| Thanya's profile~ . o O Happy Time ! O ...PhotosBlogLists | Help |
|
September 17 วิธีสังเกตอาการเบื้องต้น ของ มะเร็งชนิดต่างๆ----- : อาการ ของการเกิดมะเร็งในอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย 1. มะเร็งปากมดลูก อาการ มีเลือดออกจากช่องคลอดทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เวลารอบเดือนปกติของคุณอาการเจ็บปวดและมีเลือดออกหลังจากมีเพศ สัมพันธ์ หากพบว่ามีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น การตรวจโดยขูด นื้อเยื่อจากบริเวณดังกล่าวไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์จะรู้ ได้ 2. มะเร็งในมดลูก อาการ มีเลือดออกหลังการมีเพศสัมพันธ์ หรือบางครั้งอาจมีความรู้สึกว่ามีก้อนเนื้อหรือมีอาการบวมในช่อง ท้อ 3. มะเร็งรังไข่ อาการ ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมออนหรือการมีอาการเจ็บปวดหลังการมีเพศ สัมพันธ์>มี ปัญหา เกี่ยวกับลำไส้อาการท้องอืดอาหารไม่ย่อย น้ำหนักลดและมีอาการปวดหล 4. มะเร็งในเม็ดเลือด (ลูคีเมีย) อาการเหนื่อยง่ายและมีอาการซีดเซียวกว่าปกติมักเกิดอาการฟกช้ำดำเขียว หรือมีเลือดออกทางผิวหนังได้ง่ายโดยไม่ทราบสาเหตุและมักจะเกิดร่วมกับอาหาร ปวดตามข้อต่าง ๆ ทั่วร่างกายบางครั้งจะท้องอืดและเมื่อคลำดูจะพบว่ามีก้อนบวมที่ด้านซ้ายของ ช่องท้อง 5. มะเร็งปอด อาการ มักมีอาการไอบ่อย ๆ มีเลือดออกและมีเสมหะปนมากับน้ำลายน้ำหนักลดอย่างฮวบฮาบ เจ็บ หน้าอกและหายใจลำบากหรืออาจมีอาการหอบปนอยู่ด้วยทั้ง ๆ ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน 6. มะเร็งตับ อาการ ปวดในช่องท้อง เบื่ออาหาร น้ำหนักลดตาและผิวเป็นสีออกเหลืองและเหลืองจัดจนเห็นได้ ชัด 7. มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ อาการ มีเลือดปนออกมากับปัสสาวะ 8. มะเร็งสมอง อาการ ปวดศีรษะนาน ๆ และมักมีอาการอื่นร่วมด้วยเช่นอาเจียนหรือการผิดปกติของการมองเห็น ตาพร่า และเห็นแสงเขียว ๆ แดง ๆ ลอยไปมาเวลาปวดศีรษะ อ่อนเพลียไม่มีแรง หรือ การเป็นลมโดยกะทันหันอวัยวะบางส่วนของร่างกายหยุดทำงานเช่นมีอาการชาและ เป็น อัมพาตชั่วคราวควรให้ความระวังเป็นพิเศษหากคุณเคยมีประวัติการปวดหัวที่มีอาการ เหล่านี้ประกอบอยู่ด้วย 9. มะเร็งในช่องปาก อาการ มีก้อนบวมอยู่ในปาก หรือทีลิ้นเป็นเวลานานมีแผลเปื่อยที่ปากที่ไม่ได้รับการรักษา หรือเป็นแผลเรื้อรังที่เหงือกเนื่องจากการกดทับของฟันปลอมที่ใส่ไว้ประจำ หรือเป็นเวลานาน 10. มะเร็งในลำคอ อาการ เสียงแหบพร่าไปทันที มีก้อนบวมในทันทีทำให้รู้สึกว่ากลืนอาหารได้ลำบาก หรือมีการขยายตัวของต่อมในลำคอที่โตขึ้นจนสามารถจับและรู้สึก ได้ 11. มะเร็งในกระเพาะอาหาร อาการน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วอาเจียนออกมาเป็นเลือดท้องอืดหรืออาหารไม่ ย่อย บ่อย รู้สึกเหมือนมีก้อนเนื้องอกในช่องท้องหรือรู้สึกตื้อ แม้เพิ่งจะรับประทานอาหารไปได้ไม่กี่ คำ 12. มะเร็งทรวงอก อาการมีเลือดหรือของเหลวบางอย่างไหลออกมาจากหัวนมบวมหรือผิวเนื้อทรวงอกหนา ขึ้นมีก้อนบวมจนจับได้เมื่อคลำบริเวณใต้รักแร้บางครั้งอาจมีตุ่มหรือสิวเกิด ขึ้น ที่เต้านมเป็นเวลานานควรระวังเพราะผู้หญิง 9 ใน 10 คนจะมีอาการบวมของก้อนเนื้อบริเวณทรวงอกโดยไม่ทราบสาเหตุเมื่อมีอายุมาก ขึ้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนทำให้เกิดเป็นถุงน้ำใต้ผิวหนังที่เรียก ว่าซีสต์ซึ่งควรต้องค้นหาสาเหตุของอาการบวมนั้นให้ชัดเจนเสียก่อนว่าคืออะไรกัน แน่ 13. มะเร็งลำไส้ อาการ น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วมีอาการปวดท้องอย่างมากและระบบการย่อยผิดปกติ มีเลือดออกปนมากับอุจจาระ **** ซึ่งมีวิธีสังเกตของผู้ที่มีอาการเกี่ยวกับริดสีดวงทวารอยู่แล้วคือถ้าใช้ กระดาษ ทิชชูซับแล้วเลือดมีสีแดงสดนั่นคืออาการของริดสีดวงทวารแต่ถ้าเลือดมีสีดำคล้ำ นั่นคือ อาการของโรคมะเร็งในลำไส้ 14. มะเร็งต่อมน้ำเหลือง อาการมีก้อนบวมเกิดขึ้นที่ใต้รักแร้หรือใต้ขาหนีบโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไม่ ได้เกิดอาการติดเชื้อในบาง ส่วนของร่างกายมะเร็งผิวหนัง อาการมีแผลหรือแผลเปื่อยพุพองที่ไม่ได้รับการรักษาอยู่เป็นเวลานานตลอดจนไฝ หรือหูดที่โตขึ้นและมีการเปลี่ยนสีหรือรูปร่าง ขนาด นอกจากนี้อาการอันตรายอีกอย่างหนึ่งที่ เรียกว่าเมลาโนมา (Melanoma)คือ เนื้องอกที่ประกอบด้วยเซลล์ที่มีเมลานินสะสมอยู่ เช่น กระจุดด่างหรือไฝถ้าคุณมีไฝมากกว่า 50 เม็ดทั่วร่างกายหรือมีคนในครอบครัวที่มีประวัติว่าเคยเป็นโรคนี้มาก่อนคุณ จะ มีอัตราเสี่ยงสูงกว่าคนอื่นๆ ส่วนอันนี้เค้าฟอเวิร์ดติดมาด้วย – ถึง ท่าน ผู้โชคดี ขอให้ท่านนำเรื่องนี้ไปบอกต่อเป็นวิทยาทาน ท่านจะโชคดีมีความสุขตลอดกาล ตำรานี้ใช้แก้โรคมะเร็งผู้เป็นมะเร็งจะหายโดยไม่คาดคิดสำหรับมะเร็งจะหาย ภาย ใน 6 วัน
วิธีรักษา - ไปที่ร้านยาจีน ซื้อหัวเตย 1 ตำลึง หัวขิง 1 ตำลึงก้อนเกลือ 3 ก้อน นำมารวมกันแล้วแช่น้ำทิ้งไว้ 1 วัน ในน้ำ 1 ชาม ให้ดื่มจนหมดชาม
สรรพคุณ ในการรักษา - หลังจากดื่มยานี้แล้ว ควรดื่มน้ำตามมาก ๆ นำส่วนที่เหลือมารับประทาน ยานี้ จะ ขับเอาของเสียออกทางอุจจาระหรือปัสสาวะไม่ต้องตกใจ เป็นการขับของเสียออกหมดแล้วจะ ปกติ ***ตำรานี้ห้ามซื้อขาย หรือคิดเป็นเงินค่ารักษา และขออย่าได้เก็บไว้ เป็นส่วนตัวโดยเด็ดขาดหากท่านผู้อื่นรับ ทราบด้วยใจศรัทธาและกุศลจิตของท่านทำ-มา-หา-กินทำ มา หา กิน
ความหมาย July 05 การดื่มน้ำเมื่อท้องว่างผ่านกระเพาะเพื่อรักษาสุขภาพที่ดีในประเทศญี่ปุ่นทุกวันนี้เป็นที่นิยมการดื่มน้ำทันทีหลังตื่นนอนตอนเช้า (ก่อนแปรงฟัน) เพื่อการรักษาสุขภาพที่ดี มีการทดลองทางวิทยาศาสตร์ พบว่าน้ำสามารถใช้ชะลอ ความแก่ และสามารถบำบัดรักษาโรคได้ เราสามารถใช้น้ำเพื่อบำบัดรักษาโรคได้หลายโรค มีการพิสูจน์จนยอมรับว่าสามารถบำบัดรักษาโรคเหล่านี้ได้ผล 100% (ค่อยเป็นค่อยไป ต้องใช้ระยะเวลา) ปวดหัว ปวดตามตัว โรคระบบหัวใจ โรคไขข้ออักเสบ โรค หัวใจเต้นเร็ว โรคลมบ้าหมูี โรคอ้วน โรคหลอดลมอักเสบ โรคหืด วัณโรค อาการเยื่อหุ้มสมอง อักเสบ ไขสันหลังอักเสบ โรคไตและยูริก โรคแสลงคลื่นไส้ต่างๆ โรคกระเพาะ โรคท้องร่วง โรค ริดสีดวง โรคเบาหวาน โรคอาการท้องผูก โรคตา โรคภายในสตรี มะเร็ง และรอบเดือนไม่ปกติ โรคคอ หู จมูก วิธีการรักษา ปฏิบัติดังนี้
July 04 หลักการเขียนลายเซ็น (ภาค 2)วิธีการแก้ไขลายเซ็น กรอบของลายเซ็นเน้นเฉพาะในตำแหน่งประธาน หลักการคือ -เขียนให้อยู่ในกรอบ -ตัวอักษรมีหางสามารถลากเกินกรอบได้
กรอบแบบที่ 1 กลุ่มอักษรปกติ การเขียนพยัญชนะที่ถูกต้องจะต้องอยู่ในกรอบ ไม่ให้ขาดไม่ให้เกิน ถ้าเขียนเกินนอกกรอบ จะทำให้เป็นคนที่เชื่อมั่นในตัวเองมากเกินไป ถ้าเซ็นอักษรส่วนบนอยู่ห่างจากกรอบ จะทำให้ขาดอำนาจ ควรเขียนให้อยู่ในกรอบ
วิธีการเขียน คือ อย่าปล่อยให้โค้งของพยัญชนะตวัดลงมาแตะตัวอักษร และลงต่ำกว่า 60 %
ลายเซ็นกับสุขภาพ หลักการแก้ไขลายเซ็นทีทำร้ายสุขภาพเรามีหลักง่าย ๆ ดังต่อไปนี้
การแก้ไขอักษร ส ศ แก้อักษร ส. เพื่อเปลี่ยนปัญหาปวดศรีษะเป็นเจ็บคอแทน แก้อักษร ศ.เพื่อเปลี่ยนอาการปวดศรีษะเป็นเจ็บข้อเท้าแทน ศ.ส. เป็นอักษรที่มีเส้นแทงโดยธรรมชาติข้างบน ตำแหน่งนี้จะบอกถึงความรุนแรงของเรื่องระบบความคิดจะมีการปวดหัว วิธีการแก้ปัญหาคือ ลากเส้น ส. ให้สะบัดคล้องเพื่อตวัดขึ้นเป็นหัว จะลดอาการปวดหัวมาเป็นเจ็บคอแทน
ส่วน ศ. ถ้าสมมุติลากจาก ค. แล้วมีอักษรแทงที่หัว จะมีอาการปวดหัว มีปัญหาเรื่องระบบความคิด วิธีการแก้คือลากเป็น ค. ไปแล้วมีเส้นแยงขึ้นไป มันจะลดความรุนแรงของการปวดหัวลงให้เหลือเป็นเจ็บขา
การแก้ไขเหลี่ยมคมในพยัญชนะ เหลี่ยมคมในพยัญชนะหมายถึง ความก้าวร้าว แข็งกร้าว รุนแรง การต่อสู้ปะทะ การลบเหลี่ยมคมช่วยบรรเทาลักษณะดังกล่าวลง ตัวอักษรในลายะเซ็นส่วนมากจะมีรูปทรงแหลมคมหรือเหลี่ยมมุม ซึ่งรูปทรงเหล่านี้เป็นลักษณะของความแข็งกร้าว การต่อสู้ ปะทะ การโต้แย้ง ซึ่งจริง ๆ แล้วจะว่าไม่ดีก็ไม่เชิง ซึ่งลักษณะอันนี้อาจจะเหมาะสมกับอาชีพตำรวจทหาร แต่ถ้าคนทั่วไปวิธีการแก้ปัญหาคือ อาจจะเปลี่ยนเป็นโค้งมน เพื่อลดความรุนแรง
จากากรที่เราได้ทราบเบื้องต้นเกี่ยวกับการใช้ลายเซ็น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ตัวอักษร องค์ประกอบตัวอักษร และการแก้ไขลายเซ็นแบบต่าง ๆ เมื่อท่านได้อ่านแล้ว ท่านสามารถนำไปปรับเปลี่ยนจากลายเซ็นเดิมของท่าน ซึ่งอาจจะไม่ดี แต่เมื่อเราปรับเปลี่ยนแล้วจะดีขึ้น ให้นำส่วนที่เสียออกไป สิ่งที่เหลือจะเป็นสิ่งที่ดี การใช้ลายเซ็นเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ตัวผู้ใช้ลายเซ็น ต้องเป็นคนดีด้วย ลายเซ็นจึงจะสมบูรณ์
