทำงานใหญ่ไม่ได้ พยายามจะปิดบังพยามยามจะไม่อยากให้ใครรู้เรื่องราวบางสิ่งบางอย่าง ไม่มีสิทธิ์ใหญ่

                    เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือพยัญชนะต้องเขียนใหญ่

     

    02 July

    TEN TIPS FOR EARTHQUAKE SAFETY

    1) Almost everyone who simply "ducks and covers" when buildings collapse are crushed to death.
    People who get under objects, like desks or cars, are crushed.


    1) เกือบทุกคนที่ "มุดและหาที่กำบัง" เมื่ออาคารถล่มถูกทับอัดจนตาย  คนที่เข้าไปอยู่ใต้สิ่งของ
    อาทิ โต๊ะหรือรถยนต์ถูกอัดทับ


    2) Cats, dogs and babies often naturally curl up in the fetal position.
    You should too in an earthquake.  It is a natural safety/survival instinct.
    You can  survive in a smaller void. Get next to an object, next to a sofa,
    next to a large bulky object that will compress slightly but leave a void next to it.


    2) แมว หมา และเด็กทารก โดยธรรมชาติมักจะขดตัวในท่าเหมือนอยู่ในครรภ์มารดา  คุณควรทำเช่น
    กันในกรณีแผ่นดินไหว  มันเป็นสัญชาติญาณเพื่อความปลอดภัย/รักษาชีวิต  คุณสามารถมีชีวิตรอดในช่อง
    ว่างที่เล็กกว่า ไปอยู่ข้างๆ สิ่งของ ข้างเก้าอี้โซฟา ข้างของหนักๆ ชิ้นใหญ่ๆ ที่จะบี้แบนไปบ้างแต่ยัง
    เหลือที่ว่างข้างๆ มันไว้


    3) Wooden buildings are the safest type of construction to be in during an earthquake.
    Wood is flexible and moves with the force of the earthquake. If the wooden building does
    collapse, large survival voids are created. Also,  the wooden building has less concentrated,
    crushing weight. Brick buildings will break into individual bricks. Bricks will cause many
    injuries but less squashed bodies than concrete slabs.


    3)  อาคารไม้เป็นสิ่งก่อสร้างที่ปลอดภัยที่สุดที่จะอยู่ภายในขณะแผ่นดินไหว ไม้มีความยืดหยุ่นและเคลื่อน
    ตัวตามแรงของแผ่นดินไหว  ถ้าอาคารไม้จะถล่มจะเกิดช่องว่างขนาดใหญ่เพื่อช่วยชีวิต  และอาคารไม้
    ยังมีน้ำหนักทับทำลายที่เป็นอันตรายน้อยกว่า  อาคารอิฐจะแตกพังเป็นก้อนอิฐมากมาย  ก้อนอิฐเหล่านี้
    เป็นสาเหตุของการบาดเจ็บ แต่จะทับอัดร่างกายน้อยกว่าแผ่นคอนกรีต


    4) If you are in bed during the night and an earthquake occurs, simply roll off the bed.
    A safe void will exist around the bed. Hotels can achieve a much greater survival rate in earthquakes,
    simply by posting a sign on the back of the door of every room telling occupants to lie down on the floor,
    next to the bottom of the bed during an earthquake.


    4) หากคุณกำลังนอนอยู่บนเตียงตอนกลางคืนและเกิดแผ่นดินไหว เพียงกลิ้งลงจากเตียง ช่องว่างที่
    ปลอดภัยจะเกิดรอบๆ เตียง  โรงแรมจะสามารถเพิ่มอัตราผู้รอดชีวิตจากแผ่นดินไหวได้ โดยเพียงติด
    ป้ายหลังประตูในทุกห้องพักบอกให้ผู้เข้าพักนอนราบกับพื้นข้างๆ ขาเตียงระหว่างแผ่นดินไหว


    5) If an earthquake happens and you cannot easily escape by getting out the door or window,
    then lie down and curl up in the fetal position next to a sofa, or large chair.


    5) หากมีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นและคุณไม่สามารถหนี้ออกมาง่ายๆ ทางประตูหรือหน้าต่าง  ก็ให้นอนราบและ
    ขดตัวในท่าทารกในครรภ์ข้างๆ เก้าอี้โซฟาหรือเก้าอี้ตัวใหญ่ๆ


    6) Almost everyone who gets under a doorway when buildings collapse is killed. How ?
    If you stand under a doorway and the doorjamb falls forward or backward you will be
    crushed by the ceiling above. If the doorjamb falls sideways you will be cut in half
    by the doorway. In either case, you will be killed!


    6) เกือบทุกคนที่อยู่ตรงช่องประตูตอนตึกถล่มไม่รอด เพราะอะไร?  หากคุณยืนอยู่ตรงช่องประตู
    และวงกบประตูล้มไปข้างหน้าหรือข้างหลัง คุณจะโดนเพดานด้านบนตกลงมาทับ หากวงกบประตู
    ล้มออกด้านข้างคุณจะถูกตัดเป็นสองท่อนโดยช่องประตู ไม่ว่ากรณีไหน คุณไม่รอดทั้งนั้น!