หลังการเขียนลายเซ็นแบบง่าย ๆ ถูกต้องตามลักษณะและเป็นลายเซ็นที่ดีควรจะทำอย่างไรบ้าง 1.ต้องใช้สติในการเขียน ให้เขียนลายเซ็นด้วยสติ อย่าใช้อารมณ์เขียนเขียนจรดปากกาอย่างมีสติ ควบคุมเส้นให้มั่นคงและเขียนตามโครงสร้างของลายเซ็น การเขียนแบบหวัดมากมันจะมีผลต่อการเขียนลายเซ็น เพราะว่าอารมณ์เราคอนโทรลต้องใช้สติคอนโทรล มันถึงจะทำให้คุณมีพลังในการเขียน 2.เริ่มเขียนจากพยัญชนะนำตำแหน่งที่ 1 เขียนให้ใหญ่ เต็มตัวแบบสมบูรณ์ และหัวในพยัญชนะหรือสระที่มีหัว คือเรื่องของความคิดในเชิงสร้างสรรค์
ถ้ามีหัวควรจะเซ็นให้มีหัว ถ้าไม่มีหัวอย่าเติม ไม่เซ็นให้ขาหรือเกิน เช่น ส. ต้องเป็น ส.ที่มีหาง ไม่ใช่ ล.ลิง หรือการเซ็น ค. เซ็นเป็น ศ.ศาลาเป็นต้น
และที่สำคัญคืออย่าเขียนย้อนกลับมา เพราะจะหมายถึงความคิดแปรปรวน
3.ตำแหน่งบริวารเว้นวรรคกับตำแหน่งประธาน (ตำแหน่ง 1 กับ 2) เว้นช่องไฟขนาดเศษหนึ่งส่วนสองของตัวอักษร อย่าเซ็นให้ติดกัน
ลายเซ็นให้มีขนาดเล็กกว่าตำแหน่งที่ 1 ให้อยู่ในตำแหน่งที่ 2.1 ถ้าอยู่ในตำแหน่ง 2.2 ก็จะทำให้ตำแหน่งของพยัญชนะนำหรือประธานล้ำมาอยู่ในโซนต่ำ แสดงว่าบริวารจะมีอิทธิพลเหนือกว่าตัวเรา
หรือถ้าตำแหน่งที่ 2 ไม่มีช่องไฟกับตำแหน่งที่ 1 ก็จะแสดงว่าบริวารและตัวเราเข้ามาพัวพันหรือเข้ามามีอิทธิพลต่อเรา ซึ่งอาจจะเป็นทางร้ายก็ได้
4.เว้นช่องไฟให้ถูกต้อง ขนาดของตำแหน่งช่องไฟระหว่าง 1 กับ 2 และ 4 กับ 5 ควรมีขนาดเศษหนึ่งส่วนสองของตัวอักษร
ส่วนช่องไฟระหว่าง 2 กับ 4 ควรมีขนาดเท่ากับหนึ่งตัวอักษร เทียบจากขนาดตัวอักษรในการเซ็นของคุณ การเว้นระยะที่เหมาะสมของช่องไฟในแต่ละชุดจะทำให้ชีวิตคุณดำเนินได้อย่างไม่สมดุล ไม่วุ่นวาย
5.ตำแหน่งพยัญชนะนำของนามสกุลต้องมีขนาดเท่ากับ 1 หรือไม่น้อยกว่าเศษสามส่วนสี่ของตำแหน่งที่ 1 และควรเขียนให้มีความสมบูรณ์ครบถ้วน ในอีกความหมายหนึ่งของตำแหน่งที่ 1 และ 4 ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญ ตำแหน่งที่ 1 คือหมายถึงหาทรัพย์เข้ามา และตำแหน่งที่ 4 หมายถึง การจ่ายออก
ถ้า 1 เล็กกว่า 4 ก็แปลว่าหาได้น้อยกว่าจ่าย ซึ่งจะทำให้เกิดความไม่สมดุลทางด้านการเงิน 6.เว้นวรรคตำแหน่ง 4 กับ 5 ตำแหน่งพยัญชนะนำต้องเว้นช่องไฟให้กับบริวาร ตำแหน่งญาติพี่น้อง ลูกหลานก็มีหลักการเดียวกัน
เว้นระยะช่องไฟระหว่าง 4 กับ 5 ขนาดเศษหนึ่งส่วนสองตัวอักษร เซ็นให้ตัวเล็กกว่า 4 และอยู่ในตำแหน่งที่ 5.1 อย่าเซ็นให้ติดกัน 7.การเซ็นสระและวรรณยุกต์ต้องเซ็นที่หลัง สระที่อยู่ในชื่อมักจะทำให้รูปแบบของลายเซ็นเสียหาย และเป็นเรื่องที่ควบคุมยาก สระเอกับสระแอที่นำหน้าส่วนใหญ่มักจะลากเป็นกำแพง ดังนี้
หลักในการเขียนสระและวรรณยุกต์คือ ให้เซ็นหลังสุดหลังจากที่เขียนชื่อแล้วและเขียนนามสกุลแล้ว ไม่ให้สระเออยู่สูงกว่าพยัญชนะนำ ยกเว้นสระ โ ไ ใ ซึ่งอยู่สูงกว่าธรรมชาติ เพราะฉะนั้นการเขียนสระทีหลังเพื่อให้เรามีสติควบคุมเส้นไม่ให้เกินตำแหน่งที่กำหนดไว้
และนี่คือเป็นหลักการของการเขี่ยนลายเซ็น ถ้าคุณเลือกเซ็นลายเซ็นอย่างนี้ละก็ รับรองว่าลายเซ็นคุณสมบูรณ์แน่นอน
ลักษณะต้องห้ามในลายเซ็น1.เซ็นตัดตัวเอง ห้ามเซ็นตัดตัวเองในตำแหน่งที่ 1 จะมีความหมายไม่ดีต่อสุขภาพ ร่างกาย เป็นการตัดหือทิ่มแทงตัวเอง หรือเซ็นตัดทุกตำแหน่ง ต้องแก้ไขนะ เป็นเรื่องที่ซีเรียสมากสำหรับลายเซ็น เดี่ยวจะขยายความเรื่องลายเซ็นกับสุขภาพ ตัวอย่างลายเซ็นตัดตัวเอง
2.เซ็นเป็นเส้นแทง เส้นแทงมีความหมายถึงการทำร้ายตำแหน่งของตัวเอง ตัวอย่างเส้นแทงที่พบบ่อยคือ เกิดจากรูปแบบตัวอักษร ส. ศ. เกิดจากวิธีการเขียน ธ. ร.
เส้นที่เกิดจากการลากตวัดมือ
3.เซ็นพยัญชนะเกินกรอบ ไม่มีอักษรส่วนเกินอกนอกเส้นกรอบ เดี๋ยวจะอธิบายเรื่องกรอบของพยัญชนะ แต่หลักการคืออย่าเขียนออกนอกกรอบและเขียนเกินตัวอักษร
5.เซ็นสระยาวเกินไป อย่าลากสระยาวเกินความจำเป็น การลากสระอุ สระอู ยาวเกินไปจะบ่งบอกถึงว่า ลายเซ็นส่วนใหญ่อยู่ในโซนต่ำ สิ่งเหล่านี้จะบอกถึงเรื่องอดีตเก่า ๆ ที่ผ่านมา
6.เซ็นตัวอักษรขาด อย่าลากตัวอักษรขาด หมายความว่า เซ็นพยัญชนะเดียวแต่ยกปากกาขึ้น ทำให้ตัวพยัญชนะขาดออกจากกัน เช่น คำว่า “ปกรณ์” แบบนี้ จะทำให้พยัญชนะนำของตัวอักษรสำคัญขาด อันนี้เสียหายมาก เป็นอันตรายทีเดียว หรือย่างเช่น ทศธรรม ถ้าเขียนอย่างนี้ ความไม่สมบูรณืของตัวอักษรตัวพยัญชนะประธานก็คือความไม่สมบูรณ์ของตัวคุณเอง
7..เซ็นสระที่อยู่หน้าเป็นกำแพง อย่าเซ็นสระเป็นกำแพงกั้นตัวเอง อย่างที่อธิบายไปแล้วในวิธีการเซ็นสระ ซึ่งบางคนอาจจะเห็นว่ายุ่งยากก็สามารถตัดออกจากลายเซ็นได้นะครับ โดยไม่เสียหายอะไร
หลักการเขียนลายเซ็น (ภาค 1)เรื่องการเปลี่ยนลายเซ็นนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล บางคนก็ว่า ตัวองเซ็นดีแล้ว แต่บางคนคิดอยากจะแก้ไขเปลี่ยนแปลง ถ้าหากการเปลี่ยนลายเซ็นทำให้ชีวิตคุณเปลี่ยนแปลงและดีขึ้นภายในสามเดือนโดยไม่ทำให้ใครเดือดร้อนและไม่ต้องเสียงินเสียทอง คุณจะไม่สนใจบ้างหรือครับ ความสำคัญของลายเซ็นลายเซ็นมีความสำคัญ บางคนมาทำงานตอนเช้า เซ็นลายเซ็นแต่ไม่รู้ว่ามันบอกอะไรได้บ้าง ลายเซ็นของคุณเป็นสัญลักษณ์และเครื่องหมายบ่งบอกว่าคุณเป็นคนอย่างไร เป็นตัวแทนของคุณดังนี้ ลายเซ็นสามารถบอกได้ถึง 1.ชีวิตของผู้เซ็น 2.สุขภาพ 3.บุคลิกภาพ 4.บริวาร 5.ฐานะทางการเงิน (ฐานะ ความมันคง การดำเนินชีวิต) โครงสร้างของลายเซ็น 1.ประธาน 2.บริวาร 3.ช่องไฟ 4.สกุล 5.เครือญาติ
ตำแหน่งประธาน หมายถึง พยัญชนะตัวแรกของเราถือว่าเป็นตำแหน่งของเรา ตำแหน่งที่สองคือบริวาร หมายถึงญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงบริวารต่าง ๆ ต่อไป คือช่องไฟ และตามด้วยนามสกุล นามสกุลเป็นพยัญชนะตัวแรกของเรา แล้วก็ตามด้วยเครือญาติ ลายเซ็นของเรามีหลายตำแหน่ง แต่ว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือประธาน ประธานคือตำแหน่ง 1 เราต้องเขียนตัวประธานให้ใหญ่ เช่น ผมชื่อชาญณรงค์ ผมต้องเขียนพยัญชนะ ช. ให้อยู่ในกรอบของหมายเลข 1 และตามด้วยบริวาร หมายเลข 2 จำเป็นที่จะต้องเขียนเว้น อย่าเชื่อมติดกับประธาน เพราะอะไร ปกติหลายคนเขียนชื่อและก็บริวารติดกัน ความหมายก็คือบ่งบอกถึงเรื่องความผูกพันกับบริวารเดี่ยวเราจะกล่าวถึงช่วงต่อไป
ตำแหน่งต่อไปคือตำแหน่งที่ 3 ช่องไฟ ง่าย ๆ คุณเพียงแค่เอาปากกาของคุณวางทาบ เว้นช่องไฟให้เท่ากับหนึ่งช่องปากกา และตัวต่อไปคือสกุล หมายเลข 4 พยัญชนะ พยัญชนะตัวแรกของคุณเป็นอะไร เช่น ผมนามสกุลขันทีท้าว ผมจะเขียน ข.จะอยู่ตำแหน่งเดียวกับประธาน แต่ว่าขนาดจะไม่เท่ากับประธานจะอยู่ประมาณ 3 ใน 4 และตัวต่อไปก็เป็นเครือญาติ คือบริวารในครอบครัว คุณเขียนนามสกุลยาวบ่งบอกถึงเรื่องบางอย่างในเครือญาติ เงินทอง ชื่อ เสียง เกียรติยศ ของคุณ
โครงสร้างของลายเซ็นตามช่วงอายุ เราพูดถึงโครงสร้างลายเซ็นไปแล้วนะครับ ต่อไปเราจะเขียนลายเซ็นยังไงตามกฎเกณฑ์อายุ ผมตั้งไว้อย่างงี้ครับ เรามักเริ่มเขียนลายเซ็นตั้งแต่อายุ 15 จนถึงอายุ 35 ปี ผมถือว่าช่วงชีวิตของคนเราอยู่ในเกณฑ์ 70 ปี 35 ปี คือครึ่งของชีวิต เพราะฉะนั้น ช่วงต้นของชีวิตเราจะต้องเขียนพยัญชนะชื่อเราให้ยาวกว่า นามสกุล อย่างงี้ครับ กฎเกณฑ์ของลายเซ็นอายุต่ำกว่า 35 ปี ควรเซ็นชื่อให้ยาวกว่านามสกุล สามารถเซ็นได้ 2 วิธี 1.เซ็นเฉพาะชื่ออย่างเดียว 2.เซ็นชื่อและนามสกุลย่อ
พอเมื่ออายุเลย 35 ปีไปแล้ว คนจีนบอกว่าตกที่ตา หมายถึงว่าการเจริญเติบโตก้าวหน้า เราจะเขียนพยัญชนะชื่อเราสั้นกว่านามสกุล
กฎเกณฑ์ลายเซ็นอายุ 35 ปีขึ้นไป
โซนของลายเซ็นพูดถึงโซนของลายเซ็นมีความสำคัญยังไง หลายคนอาจจะไม่รูว่า ผมเขียนตรงนี้มันคืออะไร เป็นยังไง ตรงนี้ลากยาวลงมาคืออะไร ความหมายของโซนในลายเซ็นแบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน สูง จะเกี่ยวกับเรื่องอนาคต จินตนาการ กลาง หมายถึงปัจจุบัน ต่ำ หมายถึงอดีต กรรม ภาระ เรื่องเก่า ๆ
โซนกลางจะเป็นโซนที่เรียกว่า เป็นอักษรที่ใช้มากที่สุด เป็นพยัญชนะที่ใช้เป็นปกติ ส่วนโซนต่ำจะเป็นเรื่องของสาระ เป็นเรื่องของอดีตชาติ ความหลัง กรรม ภาระ จิตใต้สำนึก และกามารมย์ หรือวัตถุนิยม รวมกันอยู่ในตำแหน่งของโซนต่ำ ส่วนโซนสูง บ่งบอกในเรื่องของจินตนาการ ความฝัน อนาคต วิสัยทัศน์ อุดมคติ คุณธรรม ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องเพ้อฝัน อิมเมจิ้นทั้งหมด ยกตัวอย่างเช่น
ลายเซ็นอย่างนี้ ตรงกลางนี้คือโซนกลางหมดเลย ข้างล่างนี้คืออดีต ข้างตนนี้คืออนาคต บางคนอย่างชื่อ อมร ไม่มีสระเลย เวลาเขียนเขียนลาก (ตามตัวอย่าง) ซึ่งจริง ๆ แล้วอมรมีแค่พยัญชนะ แต่ขาลากตำแหน่งบริวารลงมา แสดงว่าคนนี้เป็นคนค่อนข้างคิดถึงเรื่องบริวารเก่า ๆ ที่มีปัญหากับเก่า เพราะตำแหน่งบริวารเข้ามาติดอยู่ด้านหลังของพยัญชนะเรา อันนี้บอกสัญลักษณ์ได้เลยว่า มีปัญหากับบริวารและจะทำให้คุณไม่สบาย ปวดหลัง ตำแหน่งนี้เสีย
เพราะฉะนั้น ถ้าเราจะดูโซนของการเขียนลายเซ็น พยัญชนะอยู่ตัวกลางลากลงมาตำแหน่งข้างล่างเนี่ยเป็นเรื่องอดีตเก่า ๆ สมมุติว่าผมเขียนชื่อชาญณรงค์ ผมเขียนตัว ช. อย่างงี้ ผมลากอย่างงี้ (ตามตัวอย่างข้างบน) อันนี้บอกเลยว่า ชาญณรงค์แยกออกมาจริง แต่ว่าบริวารของคุณชาญณรงค์มาถึงเรื่องอดีตเก่า ๆ แล้วก็เป็นคนแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี แต่ว่าไม่วายคิดถึงเรื่องอดีต แต่ถ้าหากว่าคุณชาญณรงค์เขียนตามตัวอย่างข้างล่าง คุณชาญณรงค์มีจินตนาการมาก และมีชั้นเชิง ประกอบกับมีบริวารที่มีจินตนาการหรือมีพลังมากกว่าคุณชาญณรงค์ เพราะแนวตลอดข้างบนนี้เป็นเรื่องของอนาคตเรื่องของจินตนาการ แนวข้างล่างเป็นอดีต
ความลาดเอียงของลายเซ็น ความลาดเอียงของลายเซ็นแบ่งออกเป็น 3 แบบด้วยกัน 1.ลายเซ็นเอียงขึ้น 2.ลายเซ็นแนวระนาบ 3.ลายเซ็นเอียงลง
ลายเซ็นเอียงขึ้น ลายเซ็นแบบนี้บ่งบอกถึงความทะเยอทะยาน มุ่งไปสู่อนาคต กล้าได้กล้าเสีย มีความมั่นใจสูง
ลายเซ็นเอียงลง น้อยคนที่จะเขียน บ่งบอกถึงจิตใจต่ำ หดหู่ มองโลกในแง่ร้าย ขาดเพื่อน ขาดสังคม คนที่เซ็นลายเซ็นอย่างนี้จะค่อนข้างไม่ประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน
ความลาดเอียงของตัวอักษรแบ่งออกเป็น 1.เอนขวา (ตำแหน่ง ก.,ข.) 2.ตั้งตรง (ตำแหน่ง ค.) 3.เอนซ้าย (ตำแหน่ง ง.,จ.)
ความลาดเอียงของตัวอักษรมีความหมายหลายอย่าง ผมจะใช้สัญลักษณ์ ก.,ข.,ค.,ง.,จ. ถ้าสมมุติว่าคนเขียนลายเซ็นเป็นลายเซ็นที่ตรงอย่างตำแหน่ง ค. บ่งบอกถึงความมั่นคง ยึดมั่น
แต่สวนมากคนถนัดขวาจะเขียนเอียงไปทางขวามือ อย่างตำแหน่ง ง. ก็เป็นคนอ่อนไหว เป็นคนที่เซ็นซิทีฟ อ่อนไหว อารมณ์คล้อยตามจินตนาการ
ยิ่งเอียงมาก ตำแหน่ง จ.ยิ่งมีอารมณ์อ่อนไหวมาก หลงใหล คลั่งใคล้ เพ้อฝันมาก
แต่ถ้าไม่เอียงขวา ไปเอียงทางซ้าย ตำแหน่ง ข. จะหมายถึงว่าเป็นคนเชื่อมั่นในตัวเอ
ถ้ายิ่งเอียงมากไปตำแหน่ง ก.หยุมหยิม คิดเล็กคิดน้อย แล้วเป็นคนที่เอาตัวเองเป็นหลัก
ขนาดของลายเซ็น
แต่ถ้าเขียนลายเซ็นผมและสูง (ตามตัวอย่างลายเซ็นที่สอง) บ่งบอกว่าเป็นคนใจแคบ เป็นคนไม่มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี และเป็นคนที่มองโลกในแง่ร้าย ยิ่งเขียนตัวเล็ก (ตามตัวอย่างลายเซ็นที่สาม) บ่งบอกถึงศักยภาพของตัวเองว่า ทำงานใหญ่ไม่ได้ พยายามจะปิดบังพยามยามจะไม่อยากให้ใครรู้เรื่องราวบางสิ่งบางอย่าง ไม่มีสิทธิ์ใหญ่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือพยัญชนะต้องเขียนใหญ่ July 02 TEN TIPS FOR EARTHQUAKE SAFETY1) Almost everyone who simply "ducks and covers" when buildings collapse are crushed to death. People who get under objects, like desks or cars, are crushed.
June 29 ข้อควรรู้เกี่ยวกับมะเร็ง 16 ประการ1. ทุกคนมีเซลล์มะเร็งอยู่ในร่างกาย เซลล์จำพวกนี้จะไม่สามารถตรวจหาพบโดยเครื่องมืออทางการแพทย์ จนกว่าจะมีปริมาณเซลล์เป็น 2-3 ร้อยล้านเซลล์ หากไปพบหมอ แล้วหมอบอกว่าคุณไม่มีเซลล์มะเร็งในร่างกายหลังจากการตรวจ นั่นแค่หมายความว่า เครื่องมือทางการพทย์ไม่สามารถตรวจพบเซลล์มะเร็งได้ เนื่องจากขนาดของเซลล์มะเร็งยังไม่มากพอ หรือขาดยังไม่ใหญ่พอให้เครื่องมือตรวจเจอ 2. เซลล์มะเร็ง เกิดขึ้นมาก ถึง 6 -10 ครั้ง ใน 1 ช่วงชิวิตของมนุษย์ 3. เมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรง เซลล์มะเร็งก็จะถูกทำลาย เพื่อป้องกันไม่ให้เซลล์มะเร็งขยายตัว และสร้างก้อนเนื้อร้าย 4. เมื่อคนไข้ ถูกบ่งชี้ว่าเป็นมะเร็ง แสดงให้เห็นว่ามีการขาดสารอาหารบางชนิด หรือ โภชนาการไม่ดี ซึ่งอาจเกิดจากกรรมพันธุ์ สิ่งแวดล้อม อาหาร หรือปัจจัยอื่นในการดำรงชีวิต 5. การเอาชนะเซลล์มะเร็ง สามาถทำได้โดยการสร้างความแข็งแกร่งให้เซลล์เม็ดเลือดขาว หรือระบบภูมิคุ้มกัน ของร่างกาย 6. การให้คีโม หรือสารเคมีบางชนิด เป็นทำให้เซลล์มะเร็งถูกทำลายอย่างรวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกันก็ทำลายเซลล์ที่ดีของร่างกายไปด้วยอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นอาจทำลายระบบของอวัยวะสำคัญไปด้วย เช่น ตับ ไต หัวใจ หรือปอด 7.การฉายรังสี ก็จะทำลายเซลล์มะเร็ง และทำให้เนื่อบางส่วนไหม้ เป็นแผลเป็น และทำลายเซลล์ เนื่อเยื่อที่ดีไปด้วยเช่นกัน 8.โดยทั่วไปแล้ว การให้คีโม หรือการฉายรังสี อาจจะทำให้ขนาดของก้อนเซลล์มะเร็ง ลดลง แต่อย่างไรก็ตามก็ไม่ได้มีผลทำลายก้อนเนื่อไปมากกว่านั้น 9. เมื่อร่างกายต้องรับสารพิษจำนวนมาก จากการให้คีโมหรือการฉายแสง ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายก็จะถูกทำลายไปด้วย ดังนั้นร่างกาวยก็ง่ายต่อการติดเชื้อ หรือพ่ายแพ้เซลล์มะเร็ง 10.การให้คีโม หรือการฉายแสง อาจเป็สาเหตุให้เซลล์มะเร็ง มีการกลายพันธุ์ หรือดื้อยา ทำให้ยากแก่การทำลาย การผ่าตัด ก็อาจสามารถทำให้ เซลล์มะเร็งกระจายไปยังส่วนอื่น 11.วิธีที่มีประสิทธิภาพที่จะต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง คือ หยุดการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง โดยการหยุดให้อาหารที่เซลล์มะเร็งจำเป็นต้องนำไปใช้ สารอาหารที่เซลล์มะเร็งต้องการ 1. น้ำตาล เช่น น้ำตาลทรายขาว equal โดยใช้น้ำตาลจากธรรมชาติแทน เช่น น้ำผึ้ง แต่ต้องใช้ในปริมาณที่น้อยมากมาก เกลือ มีสารจำเป็นที่เซลล์มะเร็งนำไปใช้ ควรงด หรือในปริมาณน้อย 2. นม ควรดื่ม นำนมถั่วเหลืองทดแทน 3.เซลล์มะเร็ง เจริญเติบโตในสภาพที่เป็นกรด การบริโภคเนื้อสัตว์ทำให้เกิดสภาพเป็นกรด ควรรับประทานอาหารประเภทปลา ดีกว่าหมู เนื้อ และเนื้อสัตว์ มีแบคทีเรีย ใช้โฮโมนในการเจริญเติบโตปนเปื้อน ที่เป็นอันตรายต่อคนไข้ที่เป็นมะเร็ง 4. 80 % ของผักและนำผลไม้สด ถั่งเมล็ดแห้ง ธัญญาพืช จะช่วยให้ร่างกายมีสภาพเป็นด่าง 20% จากอาหารที่ปรุงแล้ว น้ำผักและนำผลไม้สด จะให้เอนไซม์ที่ ง่ายต่อการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย เพื่อไปเสริมสร้างความแข็งแรงให้เซลล์ที่ดี ดังนั้นควรดื่มน้ำผักสด และกินผักดิบ 2 -3 ครั้งต่อวัน เพราะเอนไซม์จะถูกทำลายที่ 40 c 5. หลีกเลี่ยงชา กาแฟ ชอกโกแลต ที่มีคาเฟอีนที่สูง เป็นดื่มชาเขียวที่มี สารต้านมะเร็ง ดื่มน้ำสะอาด หรือน้ำกรองดีที่สุด หลีกเลี่ยงน้ำประปา และเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ที่มีสภาพเป็นกรด 6. เนื้อสัตว์ ย่อยยาก และต้องการเอนไซม์ในการย่อยเป็นจำนวนมาก และเนื้อที่ย่อยไม่หมด จะคงตกค้างอยู่ในลำไส้ อันนำไปสู่สารพิษตกค้าง 7. เซลล์มะเร็ง มีโปรตีนที่ยากแก่การทำลายเป็นเกราะป้องกัน การบริโภคเนื้อสัตว์น้อยลง จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายไปทำลายเซลล์มะเร็งได้ง่ายขึ้น 8. อาหารเสริมบางอย่างช่วยเสริมสร้งความแข็งแกร่งให้กับระบบภูมิคุ้มกัน เพื่อไปทำลายเซลล์มะเร็ง เช่น วิตามินอี วิตามินซี 9. เซลล์มะเร็ง เป็นเชื้อโรคของจิตใจ ร่างกาย และจิตวิญญาน การควบคุมอารมณ์ และมองโลกในแง่ดีจะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น อารมณ์โกรธ ขมขื่น หรือความเครียดจะสร้างสภาพความเป็นกรดให้ร่างกาย ควรเรียนรู้ที่จะรัก และให้อภัย พักผ่อนและสนุกกับการใช้ชีวิต 10. เซลล์มะเร็งไม่สามารถเจิญเติบโตในที่มีออกซิเจนได้ การออกกำลังกายทุกวัน และหายใจเข้าลึกลึก จะช่วยเพิ่มระดับ ออกซิเจนในเซลล์ การบำบัดด้วยออกซิเจนก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะทำลายเซลล์มะเร็ง _________________ วิธีสังเกตอาการเบื้องต้นของมะเร็ง ชนิดต่างๆ อาการของ การเกิดมะเร็งในอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย 1. มะเร็งปากมดลูก อาการ มีเลือดออกจากช่องคลอดทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เวลารอบเดือนปกติของคุณ อาการเจ็บปวดและมีเลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธ์ หากพบว่ามีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น การตรวจโดยขูดเนื้อเยื่อจากบริเวณดังกล่าว ไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์จะรู้ได้ 2. มะเร็งในมดลูก อาการ มีเลือดออกหลังการมีเพศสัมพันธ์ หรือบางครั้งอาจมีความรู้สึกว่ามีก้อนเนื้อหรือมีอาการบวมในช่องท้อง 3. มะเร็งรังไข่ อาการ ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมออนหรือการมีอาการเจ็บปวดหลังการมีเพศสัมพันธ์ มีปัญหา เกี่ยวกับลำไส้อาการท้องอืดอาหารไม่ย่อย น้ำหนักลดและมีอาการปวดหลัง 4. มะเร็งในเม็ดเลือด (ลูคีเมีย) อาการเหนื่อยง่ายและมีอาการซีดเซียวกว่าปกติ มักเกิดอาการฟกช้ำดำเขียว หรือมีเลือดออกทางผิวหนังได้ง่ายโดยไม่ทราบสาเหตุ และมักจะเกิดร่วมกับอาหาร ปวด ตามข้อต่าง ๆ ทั่วร่างกาย บางครั้งจะท้องอืดและเมื่อคลำดูจะพบว่ามีก้อนบวมที่ด้านซ้ายของ ช่องท้อง 5. มะเร็ง ปอด อาการ มักมีอาการไอบ่อย ๆ มีเลือดออกและมีเสมหะปนมากับน้ำลาย น้ำหนักลดอย่าง ฮวบฮาบ เจ็บหน้าอกและหายใจลำบาก หรืออาจมีอาการหอบปนอยู่ด้วยทั้ง ๆ ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน 6. มะเร็ง ตับ อาการ ปวดในช่องท้อง เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ตาและผิวเป็นสีออกเหลืองและเหลืองจัดจนเห็นได้ ชัด 7. มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ อาการ มีเลือดปนออกมากับปัสสาวะ 8. มะเร็ง สมอง อาการ ปวดศีรษะนาน ๆ และมักมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น อาเจียน หรือการผิดปกติของการมองเห็น ตาพร่า และเห็นแสงเขียว ๆ แดง ๆ ลอยไปมาเวลาปวดศีรษะ อ่อนเพลียไม่มีแรง หรือ การเป็นลมโดยกะทันหัน อวัยวะบางส่วนของร่างกายหยุดทำงาน เช่น มีอาการชา และเป็น อัมพาตชั่วคราว ควรให้ความระวังเป็นพิเศษ หากคุณเคยมีประวัติการปวดหัวที่มีอาการเหล่านี้ประกอบอยู่ด้วย 9. มะเร็งในช่องปาก อาการ มีก้อนบวมอยู่ในปาก หรือทีลิ้นเป็นเวลานานมีแผลเปื่อยที่ปากที่ไม่ได้รับการรักษา หรือเป็นแผลเรื้อรังที่เหงือก เนื่องจากการกดทับของฟันปลอมที่ใส่ไว้ประจำ หรือ เป็นเวลานาน 10. มะเร็งในลำคอ อาการ เสียงแหบพร่าไปทันที มีก้อนบวมในทันที ทำให้รู้สึกว่ากลืนอาหารได้ลำบาก หรือมีการขยายตัวของต่อมในลำคอที่โตขึ้นจนสามารถจับ และรู้สึกได้ 11. มะเร็งในกระเพาะอาหาร อาการน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว อาเจียนออกมาเป็นเลือด ท้องอืด หรืออาหารไม่ย่อย บ่อย รู้สึกเหมือนมีก้อนเนื้องอกในช่องท้องหรือรู้สึกตื้อ แม้เพิ่งจะรับประทานอาหารไปได้ไม่กี่คำ 12. มะเร็งทรวงอก อาการมีเลือด หรือของเหลวบางอย่างไหลออกมาจากหัวนมบวมหรือผิวเนื้อทรวงอกหนา ขึ้นมีก้อนบวมจนจับได้ เมื่อคลำบริเวณใต้รักแร้บางครั้งอาจมีตุ่มหรือสิวเกิดขึ้น ที่เต้านมเป็นเวลานาน ควรระวังเพราะผู้หญิง 9 ใน 10 คนจะมีอาการบวมของก้อนเนื้อบริเวณทรวงอกโดยไม่ทราบสาเหตุ เมื่อมีอายุมากขึ้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนทำให้เกิดเป็นถุงน้ำใต้ผิวหนังที่เรียกว่า ซีสต์ ซึ่งควรต้องค้นหาสาเหตุของอาการบวมนั้นให้ชัดเจนเสียก่อน ว่าคืออะไรกันแน่ 13. มะเร็งลำไส้ อาการ น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว มีอาการปวดท้องอย่างมากและระบบการย่อยผิดปกติ มีเลือดออกปนมากับอุจจาระ ****ซึ่งมีวิธีสังเกตของผู้ที่มีอาการเกี่ยวกับริดสีดวงทวารอยู่แล้ว คือถ้าใช้กระดาษทิชชูซับ แล้วเลือดมีสีแดงสด นั่นคืออาการของริดสีดวงทวาร แต่ถ้าเลือดมีสีดำคล้ำนั่น คือ อาการของโรคมะเร็งในลำไส้ 14. มะเร็งต่อมน้ำเหลือง อาการมีก้อนบวมเกิดขึ้นที่ใต้รักแร้หรือใต้ขาหนีบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไม่ได้เกิดอาการติดเชื้อในบางส่วนของร่างกายมะเร็งผิวหนัง อาการมีแผลหรือแผลเปื่อยพุพองที่ไม่ได้รับการรักษาอยู่เป็นเวลานาน ตลอดจนไฝ หรือหูดที่โตขึ้น และมีการเปลี่ยนสี หรือรูปร่าง ขนาด นอกจากนี้อาการอันตรายอีกอย่างหนึ่งที่ เรียกว่าเมลาโนมา (Melanoma) คือ เนื้องอกที่ประกอบด้วยเซลล์ที่มีเมลานินสะสมอยู่ เช่น กระจุดด่างหรือไฝถ้าคุณมีไฝมากกว่า 50 เม็ดทั่วร่างกาย หรือ มีคนในครอบครัวที่มีประวัติว่าเคยเป็นโรคนี้มาก่อน คุณจะ มี อัตราเสี่ยงสูงกว่าคนอื่นๆ ส่วนอันนี้เค้าฟอเวิร์ดติดมาด้วย – ถึงท่าน ผู้โชคดี ขอให้ท่านนำเรื่องนี้ไปบอกต่อเป็นวิทยาทาน ท่านจะโชคดีมีความสุขตลอดกาล ตำรานี้ใช้แก้โรคมะเร็งผู้เป็นมะเร็งจะหายโดยไม่คาดคิดสำหรับมะเร็งจะหายภาย ใน 6 วัน วิธีรักษา - ไปที่ร้านยาจีน ซื้อหัวเตย 1 ตำลึง หัวขิง 1 ตำลึงก้อนเกลือ 3 ก้อน นำมารวมกันแล้วแช่น้ำทิ้งไว้ 1 วัน ในน้ำ 1 ชาม ให้ดื่มจนหมดชาม สรรพคุณ ใน การรักษา - หลังจากดื่มยานี้แล้ว ควรดื่มน้ำตามมาก ๆ นำส่วนที่เหลือมารับประทาน ยานี้จะ ขับเอาของเสียออกทางอุจจาระหรือปัสสาวะไม่ต้องตกใจ เป็นการขับของเสียออกหมดแล้วจะปกติ ***ตำรานี้ห้ามซื้อขาย หรือคิดเป็นเงินค่ารักษา
เรื่อง: แจกยาฟรีผู้ป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว
October 12 ** สูตร ลดความอ้วนนนน **สูตรที่ 1 สามารถช่วยให้ลดน้ำหนักได้ 5 - 7 กิโลกรัม ใน 3 สัปดาห์ a.. เช้า ตื่นมา กินโยเกิร์ต 1 ถ้วยให้อิ่มท้อง โยเกิร์ตจะช่วยเรื่องการขับถ่าย ให้พลังงานน้อย และดีต่อสุขภาพ ถ้าไม่ชอบโยเกิร์ตให้ดื่มนมเปรี้ยวแทน b.. มื้อกลางวัน กินก๋วยเตี๋ยวน้ำไปเลย 1 ชาม c.. มื้อเย็น ให้กินผักจิ้มน้ำพริก อนุญาตให้กินปลาทูได้นิดหน่อย ข้าวได้จิ๊ดๆ แต่ถ้างดข้าวได้ก็โอเค d.. หลังมื้อเย็น อย่ากินอะไรอีก ยกเว้นท้องร้องขึ้นมา หลัง 1 ทุ่ม ให้กิน แอปเปิ้ล หรือส้ม ได้ 1 ผล e.. เข้าห้องเปิดเพลง เต้นจังหวะมันส์ๆ ประมาณ 1 ชม. ทำแบบนี้วันเว้นวัน หรือถ้าเต้นไม่เป็นจ๊อกกิ้งก็ได้จ้า สูตรที่ 2 สามารถช่วยให้ลดน้ำหนักได้ 7 - 8 กิโลกรัม ใน 2 สัปดาห์ a.. มื้อเช้า กินไข่ต้ม 1 ฟอง กินได้ทั้งไข่แดงและไข่ขาว ถ้าไม่ชอบกินไข่ ให้กินโยเกิร์ต 1 ถ้วย หรือ นมเปรี้ยว 1 กล่องแทน b.. มื้อกลางวัน กินสลัดผัก 1 จาน อาจใส่เนื้อสัตว์ลงไปได้บ้าง แค่เล็กน้อย หรือถ้าไม่ชอบกินสลัดให้กิน ส้มตำแทนได้ c.. มื้อเย็น กินแอปเปิ้ล 1 ผล ถ้ากลัว ไม่อิ่มให้ดื่มน้ำตามเข้าไปมากๆ แต่ถ้าอยากกินเนื้อสัตว์ ให้กินแฮมนึ่งได้ 2 แผ่น d.. การออกกำลังกายสำหรับสูตรนี้ คือ เต้นแอโรบิคครั้งล่ะ 1 ชม. ไม่ต้องเต้นทุกวันก็ได้ อย่างน้อยต้อง 4 ครั้ง e.. ต่อสัปดาห์ สูตรที่ 3 สามารถช่วยให้ลดน้ำหนักได้ 3 - 5 กิโลกรัม ใน 4 สัปดาห์ a.. กินอาหารไม่เกินวันล่ะ 1000 กิโลแคลอรี เช่น ทูน่ากระป๋อง ให้พลังงาน 170 แคลอรี แฮมนึ่ง 2 ออนซ์ ให้พลังงาน 160 แคลอรี หอยนางรมสด 5 ตัวเล็ก ให้พลังงาน 50-60 แคลอรี น่องไก่ย่าง 1 ชิ้น ให้พลังงาน 80 แคลอรี เบคอนทอด 2 ชิ้น ให้พลังงาน 60-70 แคลอรี นมไขมันต่ำ 1 ถ้วย ให้พลังงาน 240-250 แคลอรี โยเกิร์ตไขมันต่ำ 1 ถ้วย ให้พลังงาน 125 แคลอรี โยเกิร์ต 1 ถ้วย ให้พลังงาน 140-150 แคลอรี เนย 50 กรัม ให้พลังงาน 300 แคลอรี ไข่ต้ม 1 ฟอง ให้พลังงาน 80 แคลอรี ไข่เจียว 2 ฟอง ให้พลังงาน 90-100 แคลอรี ขนมปัง 1 แผ่น ให้พลังงาน 70 แคลอรี ขนมปังโรลล์ 1 ก้อน ให้พลังงาน 90 แคลอรี
b.. งดของทอด ที่ใช้น้ำมันปริมาณมากๆ อย่างลูกชิ้นทอด ทอดมันกุ้ง ปาท่องโก๋ c.. ส่วนใครที่ติดกินขนมหรือของหวาน กิสุตรนี้อนุญาตให้กินได้ แต่แค่สัปดาห์ล่ะ 1 ครั้งเท่านั้น d.. การออกกำลังกาย ให้ไปว่ายน้ำ 1 ชม. เต็ม สัปดาห์ล่ะ 2 ครั้ง เพื่อร่างกายที่แข็งแรง และ เต้นแอดรบิค 1 ชม. วันเว้นวัน สูตรที่ 4 สามารถช่วยให้ลดน้ำหนักได้ 3 - 5 กิโลกรัม ใน 2 สัปดาห์ a.. กินอาหารวันล่ะ 700-800 แคลอรี ลองบวก ลบ คูณ หาร จากสูตร 3 ดูค่ะ b.. ใครที่ติดว่าต้องกินอะไรมื้อเย็น ก็ลองหันไปกินผลไม้สัก 2 ผลหรือไข่ต้ม 1 ฟอง ก็ได้ c.. งดอาหารหลัง 1 ทุ่ม แต่ถ้าหิวจัดๆ จนทนไม่ไหว โยเกิร์ต 1 ถ้วย d.. อย่าลืมออกกำลังกาย ด้วยการเต้นแอโรบิค 40-60 นาทีทุกวัน และว่ายน้ำสัปดาห์ล่ะ 1 ชม. 1 ครั้งเป็นอย่างน้อย สูตรที่ 5 สามารถช่วยให้ลดน้ำหนักได้ 6 - 8 กิโลกรัม ใน 1 เดือน a.. มื้อเช้า กินไข่ต้ม 1 ฟอง หรือถ้าเบื่อไข่แล้ว ลองกินน้ำเต้าหู้สัก 1 ถ้วย b.. มื้อกลางวัน อนุญาตให้กินอาหารตามใจชอบ 1 จาน แต่ระวัง อย่าเป็นอาหารประเภทข้าวขาหมู หรือหอยทอดน้ำมันท่วม c.. มื้อเย็น กินแอปเปิ้ลเขียว 1 ผล หรือสลัดผักก็ได้แต่จานเล็กๆ พอน่ารัก d.. การออกกำลังกาย ด้วยการกระโดดเชือก 1 ชม. สัปดาห์ล่ะ 2 ครั้ง และเต้มแอดรบิค 