    7) Never go to the stairs. The stairs have a different "moment of frequency"
    (they swing separately from the main part of the building).The stairs and remainder of the building
    continuously bump into each other until structural failure of the stairs takes place. The people who
    get on stairs before they fail are chopped up by the stair treads - horribly mutilated. Even if the building
    doesn't collapse, stay away from the stairs. The stairs are a likely part of the building to be damaged.
    Even if the earthquake does not collapse the stairs, they may collapse later when overloaded by fleeing
    people. They should always be checked for safety, even when the rest of the building is not damaged.


    7) อย่าใช้บันไดเด็ดขาด บันไดมี "ช่วงการเคลื่อนตัว" ที่แตกต่างไป
    (บันไดจะมีการแกว่งแยกจากตัวอาคาร)  บันไดและส่วนที่เหลือของตัวอาคารจะชนกระแทกกันอย่างต่อ
    เนื่องจนเกิดปัญหากับโครงสร้างของบันได คนที่อยู่บนบันไดก่อนที่บันไดจะถล่มถูกตัดเป็นชิ้นโดยชั้น
    บันได--ถูกแยกส่วนอย่างน่าสยดสยอง  ถึงอาคารจะไม่ถล่มก็ควรอยู่ห่างบันไดไว้ บันไดเป็นส่วนของ
    อาคารที่มีโอกาสถูกทำให้เสียหาย ถึงแม้แผ่นดินไหวจะไม่ได้ทำให้บันไดถล่ม มันอาจถล่มในเวลาต่อมา
    เมื่อรับน้ำหนักมากเกินไปจากคนที่กำลังหนี้  มันควรได้รับการตรวจสอบความปลอดภัยเสมอ ถึงแม้ส่วน
    ที่เหลือของอาคารจะไม่ได้รับความเสียหายก็ตาม


    8) Get near the Outer Walls Of Buildings or Outside Of Them if possible.
    It is much better to be near the outside of the building rather than the interior.
    The farther inside you are from the outside perimeter of the building the greater
    the probability that your escape route will be blocked.


    8) ไปอยู่ใกล้กำแพงด้านนอกของอาคารหรือออกจากอาคารถ้าเป็นไปได้  จะเป็นการดีกว่ามากที่จะอยู่
    ใกล้ส่วนนอกของอาคารมากกว่าจะอยู่ที่ส่วนในของอาคาร  คุณยิ่งอยู่ลึกเข้าไปหรือไกลจากบริเวณภาย
    นอกของอาคารมากเท่าไหร่ โอกาสที่ทางหนี้ของคุณจะถูกปิดกั้นยิ่งมีมาก


    9) People inside of their vehicles are crushed when the road above falls in an earthquake and
    crushes their vehicles; which is exactly what happened with the slabs between the decks of the
    Nimitz Freeway. The victims of the San Francisco earthquake all stayed inside of their vehicles.
    They were all killed. They could have easily survived by getting out and sitting or lying
    next to their vehicles. Everyone killed would have survived if they had been able to get out of
    their cars and sit or lie next to them. All the crushed cars had voids 3 feet high next to them,
    except for the cars that had columns fall directly across them.


    9) คนที่อยู่ภายในรถยนต์ถูกทับอัดเมื่อถนนด้านบนตกลงมาเพราะแผ่นดินไหวและทับรถของพวกเขา นี้เป็น
    สิ่งที่เกิดขึ้นกับแผ่นคอนกรีตระหว่างชั้นของถนนหลวงนิมิทซ์  ผู้เคราะห์ร้ายทั้งหมดจากแผ่นดินไหวที่ซาน
    ฟรานซิสโกอยู่ในรถของตัวเอง  พวกเขาตายทั้งหมด พวกเขาสามารถมีชีวิตรอดได้ง่ายๆ ด้วยการออก
    จากรถและนั่งหรือนอนราบอยู่ข้างๆ รถตัวเอง คนที่ตายทุกคนอาจรอดได้ถ้าพวกเขาสามารถออกจากรถ
    และนั่งหรือนอนราบอยู่ข้างรถตัวเอง รถที่ถูกทับอัดทุกคันมีช่องว่างสูง 3 ฟุตอยู่ข้างๆ ยกเว้นรถที่ถูกเสา
    คาดตกทับกลางคันรถ


    10) I discovered, while crawling inside of collapsed newspaper offices and other offices with a lot of paper,
    that paper does not compact.  Large voids are found surrounding stacks of paper.


    10) ผมค้นพบ--ขณะที่คลานเข้าไปในซากสำนักงานหนังสือพิมพ์และสำนักงานอื่นที่มีกระดาษจำนวน
    มาก--ว่ากระดาษไม่อัดตัว จะพบช่องว่างขนาดใหญ่รอบๆ กองกระดาษที่เรียงทับซ้อนกัน
    Spread the word and save someone's life.  กระจายข้อมูลนี้และช่วยชีวิตคนบางคน