1 ชม. สัปดาห์ละ 4 ครั้ง สูตรที่ 6 สามารถช่วยให้ลดน้ำหนักได้ 9 - 10 กิโลกรัม ใน 1 เดือน a.. มื้อเช้าและมื้อเย็น กินแต่ผักและผลไม้ หรืออาหารนึ่งๆ ต้มๆ เท่านั้น หลีกเลี่ยงไขมันสัตว์ ถ้าจะกินเนื้อ หันไปกินปลาแทน b.. มื้อกลางวัน ให้เลือกเอาว่าจะกินก๋วยเตี๋ยว ข้าวต้ม หรือส้มตำดี นอกจากนี้อย่าเพิ่งดีกว่า c.. หลัง 1 ทุ่ม งดอาหารทุกชนิด แต่ถ้าหิว ส้ม 1 ผล ก็โอเค d.. ออกกำลังกาย ด้วยการเปิดเพลงแดนซ์มันๆ 1 ชม. 4 ครั้ง ต่อสัปดาห์ และตีแบดมินตัน 1 ชม. 2 ครั้งต่อสัปดาห์ October 06 คำขอขมาและอธิษฐานจิต>อธิษฐานหน้าพระพุทธรูป หรือสวดก่อนนอนก็ได้ > >( นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ 3 จบ ) > >สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต อุกาสะ ทะวารัตตะเยนะ กะตัง >สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต อุกาสะ ขะมามิ ภันเต > >"หากข้าพเจ้า จงใจหรือประมาทพลาดพลั้ง ล่วงเกิน บิดา-มารดา >ครูบาอาจารย์ พระพุทธ พระธรรม พระอรหันต์ทุกพระองค์ พระอริยสงฆ์เจ้า >ตลอดจนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย รวมถึงผู้มีพระคุณ >และท่านเจ้ากรรมนายเวร จะด้วย กาย วาจา ใจ ก็ดี >ขอได้โปรดอโหสิกรรมแก่ข้าพเจ้าด้วย หากข้าพเจ้ามีเจ้าของในตัวติดตามมา >ขออนุญาติมีคู่ มีครอบครัวได้เหมือนคนปกติทั่วไป ขอถอนคำอธิษฐาน >คำสาบานที่จะติดตามคู่ในอดีต >ขอให้ต่างฝ่ายต่างเป็นอิสระต่อกัน >ข้าพเจ้าจะประพฤติตนในทางที่ถูก ที่ชอบ ที่ควร >ขอบุญบารมี ในอดีตกาลที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน >จงส่งผลให้ข้าพเจ้าและครอบครัว >ตลอดจนบริวารที่เกี่ยวข้อง จงเจริญด้วย อายุ วรรณะ สุขะ พละ >ลาภ ยศ สุข สรรเสริญ สติ ปัญญา ปฏิภาณ ธนสารสมบัติ อุปสรรคใดๆ >โรคภัยใดๆ ขอให้มลายสิ้นไป ขอให้ข้าพเจ้ามีความสว่างทั้งทางโลก >ทางธรรมตั้งแต่บัดนี้ตราบเข้าสู่พระนิพพานเทอญ >หากมีผู้ใดเคยสร้างเวรสร้างกรรมกับข้าพเจ้า >ไม่ว่าจะชาติใดภพใดก็ตาม ข้าพเจ้ายินดีอโหสิกรรมให้ >ขอถอนความพยาบาท ความอาฆาต และคำสาปแช่งในทุกชาติทุกภพ >ขอให้ข้าพเจ้าพ้นจากคำสาปแช่งของปวงชนของเจ้ากรรมนายเวร" > >คนเราเกิดมาหลายภพหลายชาติ >แต่ละคนมีเจ้ากรรมนายเวรที่แตกต่างกัน >การสวดขอขมาเพื่อลดและปลดหนี้กรรมให้น้อยลง > >( คาถา บทนี้ เป็นคาถาที่ใช้สำหรับขอขมาพระรัตนตรัย >และใช้เพื่อถอนคำสาปแช่ง ในอดีตชาติ ที่ติดตามมา >เพราะเราไม่รู้ว่าเคยได้ล่วงเกินปรามาสใครไปบ้างก็ไม่รู้ ไม่เว้นแม้กระทั้ง >พระพุทธองค์ พระอรหันต์ พ่อ แม่ เป็นต้น >เพราะบางคนทำการใดๆ มักมีอุปสรรค หรือมักมีคนไม่ชอบหน้า > >ขอผู้ได้รับใบคำขอขมาและอธิษฐานจิตนี้ >กรุณาส่งให้ผู้อื่นต่อเพื่อสร้างผลบุญบารมีต่อไป October 04 ผลไม้ที่ใช้ล้างพิษแอปเปิ้ล เป็นผลไม้ที่ดีที่สุดสำหรับการขจัดของเสียออกจากร่างกาย สารเปกตินในแอปเปิ้ลจะช่วยนำสารพิษไปกำจัดทิ้ง ทั้งยังป้องกันไม่ให้โปรตีนในลำไส้เกิดการบูดเน่า แอปเปิ้ลยังมีเส้นใยมาก ซึ่งมันจะทำหน้าที่เป็นไม้กวาด ทำความสะอาดลำไส้ ช่วยให้ตับและระบบย่อยทำงานได้ดียิ่งขึ้น กระตุ้นน้ำย่อย นอกจากนี้ยังมีวิตามินและเกลือแร่ องุ่น เป็นสารฟอกล้างสำหรับผิวหนัง ตับ ลำไส้ และไตโดยเฉพาะ เนื่องจากองุ่นมีคุณสมบัติรักษาน้ำมูกที่จะออกมาจากเยื่อเมือกต่างๆ ในร่างกาย องุ่นยังให้พลังงานสูงและนำไปใช้ได้ง่าย เกลือแร่อุดม ดังนั้นจึงช่วยบำรุงเลือดและซ่อมสร้างเซลล์ในร่างกาย สับปะรด มีเอนไซม์โปรเมลินสูง เอนไซม์ตัวนี้จะช่วยการทำงานของกรดไฮโดรคลอริกในกระเพาะ และช่วยทำให้ของเสียที่เป็นโปรตีนแตกตัวได้เร็วขึ้น เชื่อกันว่าสับปะรดช่วยรักษาอาการอักเสบในทางเดินอาหาร ช่วยในการซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ที่สึกหรอ ช่วยการทำงานของต่อมไร้ท่อ และช่วยกำจัดน้ำมูก มะละกอและมะม่วง มะละกอและมะม่วงมีลักษณะคล้ายคลึงกัน แต่มะม่วงมีสารสำคัญน้อยกว่ามะละกอเล็กน้อย ผลไม้ทั้งสองชนิดมีเอนไซม์ชื่อปาเปน ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับน้ำย่อยเปปซินในกระเพาะอาหาร ดังนั้นมันจึงช่วยทำให้ของเสียที่เป็นโปรตีนแตกตัวได้เร็วขึ้นเช่นเดียวกับโปรเมลิน ทั้งมะละกอและมะม่วงดีสำหรับทำความสะอาดลำไส้และช่วยย่อยอาหาร เชื่อกันว่ามะละกอยังช่วยลดอาการซึมเศร้าได้อีกด้วย แตงโม แตงโมมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ดังนั้นจึงช่วยฟอกล้างร่างกายได้เป็นอย่างดี ใช้รักษาแผลในกระเพาะ ลดความดันเลือดสูง ทำให้สบายท้อง น้ำคั้นจากเปลือกของแตงโมและเมล็ด หากดื่มก่อนกินเนื้อแตงโมในมื้ออาหารสักครึ่งชั่วโมงจะทำให้คุณได้ประโยชน์สูงสุด เนื่องจากเปลือกของมันอุดมด้วยคลอโรฟิลล์ และเมล็ดอุดมด้วยวิตามิน September 28 มหัศจรรย์หมายเลข 9
September 25 กรุ๊ปเลือดบอกนิสัย# ยามคุยกะเพื่อน # กรุ๊ป A # คุณเม้าท์เก่งมากในหมู่เพื่อนๆเรียกว่าเป็นจุดศูนย์กลางในการพูดคุยเลยทีเดียว เวลาจับกลุ่มคุยกัยทีพูดกันได้เป็นชั่วโมงเชียวล่ะ กรุ๊ป B # คุณเป็นคนสนุกสนาน เวลาพูดชอบออกท่าทางประกอบ ทำให้เพื่อนๆเข้าใจและคล้อยตามไปด้วย ดึงดู! ดความสนใจผู้คนได้ดี กรุ๊ป AB # คุณชอบเป็นฝ่ายฟังเสียมากกว่า ทุกคนจึงชอบพูดคุยถึงปัญหาต่างๆ ให้ฟังอยู่เรื่อย แต่บางทีการที่วิจารณ์คนอื่น ตรงไปตรงมาก็อาจทำให้คนไม่ชอบคุณบ้างเหมือนกัน กรุ๊ป O # ชอบเป็นจุดเด่นเชียวนะคุณ ถ้ามีคนสนใจล่ะก็ถึงไหนถึงกันสิ ถ้าใครทำเป็นว่าไม่สนใจ ก็จะฉุนกึ๊กขึ้นมาทันที # ยามที่ทะเลาะกับชาวบ้าน # กรุ๊ป A # คุณเป็นคนเยือกเย็น สุขุม ไม่ชอบเถีย งใครให้วุ่นวาย เพราะฉะนั้นเวลาที่คุณไม่พอใจใครก็จะใช้สายตาปราม อย่างมากก็จะตำหนินิดๆหน่อยๆแค่นั้นเอง กรุ๊ป B # ถ้าคุณโมโหขึ้นมาล่ะก็ หายห่วง ไม่เห็นแก่หน้าใครหรอก เป็นลูกระเบิดย่อมๆทีเดียว ใครทะเลาะกับคุณนี่ถือว่าซวยจริงๆ ว่างั้นเถอะ กรุ๊ป AB # คุณไม่ชอบเรื่องทะเลาะนักหรอก ส่วนมากถ่ามีเรื่องกันก็ไม่ใช่ คุณที่เป็นฝ่ายก่อเรื่องก่อนความใจเย็นของคุณจะทำให้ระงับสติอารมณ์ได้มากเมื่อต้องวีนกับใคร กรุ๊ป O # บู๊มากเลยนะคุณนี่ ต่อให้สู้กับใครก็ไม่ถอย วีนกับเขาได้ทุกรูปแบบ ถ้าเถียงกับใครล่ะก็ไม่มียอมง่ายๆหรอก นอกจากจะแพ้ชนะกันไปข้างหนึ่ง เฮ้อเหนื่อยแทน # เรื่องราวของความรัก # กรุ๊ป A # คุณเป็นคนขี้ขลาดไม่กล้าที่จะแสดงให้เขารู้ว่าคุณมีใจให้ ดังนั้นคนกรุ๊ปนี้ส่วนใหญ่จะไม่สามารถสมหวังในความรักได้อย่างรวดเร็ว เพราะมักต้องใช้เวลาพอสมควรในการตัดสินใจ กรุ๊ป B # หากคุณสนใจใคร คุณก็มักคิดหาวิธีในการเชื่อมสัมพันธ์กับเขาได้อย่างรวดเร็ว แต่บางครั้งการไม่คำนึงถึงสภาพการณ์จะทำให้เกิดภาพพจน์ที่ไม่ดีในสายตาคนอื่นกับตัวคุณเอง กรุ๊ป AB # คุณมักทำให้เขาเป็นฝ่ายเข้ามาหาคุณเองม ากกว่าคุณจะเป็น! ฝ่ายติดต่อเข้ากับเขาก่อน คุณจึงมักถูกตามตื๊อขอความรักจากชายหนุ่มมากมาย กรุ๊ป O # คุณเป็นคนมีนิสัยตรงไปตรงมา รักใครแล้วคุณก็จะแสดงออกเปิดเผยกับเขาตรงๆ เชื่อสัมพันธ์กับเขาทันที เป็นความรักที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่บางครั้งก็ควรคำนึงถึงจิตใจเขาด้วยว่าเขาคิดกับคุณในแบบที่คุณคิดหรือเปล่า # เวลาเฮิร์ท # กรุ๊ป A # หากมี่เรื่องที่ทำให้คุณต้องเสียใจ คุณก็จะเฝ้าครุ่นคิดถึงสาเหตุที่ทำให้คุณเสียใจ ตลอดเวลา และคุณจะไม่สามารถทำใจได้จนกว่าคุณจะยอมรับในเรื่องนั้น คุณเป็นคนที่ลืมอะไรได้ยาก เพราะนิสัยขิงคุณเป็นคนคิดมาก กรุ๊ป B # คุณเป็นคนที่มีอารมณ์ร้อน หากคิดจะทำอะไรแล้วก็จะทำทันทีโดยไม่ยั้งคิด แต่เมื่อคิดได้ก็มักสายเกินแก้จนต้องเสียใจภายหลังและเป็นเรื่องที่จะทำให้คุณรู้สึกเสียใจไปตลอด กรุ๊ป AB # ถึงแม้เป็นเรื่องที่ทำให้คุณต้องเสียใจ แต่คุณก็จะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เป็นกลุ่มที่มักไม่ค่อยแสดงอาการเสียใจออกมาให้เห็น กรุ๊ป O # คุณเป็นคนไม่ชอบครุ่นคิดในเรื่องเล็กๆน้อยๆเรื่องที่ทำให้เสียใจ คุณก็สามารถทำใจได้อย่างรวดเร็วและลืมไปได้ในเวลารวดเร็ว ความขยันเรื่องเรียน # กรุ๊ป A # คุณเป็นคนรอบคอบจริงจังในเวลาทบทวนตำราเรียน คุณจะนั่งทบทวนจนถึงกับลืมเวลาไปเลย ดังนั้นคุณควรแบ่งเวลาให้ถูกต้องด้วย กรุ๊ป B # ความขยันมักขึ้นกับอารมณ์ของคุณ เพราะคุณมักมีนิสัยที่เปลี่ยนใจง่าย ดังนั้นผลการสอบที่ออกมามักขึ้นกับอารมณ์ของคุณตอนช่วงที่ดูตำราก่อนสอบเสมอ กรุ๊ป AB # คุณชอบเตรียมวางแผนในเรื่องต่างๆไว้ล่วงหน้าเสมอ แต่บางครั้งก็ไม่สามารถทำตามแผนการ ที่วางแผนไว้ได้ หากยึดมั่นตามแผนการเกินไป กลับจะเป็นผลเสียมากกว่าดังนั้นคุณไม่ควรหักโหมจนเกินไปทำเท่าที่คุณสามารถทำได ้ กรุ๊ป O # ในเรื่องที่คุณไม่ชอบคุณจะรอจนกว่าใกล้ๆเวลาแล้วจึงค่อยทำ เช่นการสอบ คุณมักรอจนกว่าใกล้สอบแล้วจึงค่อยอ่าน โดยเฉพาะวิชาที่คุณไม่ชอบ แต่หากคุณมีความพยายามคุณก็สามารถทำได้ดีทีเดียว # ถ้าอยากให้เขาดีใจ? # กรุ๊ป A # บอกเขาด้วยการแสดงออกและกิริยาเว่อร์ สิ่งที่จะทำให้คนกรุ๊ป A ดีใจก็คือคุณนั่นเอง บอกให้เขารู้ว่าคุณมีความสุขมาก เมื่ออยู่กับเขาด้วยการแสดงออกทางสีหน้า และท่าทางเว่อร์ๆใช่แล้วต้องสอพลอเขาหน่อยล่ะ กรุ๊ป B # ต้องการคนคุ้มครอง คนกรุ๊ป! เลือดนี้ เป็นพวกที่ชอบไปงานเทศกาล ถ้าชวนเขาไปงานวันเกิดไปเที่ยวปิกนิค ทำกิจกรรมล่ะก้อจะตื่นเต้นยินดี๊ ยินดี นอกจากนี้ก็ยังมีนิสัยเด็กๆอยากได้คนมาปกป้องดูแลและเป็นที่ปรึกษา กรุ๊ป AB ชอบลูกยอ # คนกรุ๊ป AB จะดีใจมากเลยถ้าคู่สนทนาตั้งใจฟังเรื่องที่เขากำลังพูดอยู่ และพูดตอบรับว่า "จริงด้วย!" "เข้าใจ เข้าใจแล้ว" ก็ชมเขาเกี่ยวกับเสื้อผ้าหรือเสื้อประดับ กรุ๊ป O ชอบกินชอบคุย # คนกรุ๊ป O ชอบกิน ชอบคุยมากที่สุด เชี่ยวชาญทางด้านการชิมเชียวล่ะ น้องๆเชลล์ชวนชิมมาเอง เขาคงดีใจนะถ้าคุณคุยกับเขาเกี่ยวกับร้านอาหารที่มีของกินอร่อย หรือคุยเรื่องสนุกๆและเป็นคนแพ้ของขวัญด้วยล่ะ # วิธีปลอบใจเวลาเศร้า # กรุ๊ป A # พูดปลอบใจเขาดีๆ สิ่งสำคัญสำหรับคนกรุ๊ป A ที่แสนจะเงียบขรึมก็คือ คำพูดปลอบใจอันหวานหู เมื่อเขารู้สึกขมขื่นคุณควรจะอยู่ใกล้ๆเขาตลอดเวลา หรือโทรศัพท์ไปหาก็โอเคนะ กรุ๊ป B ใช้ยุทธวิธีให้ของขวัญ # สำหรับคนกรุ๊ป B น่ะไม่ต้องไปปลอบใจเขาหรอก ไม่จำเป็นเลย ดีไม่ดีจะไม่ชอบใจเอาเสียด้วยซ้ำ ถ้าคุณใช้วิธีซื้อขนมหรือของขวัญให้เขา จะได้ผลกว่านะ กรุ๊ป AB ปล่อยให้เขาอยู่คนเดียว # มันเป็นเรื่องยากที่จะจับความรู้สึกของคนกรุ๊ป AB เวลาที่เขาเศร้า ก็ชอบที่จะเศร้าเงียบๆคนเดียว ยิ้ม ให้เขา แค่นั้นก็พอแล้วก็ปล่อยให้เขาอยู่คนเดีย! ว กรุ๊ป O ฟังเมื่อเขาระบายความทุกข์ # ดูภายนอกแล้วจะเป็นคนเข้มแข็ง แต่ในความเป็นจริง คนกรุ๊ป O จะเป็นคนที่อ่อนไหว! ง่าย เขารอคอยคนที่จะพูดว่า"ฉันเข้าใจความรู้สึกของเธอดีจ้ะ" ฟังเมื่อเขาระบายความขมขื่น กุมมือเขาไว้ด้วยก็ดี เขาจะได้รู้สึกอบอุ่น # ทำอย่างไรให้เขาหายโกรธ # กรุ๊ป A # เจ้าคิดเจ้าแค้น ถ้าโกรธขึ้นมาเมื่อไหร่ล่ะก้อหายยากเลยล่ะ นี่แหละแบบฉบับความโกรธของคนกรุ๊ป A เพราะเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น อย่าพยายามยับยั้งเขา แต่ปล่อยให้เวลาช่วยคลายอารมณ์ กรุ๊ป B โกรธได้ไม่นานก็ลืมแล้ว # โกรธได้ไม่นาน อย่าไปสนใจเลยถ้าคนกรุ๊ป B เกิดโมโหโทโสขึ้นมา ถ้าขืนไปใส่ใจมาก จะยิ่งไปกันใหญ่ พยายามทำตามแบบเขาคือลืมๆไปซะ ยิ่งลืมเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี กรุ๊ป AB จัดการด้วยยาก ก้มหัวยอมเขาหน่อย # คนๆนี้จัดการยาก เป็นคนชอบความมีเหตุผลแต่ค่อบข้างเข้าข้างตัวเอง ที่เขาโกรธถึงขนาดนั้นแสดงว่าเขามีเหตุผลของเขา ไม่ต้องจับเข่าคุยกันหรอก แต่ยอมก้มหัวขอโทษเขาเท่านี้ ความมีน้ำโหก็จะคลายลง กรุ๊ป O พูดคุยกันรู้เรื่อง อธิบายด้วยเหตุผล # เป็นคนน่ากลัวเมื่อถูกทำให้โกรธ แต่ถ้ารู้ว่าสาเหตุคืออะไรก็จะหายทันที การอธิบายอย่างมีเหตุผลเป็นจุดสำคัญของคนกรุ๊ปเลือดนี้ # แบบไหนที่เขาจะสนุกสุดเหวี่ยง? # กรุ๊ป A กรี๊ดกร๊าดในกลุ่มเพื่อน # ! สิ่งที่จะทำให้คนกรุ๊ป A ที่ชอบโหวกเหวกสนุกได้ก็คือ สรรหาคนที่เขาชอบรวมทีมกรี๊ดกร๊าดไปตามเรื่อง แต่ต้องเป็นทีมที่มีคนร้อนๆนะ กรุ๊ป B สนุกกับการเล่นกีฬา และการออกไปข้างนอก # คนกรุ๊ป B เป็นคนที่มีพลังจะสนุกสุดเหวี่ยงเมื่อได้เคลื่อนไหวร่างกาย ชอบยุ่งกับการออกไปข้างนอกเล่นกีฬา มากกว่านั่งเล่นอยู่กับบ้านเฉยๆ กรุ๊ป AB เกลียดที่จะกรี๊ดกร๊าดไร้สาระแต่ชอบร้องเพลง # ไม่ค่อยสนุกกับคนอื่นเขากหรอกแถมยังไม่ชอบกรี๊ดกร๊าดวุ่นวายกับคนอื่น แต่อย่าให้ได้จับไมค์เชียวนะเป็นร้องไม่หยุด ไล่ไม่เลิกเลยทีเดียว กรุ๊ป O เบิกบานกับการพูดคุยจุ๊กจิ๊ก # คนกรุ๊ป O จะรู้ดีว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้ตัวเองสนุกได้ นั่นคือความสนุกสนานที่ได้พูดคุย ทำให้คนอื่นร่าเริงแม้ว่าตอนนั้นสถานการณ์จะไม่ใคร่ดี คุณก็พูดคุยจ๊อกแจ๊กไปตามประสา September 21 19 ก.ย. นาที"สนธิ"โค่น"ทักษิณ"
วันที่ 19 กันยายน 08.00 น. มีคำสั่งจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ขณะปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศ เรียกผู้นำทุกเหล่าทัพเข้าประชุมร่วมกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ทำเนียบรัฐบาล ผ่านวิดีโอ คอนเฟอเรนซ์ แต่ไม่มีผู้นำเหล่าทัพคนใดเข้าร่วม พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. อ้างว่ากระชั้นชิดเกินไป โดยส่ง เสธ.ทบ. เข้าร่วม พร้อมด้วย พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ผบ.ตร. เข้าชี้แจง จนเกิดกระแสข่าวลือการปฏิวัติรัฐประหาร แพร่สะพัดไปทั่วทำเนียบฯ
September 18 อาการของการเกิดมะเร็งในอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย1. มะเร็งปากมดลูก อาการ มีเลือดออกจากช่องคลอดทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เวลารอบเดือนปกติของคุณอาการเจ็บปวดและมีเลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธ์ หากพบว่ามีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น การตรวจโดยขูด นื้อเยื่อจากบริเวณดังกล่าวไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์จะรู้ได้ 2. มะเร็งในมดลูก อาการ มีเลือดออกหลังการมีเพศสัมพันธ์ หรือบางครั้งอาจมีความรู้สึกว่ามีก้อนเนื้อหรือมีอาการบวมในช่องท้อ 3. มะเร็งรังไข่ อาการ ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมออนหรือการมีอาการเจ็บปวดหลังการมีเพศสัมพันธ์ มีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้อาการท้องอืดอาหารไม่ย่อย น้ำหนักลดและมีอาการปวดหลัง 4. มะเร็งในเม็ดเลือด (ลูคีเมีย) อาการเหนื่อยง่ายและมีอาการซีดเซียวกว่าปกติมักเกิดอาการฟกช้ำดำเขียว หรือมีเลือดออกทางผิวหนังได้ง่ายโดยไม่ทราบสาเหตุและมักจะเกิดร่วมกับอาหารปวดตามข้อต่าง ๆ ทั่วร่างกาย บางครั้งจะท้องอืดและเมื่อคลำดูจะพบว่ามีก้อนบวมที่ด้านซ้ายของช่องท้อง 5. มะเร็งปอด อาการ มักมีอาการไอบ่อย ๆ มีเลือดออกและมีเสมหะปนมากับน้ำลายน้ำหนักลดอย่างฮวบฮาบ เจ็บ หน้าอกและหายใจลำบาก หรืออาจมีอาการหอบปนอยู่ด้วยทั้ง ๆ ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน 6. มะเร็งตับ อาการ ปวดในช่องท้อง เบื่ออาหาร น้ำหนักลดตาและผิวเป็นสีออกเหลืองและเหลืองจัดจนเห็นได้ชัด 7. มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ อาการ มีเลือดปนออกมากับปัสสาวะ 8. มะเร็งสมอง อาการ ปวดศีรษะนาน ๆ และมักมีอาการอื่นร่วมด้วยเช่นอาเจียนหรือการผิดปกติของการมองเห็น ตาพร่า และเห็นแสงเขียว ๆ แดง ๆ ลอยไปมาเวลาปวดศีรษะ อ่อนเพลียไม่มีแรง หรือ การเป็นลมโดยกะทันหันอวัยวะบางส่วนของร่างกายหยุดทำงานเช่นมีอาการชาและเป็นอัมพาตชั่วคราวควรให้ความระวังเป็นพิเศษ หากคุณเคยมีประวัติการปวดหัวที่มีอาการเหล่านี้ประกอบอยู่ด้วย 9. มะเร็งในช่องปาก อาการ มีก้อนบวมอยู่ในปาก หรือทีลิ้นเป็นเวลานานมีแผลเปื่อยที่ปากที่ไม่ได้รับการรักษา หรือเป็นแผลเรื้อรังที่เหงือก เนื่องจากการกดทับของฟันปลอมที่ใส่ไว้ประจำหรือเป็นเวลานาน 10. มะเร็งในลำคอ อาการ เสียงแหบพร่าไปทันที มีก้อนบวมในทันทีทำให้รู้สึกว่ากลืนอาหารได้ลำบาก หรือมีการขยายตัวของต่อมในลำคอที่โตขึ้นจนสามารถจับและรู้สึกได้ 11. มะเร็งในกระเพาะอาหาร อาการน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วอาเจียนออกมาเป็นเลือดท้องอืดหรืออาหารไม่ย่อยบ่อย รู้สึกเหมือนมีก้อนเนื้องอกในช่องท้องหรือรู้สึกตื้อ แม้เพิ่งจะรับประทานอาหารไปได้ไม่กี่คำ 12. มะเร็งทรวงอก อาการมีเลือดหรือของเหลวบางอย่างไหลออกมาจากหัวนมบวมหรือผิวเนื้อทรวงอกหนาขึ้นมีก้อนบวมจนจับได้เมื่อคลำบริเวณใต้รักแร้ บางครั้งอาจมีตุ่มหรือสิวเกิดขึ้นที่เต้านมเป็นเวลานานควรระวังเพราะผู้หญิง 9 ใน 10 คนจะมีอาการบวมของก้อนเนื้อบริเวณทรวงอกโดยไม่ทราบสาเหตุเมื่อมีอายุมากขึ้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนทำให้เกิดเป็นถุงน้ำใต้ผิวหนังที่เรียกว่าซีสต์ซึ่งควรต้องค้นหาสาเหตุของอาการบวมนั้นให้ชัดเจนเสียก่อนว่าคืออะไรกันแน่ 13. มะเร็งลำไส้ อาการน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วมีอาการปวดท้องอย่างมากและระบบการย่อยผิดปกติ มีเลือดออกปนมากับอุจจาระ ****ซึ่งมีวิธีสังเกตของผู้ที่มีอาการเกี่ยวกับริดสีดวงทวารอยู่แล้วคือถ้าใช้กระดาษทิชชูซับแล้วเลือดมีสีแดงสดนั่นคืออาการของริดสีดวงทวารแต่ถ้าเลือดมีสีดำคล้ำนั่นคือ อาการของโรคมะเร็งในลำไส้ 14. มะเร็งต่อมน้ำเหลือง อาการมีก้อนบวมเกิดขึ้นที่ใต้รักแร้หรือใต้ขาหนีบโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไม่ได้เกิดอาการติดเชื้อในบาง ส่วนของร่างกายมะเร็งผิวหนัง อาการมีแผลหรือแผลเปื่อยพุพองที่ไม่ได้รับการรักษาอยู่เป็นเวลานานตลอดจนไฝหรือหูดที่โตขึ้นและมีการเปลี่ยนสีหรือรูปร่าง ขนาด นอกจากนี้อาการอันตรายอีกอย่างหนึ่ง ที่ เรียกว่าเมลาโนมา (Melanoma)คือเนื้องอกที่ประกอบด้วยเซลล์ที่มีเมลานินสะสมอยู่ เช่น กระจุดด่างหรือไฝถ้าคุณมีไฝมากกว่า 50 เม็ดทั่วร่างกาย หรือมีคนในครอบครัวที่มีประวัติว่าเคยเป็นโรคนี้มาก่อนคุณจะมีอัตราเสี่ยงสูงกว่าคนอื่นๆ ส่วนอันนี้เค้าฟอเวิร์ดติดมาด้วย ถึงท่านผู้โชคดี ขอให้ท่านนำเรื่องนี้ไปบอกต่อเป็นวิทยาทาน ท่านจะโชคดีมีความสุขตลอดกาล ตำรานี้ใช้แก้โรคมะเร็งผู้เป็นมะเร็งจะหายโดยไม่คาดคิด สำหรับมะเร็งจะหายภายใน 6 วัน วิธีรักษา - ไปที่ร้านยาจีน ซื้อหัวเตย 1 ตำลึง หัวขิง 1 ตำลึงก้อนเกลือ 3 ก้อน นำมารวมกันแล้วแช่น้ำทิ้งไว้ 1 วัน ในน้ำ 1 ชาม ให้ดื่มจนหมดชาม สรรพคุณในการรักษา - หลังจากดื่มยานี้แล้ว ควรดื่มน้ำตามมาก ๆ นำส่วนที่เหลือมารับประทาน ยานี้จะขับเอาของเสียออกทางอุจจาระหรือปัสสาวะไม่ต้องตกใจ เป็นการขับของเสียออกหมดแล้วจะปกติ ***ตำรานี้ห้ามซื้อขาย หรือคิดเป็นเงินค่ารักษา และขออย่าได้เก็บไว้เป็นส่วนตัวโดยเด็ดขาด หากท่านผู้อื่นรับทราบด้วยใจศรัทธาและกุศลจิตของท่าน ท่านและครอบครัวจะประสบแต่ความสุข ความสมหวังทุกประการ โดย : 3214 August 04 คนโง่ คนฉลาด คนเจ้าปัญญา # ว่าด้วยความคิด #
คนโง่ : ทำก่อนแล้วถึงคิด จึงผิดพลาดอยู่เนือง ๆ ต้องเปลืองเวลาและความรู้สึก ตามแก้ปัญหาอยู่เนือง ๆ
คนฉลาด : คิดมากก่อนแล้วจึงทำ จึงเพ้อเจ้ออยู่เป็นประจำ แม้ประสงค์จะทำดีมาก แต่ทำได้น้อย เพราะเขม่าความคิดปิดกั้นความหาญกล้า
คนเจ้าปัญญา : คิดไปทำไป จึงทำได้อย่างที่คิด และคิดพอดีที่ทำ ประหยัดพลังงานและบริหารเวลาได้เหมาะสม ลดความหลอน ป้องกันความผิดพลาดขื่นขม
และประสบความสำเร็จโดยไม่เหนื่อย
# ว่าด้วยการทำงาน #
คนโง่ : ทำงานเพื่อเงิน จึงได้เงินมาอย่างยากเย็นและมักไม่ได้คุณค่าอื่น ๆ ของงาน
คนฉลาด : ทำงานเพื่องาน จึงได้ผลงานที่ยิ่งใหญ่ และได้เงินตามมาโดยง่าย
คนเจ้าปัญญา : ทำงานเพื่อหยิบยื่นคุณค่าแก่สังคม เขาจึงได้ผลงานที่น่าชื่นชม เงิน ชื่อเสียง และมิตรมหาศาลย่อมตามมา
# ว่าด้วยการสร้างความมั่งคั่งร่ำรวย #
คนโง่ : ชอบรวยทางลัด จึงจนอย่างรวบรัดได้เช่นกัน
คนฉลาด : ชอบรวยเชิงระบบ ต้องอิงอาศัยระบบจึงจะรวย เมื่อระบบล่มก็ต้องล้มไปด้วย
คนเจ้าปัญญา : ชอบรวยด้วยความยินดี จึงรวยในทุกระดับที่มี ได้ดูดซับคุณค่าของสิ่งที่มีอย่างแท้จริง รวยและเป็นสุขเสมอ
July 31 สีรถที่ถูกโฉลกตามวันเกิด
รถที่ถูกโฉลกตามวันเกิด
July 28 คุณค่าของสิ่งที่มีอยู่กับตัวเรา
--- คุณสมบัติเด่นๆของนมแพะ มีอย่างไรบ้าง ---1. โปรตีนในรูปกรดอะมิโนของนมแพะค่อนข้างจะครบถ้วน 2. เม็ดโปรตีนและเม็ดไขมันมีขนาดเล็ก 3. มีกรดไขมันพิเศษ คาโพรอิก (Caproic) คาพริลิก (Caprylic) คาพริก (Capric) ช่วยใน เรื่องลด การสะสมคลอเลสเตอรอลในเส้นเลือด 4. มีวิตามีน เอ บำรุงสายตา และวิตามิน บี ช่วยบำรุงผิวพรรณและเส้นผม 5. แคลเซียม ช่วยในเรื่องบำรุงกระดูกและฟัน อีกทั้งแร่ธาตุอื่นๆเช่น ฟอสฟอรัส แมกนีเซียมก็ ช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง --- ทำไมนมแพะถึงย่อยง่าย / และมีประโยชน์อย่างไร --- 1. เพราะนมแพะมีเม็ดโปรตีนและเม็ดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย ขนาดเล็กทำให้น้ำย่อยแทรกซึม เข้าไปย่อยได้ง่ายและเร็ว 2. โดยเฉลี่ยเม็ดไขมันในนมแพะมีขนาดประมาณ 3 ไมครอนและเป็นไขมันอิสระไม่จับตัวกับ สารอื่น กรดไขมันจึงย่อยสลายได้เร็วด้วยน้ำย่อย 3. ทำให้ดูดซึมไปเป็นแหล่งสารอาหารได้ทันที ไม่สะสมและคั่งค้างในกระเพาะ --- นมแพะย่อยง่ายกว่านมวัวแค่ไหน --- นมแพะใช้เวลาในการดูดซึมไปใช้ประโยชน์ 20 นาที นมวัวใช้เวลา 2 ชั่วโมง (นมแพะย่อยง่าย และเร็วกว่า 6 เท่า) --- ทำไมนมแพะจึงเหมาะกับคนที่เป็นโรคกระเพาะ --- เพราะมีคุณสมบัติช่วยปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างในกระเพาะให้กลับสู่สมดุล จึงลดอาการปวด เสียดจากโรคกระเพาะ --- นมแพะช่วยลดการสะสมของคลอเลสเตอรอลในเส้นเลือดได้อย่างไร --- 1. มีกรดไขมัน คาโพรอิก(Caproic) คาพริลิก(Caprylic) คาพริก(Capric) ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดการ สร้างคลอเลสเตอรอลจากตับอ่อน จึงลดการสะสมของคลอเลสเตอรอลในเส้นเลือด2. อย่างไรก็ตาม ควรควบคุมการบริโภคอาหารประเภทอื่น ๆ ด้วย เช่น หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง --- นมแพะมีรสชาติเข้มข้นและมัน ถ้าดื่มแล้วจะอ้วนหรือไม่ --- 1. ความมันของนมมาจากเม็ดโปรตีนและเม็ดไขมันที่ละเอียด จึงทำให้รู้สึกรสชาติเข้มข้น 2. นมแพะศิริชัยเป็นนมสดแท้ 100 % ไม่ผสมน้ำหรือนมผง ไม่เติมน้ำตาล คนที่เป็นโรคเบาหวาน สามารถดื่มได้ ประกอบกับ มีคลอเลสเตอรอลและไขมันอิ่มตัวค่อนข้างต่ำ จึงไม่เป็นสาเหตุที่ทำ ให้อ้วน --- นมแพะช่วยโรคภูมิแพ้ได้อย่างไร --- ปกติการดื่มนมทำให้ร่างกายได้สารอาหารที่มีคุณค่าและช่วยให้สุขภาพแข็งแรง นมแพะก็เป็น นมอีกประเภทที่ให้คุณค่าสารอาหารต่อร่างกาย มีกรดอะมิโนที่จำเป็นครบถ้วน เมื่อร่างกายได้ รับสิ่งที่เป็นประโยชน์ จะสามารถเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคได้ โปรตีนและไขมันในนมของแพะย่อยได้มากกว่าโค ทำให้มี คุณค่าต่อคนชรา ผู้ป่วยโดยเฉพาะที่เป็นโรคกระเพาะ และเด็กที่ แพ้นมโค เม็ดไขมัน ในนมแพะ (fat globules) มีขนาดเล็กกว่าไขมัน ในนมโคและมีกรดไขมัน สายโซ่สั้น (C6 ,C8,C10,C12) อยู่สูงกว่า จึงกระจายตัวได้ดีกว่า นอกจากนี้ยังมีวิตามินเอ ไนอาซิน โคลีน และอีโนซิทอลสูงกว่า July 27 บันทึกสุดท้ายของ ดร.วรฑา วัฒนะชยังกูร (อภิวัฒน์ วัฒนางกูร)บันทึกสุดท้ายของ ดร.วรฑา วัฒนะชยังกูร (อภิวัฒน์ วัฒนางกูร)
จากนิตยสารรายเดือน จีเอ็ม ฉบับเดือน พฤษภาคม 2549 หน้า 232-233
1) ตอนที่ผมไปเรียนต่อต่างประเทศ เราจะกลัวไปหมดทุกเรื่อง แต่คุณแม่เขียนจดหมายมาสอนผมว่า อย่ากลัวในสิ่งที่มองไม่เห็น เพราะถ้าเราไปตั้งท่ากลัวเสียก่อน มันก็จะไม่เกิดสติปัญญาที่จะไปแก้ไขปัญหา สู้เราทำตัวสบาย ๆ แล้วแก้ไขปัญหาไปตามธรรมชาติจะดีกว่า
2) คนไทยเราเรียนปริญญาโทเพราะคิดว่าเรียน ๆ ไปเถอะ เราแยกเอาการเรียนรู้และชีวิตออกจากกัน เชื่อแต่ว่าพอจบการศึกษาแล้วค่อยใช้ชีวิต แต่ในต่างประเทศการเรียนรู้เป็นการกระทำที่ต่อเนื่อง มันเป็นสิ่งที่เคียงคู่กับการใช้ชีวิต
3) คุณพ่อ-คุณแม่ผมเป็นคนที่เชื่อมั่นในการศึกษา การศึกษาเป็นสิ่งที่ไม่สามารถมีใครขโมยไปได้ การศึกษาเป็นทรัพย์สินที่ต่อเนื่อง คุณพ่อ-คุณแม่จึงพยายามทุกวิถีทางให้ผมมีการศึกษาที่ดี ยอมขายที่นาเพื่อให้สามารถส่งเสียผมไปเรียนได้ ทุกครั้งที่เห็นเด็กไม่สนใจการเรียน ผมจะรู้สึกเศร้าใจมาก ๆ หากมีโอกาสได้ทำบุญ ผมจะเลือกทำบุญกับโอกาสทางการศึกษาของเด็ก
4) การที่คนเราจะมองหาจุดมุ่งหมายของชีวิตให้เจอ มันเกิดขึ้นต่างรูปแบบกัน ต้องถามตัวเองว่าอะไรคือสิ่งที่เราอยากจะทำที่สุดในชีวิตกันแน่ ผมเชื่อว่าทุกคนต้องหาให้เจอ ไม่ช้าก็เร็ว เราจะได้มีพลังขับเคลื่อนให้ไปถึงจุดมุ่งหมาย 5) ผมคร่ำเคร่งกับการเรียนเพราะเป็นสิ่งที่เราไปอยู่ตรงนั้นเพื่อที่จะทำมัน เราไม่ได้ไปอเมริกาเพื่อท่องเที่ยว เราไปเพื่อศึกษา อย่าลืมว่าผมทำงานไปด้วย เพราะฉะนั้นผมไม่ได้พลาดโอกาสที่จะเรียนรู้ชีวิตในอีกแบบหนึ่ง ในขณะเดียวกันผมก็ไม่พลาดโอกาสที่จะเปิดหูเปิดตาไปท่องเที่ยว ผมคิดว่าชีวิตผมค่อนข้างจะรอบด้าน ได้ศึ่กษาทั้งวิชาการและทำงานแบบผู้ใช้แรงงาน
6) มองย้อนกลับไป ผมจะเลือกเงินหรือชีวิตเหรอ? ก็ผมนี่ไง ผมเป็นตัวอย่างของคนที่มุ่งหน้าหาเงิน เพราะว่าผมมีแผนการในชีวิตมากมายที่ต้องสร้างสมเอาไว้เพื่อครอบครัว มันไม่ถึงกับลืมใช้ชีวิตหรอก แต่ไม่ค่อยได้มีโอกาสใช้ชีวิตมากกว่า ที่สุดแล้วมันก็นำพาซึ่งความเจ็บป่วย ...
ที่สุดแล้วผมก็หาเงินตามจุดมุ่งหมายได้ไม่มากเท่าที่ควร เราบอกว่าเราจะทำงานสัก 20 ปี แต่ว่าโอกาสของเรามีแค่ 10 ปี เพราะหลังจากที่ตรากตรำทำงานมาหนัก ร่างกายบอกว่ามันทำได้แค่นี้ เพราะฉะนั้นก็ลงเอยด้วยการที่ไปไม่ถึงฝั่งฝัน...
7) ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ผมคงเลือกทั้งเงินและชีวิต เพราะว่าเราปฏิเสธไม่ได้ว่าเงินก็ยังเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิต แต่ว่ามันไม่ใช่สรณะ ผมเลือกที่จะกระจายการทำงาน กระจายความทุ่มเทนั้นออกไป เพื่อให้สามารถทำงานได้นานมากขึ้น และตัวผมเองสามารถที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้นาน ๆ
8) ความทรงจำที่มีค่ามากสำหรับผม มักเกิดขึ้นในช่วงเวลาเล็ก ๆ ที่ผมอยู่กับตัวเอง
9) ผมเคยเขียนการ์ดเล็ก ๆ ให้ภรรยา สรุปความได้ว่า เวลาที่คนสองคนเดินไปบนชายหาด ตอนที่เราหันกลับมามองก็จะเห็นเป็นรอยเท้าเล็ก ๆ 2 คู่ เดินไปเดินมา ทำไมเราจึงเห็นรอยเท้าเหลืออยู่แค่คู่เดียวล่ะ อีกคนหนึ่งหายไปไหนหรือ คำตอบคือไม่มีใครหายไปไหนหรอก แต่อีกคนกำลังอุ้มอีกคนหนึ่งเอาไว้ ผมหมายถึงตัวผมอุ้มเขาอยู่ เป็นคำมั่นสัญญาว่าผมจะดูแลเขาไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่
10) ครั้งหนึ่งที่ผมฟังดุริยมนตราซึ่งเป็นเสียงสวดมนต์ที่ประกอบไปกับดนตรี ผมฟังแล้วผมร้องไห้มาก แล้วบอกกับตัวเองว่าถ้าชีวิตผมจะหาไม่จริง ๆ ด้วยอาการเจ็บป่วยนี้ ผมอยากจะบอกคุณพ่อกับคุณแม่ว่า ... ผมได้คุณพ่อกับคุณแม่ที่ประเสริฐที่สุด ... ไม่ใช่แค่เลี้ยงดูสั่งสอนให้แนวทางชีวิตในยามที่ผมปกติดีอยู่ แต่ในยามเจ็บป่วยคุณพ่อ-คุณแม่ไม่เคยห่าง มาหาผมที่โรงพยาบาลทุกวัน อยากให้ท่านได้รู้ว่าผมมีคุณพ่อ-คุณแม่ที่ผม ไม่สามารถเรียกร้องหาได้ดีกว่านี้จากที่ไหน
11) ในความเป็นพ่อ ผมให้คะแนนความพยายามมากกว่าผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้น ผมคิดว่าคะแนนความพยายามของผมที่ 80 มันไม่เต็มร้อยหรอกครับเพราะมีข้อจำกัดเรื่องเวลา แต่ลูก ๆ มีแกนกลางคือเขามีแม่ที่ดี เพราะฉะนั้นลูก ๆ จะไม่เคยรู้สึกว่าขาดพ่อ เพราะว่าแม่ทดแทนได้หมด แม่ไม่ใช่เพียงแค่คนที่พยายามรักษาความสมดุลในครอบครัว แต่เขาเป็นศูนย์กลางของจักรวาลในครอบครัวเรา นี่ไม่ใช่การถ่อมตน แต่เป็นการพูดในความรู้สึกที่แท้จริง เขาเป็นดวงใจของเราทุกคน ให้กลับกัน ผมไม่เชื่อด้วยซ้ำว่าผมทำได้ เพราะว่าผมอาจจะถนัดเรื่องจัดหามากกว่าการดูแล ใครอยากได้อะไรผมจะหามาให้ ขอแค่ให้รู้เถอะไม่ต้องเอ่ยปากหรอกผมจะไปหามาให้
12) ชีวิตผมไม่มีอะไรนอกจากบริษัทเจเอสแอลและครอบครัว ผมมีแค่นี้ ผมไม่มีอย่างอื่นอีกแล้ว
13) การเป็นพ่อเป็นเรื่องของธรรมชาติ ไม่ต้องใช้อะไรเป็นพิเศษ ไปมากกว่าความรักทั้งหมด ผมเคยเซ็นหนังสือให้ลูกว่า ”สำหรับน้องเพชร ด้วยความรักทั้งหมดในหัวใจพ่อ” ถ้าคุณรักลูก คุณก็พร้อมที่จะทำทุกอย่างกับเขา และตรงนี้ต่างหากที่เพิ่มเติมมาด้วยสติปัญญา พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อที่จะมีเวลาอยู่ด้วยกัน เรียนรู้ถึงความต้องการและความฝันของเขา แต่บางครั้งลูกก็ไม่ได้อยากอยู่กับเราเสมอไป เขาอาจจะมีธุระอื่น ฉะนั้นความรักและความเข้าใจจะต้องมาเป็นอันดับต้นเลย เราต้องพยายามหาหนทางละมุนละไมที่จะโอบแขนของ เขาเข้าไปอยู่ในชีวิตของเขาให้ได้....
14) ผมไม่ขอเปรียบเทียบชีวิตการเป็นพิธีกรของผมกับคนอื่นๆ ตอนที่ทำรายการจันทร์กะพริบใหม่ ๆ ผมจบดอกเตอร์มา มันยิ่งสร้างความคาดหวังว่าจะทำอะไรดีๆ ได้อีกเยอะ ต้องศึกษาหาความรู้เยอะ อ่านประวัติของแขกรับเชิญมาล่วงหน้า ซึ่งจะทำให้เราไม่รู้สึกห่างไกลจากเขา รายการจันทร์กะพริบเป็นงานที่ยาก ผมใช้เวลากว่า 2 ปีจึงจะหาตัวเองพบ
ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าการเป็นพิธีกรมันคือการแสดง ในเมื่อมันคือการแสดง อะไรล่ะคือบุคลิกภาพจริง ๆของเรา เวลาที่เราขอคำแนะนำจากใคร 10 คน เราจะได้คำตอบ 10 อย่าง เพราะฉะนั้นผมเลยคิดว่าที่สุดแล้วผมเชื่อตัวเองอีกว่า ผมไม่ใช่คนถามจาบจ้วงหรืออยากให้เฮฮากว่านี้ ผมว่าไม่ใช่ผม ผมเป็นคนที่ให้เกียรติคน เป็นคนที่มีบุคลิกพูดง่าย ๆ ว่านุ่มนิ่มบางทีมันเป็นจุดอ่อน แต่เราต้องพัฒนาให้เป็นจุดแข็งให้ได้ เอาความอ่อนโยนมาเป็นเสน่ห์ เอาความนุ่มนิ่มมาเป็นวิธีการถามคำถามทำให้เกิดความอบอุ่นขึ้น
15) ครั้งแรกที่ผมสัมภาษณ์ ทอดด์ ทองดี เขาบอกว่ายูรู้ไหม ว่าการที่ยืนอยู่ด้วยกันบนเวที มันมีไออุ่นของคนที่อยู่ใกล้กัน เขาไม่รู้สึกอบอุ่นแบบนี้กับใครเท่าที่ยืนอยู่ใกล้ผม ผมมีความรู้สึกว่านั่นแหละคือการที่เราหาตัวเองเจอ ธรรมชาติของผมคือเป็นผู้ชายที่อบอุ่นนั่นเอง
16) ทุกวันนี้ผมดูทีวีได้ไม่นาน เพราะว่าเสียงมันดังเกินไป รายการโทรทัศน์น่าจะมีความนุ่มนวลแล้วค่อยทะยานขึ้นไปถึงความตื่นเต้น แต่ทุกวันนี้มันมีแต่ความเปรี้ยงปร้าง อาจเป็นเพราะว่าการแข่งขันมันสูง พิธีกรต้องขุดมุกมาใช้เพื่อให้ได้ชื่อว่าสามารถสร้างเสียงฮาได้ตลอดเวลา ซึ่งผมคงสอบตกในกรณีนี้ แต่ผมเชื่อว่าความแพรวพราวมันมีได้หลายลักษณะ เช่นยิงคำถามแพรวพราวก็ได้ หรือบางทีเขาตอบอะไรมา เราอาจจะแสดงความคิดเห็นอะไรกลับไป เป็นความแพรวพราวตรงนี้ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมีมุกตลอดเวลา
17) การเป็นพิธีกรคือโอาสที่ได้เรียนรู้ชีวิตของคน ได้แบบเรียนชีวิตโดยไม่ต้องซื้อหามา เป็นประสบการณ์ล้ำค่าที่ไม่มีอะไรทดแทนได้ ผมเรียนรู้ชีวิตของชีวิตของผู้อื่น ผมได้ค้นพบว่าชีวิตไม่มีความแน่นอน เราต้องใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง ชีวิตเป็นสิ่งที่มีค่าและในยามที่เรายังมีลมหายใจอยู่ เราน่าจะได้ใช้โอกาสนั้นทำความดี เป็นสิ่งที่เราจะทิ้งไว้ในโลกนี้ มันเป็นมรดกของมนุษยชาติอย่างหนึ่งและคนอื่น อาจจะเรียนรู้ได้ในภายหลัง
18). การมีชีวิตอยู่เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มาก เราทำให้ห้วงชีวิตเป็นอะไรก็ได้ เป็นหนึ่งชีวิตที่เต็มไปด้วยคุณค่าหรือเราทำหนึ่งชีวิตของเราให้เป็นหนึ่งชีวิต ที่สร้างความทุกข์ใจให้กับใครสักคนหนึ่งไปตลอดชีวิตก็ได้ ความยิ่งใหญ่ของชีวิตอยู่ที่ว่าเราจะเลือกใช้ชีวิตอย่างไร
19) ผมไม่รู้ว่าจำนวนของคนที่เห็นแก่ตัวบนโลกนี้มีเท่าไหร่ แต่ผมว่าความเห็นแก่ตัวมันเกิดขึ้นได้กับทุก ๆ คนแหละ มันคือการชั่งน้ำหนักในสิ่งที่เราจะทำ จริง ๆ แล้วก็คงเหมือนกับที่เขาพูดกันว่า ไม่ต้องเป็นคนดีเท่าไหร่หรอก ขอแค่เป็นคนเลวน้อยที่สุดก็พอแล้ว
20) ความกตัญญูรู้คุณคนเป็นสิ่งที่ผมยึดถือเป็นหลักประจำใจ คนเราถ้าไม่รู้จักรู้พระคุณคน มันทำให้เราหลงลืมไปว่าเรามีชีวิตอยู่ทุกวันได้เพราะอะไร คนที่เขาให้เรามาบางทีเขาไม่ได้จดจำเพราะมั่นเป็นการให้ที่แท้จริง แต่การที่เราได้รับนั้นหมายถึงการได้ส่วนบุญที่ดีมา มันเปลี่ยนชีวิตเรามากเพียงพอที่เราควรจะจดจำว่าเรามาถึงฝั่งฝันนี้ได้อ่างไร มีใครบ้างที่ช่วยพยุงเรา ขณะที่เราว่ายน้ำข้ามมหาสมุทรมา การระลึกถึงพระคุณของคนเป็นสิ่งที่มนุษย์ประเสริฐเขาทำกัน
21) คนที่เป็นผู้ให้ ในชีวิตผมมีมากและผมไม่มีวันที่จะลืมได้เลย ภรรยาผมเขาไม่เคยนึกถึงตัวเองเลย เขานึกถึงแต่ว่าทำอย่างไรสามีเขาจึงจะหาย ผมเรียนเรื่องธรรมชาติบำบัด ผมรู้สึกเอาเองว่าผมรับพลังดี ๆ จากธรรมชาติมาเยอะ
เรียนรู้ที่จะรับพลังธรรมชาติจากต้นไม้ ใบหญ้า ผมรับรู้ถึงความปรารถนาดี ความหวังดีของคนจำนวนมาก คนเหล่านี้เป็นคนที่ผมไม่มีวันลืมไปจากชีวิตนี้ แล้วก็ขอเจอกันทุกชาติไป ผมคิดว่าถ้าผมจะหาย ก็ได้ด้วยพลังรักที่เขามีต่อผม
22) ทุกวันนี้ผมมองทุกอย่างด้วยสายตาเป็นกลางมากขึ้น ผมมองว่าถ้ามันจะเป็นความรู้สึกที่สุด ผมก็จะไม่ดีใจจนเกินเหตุ หรือถ้ามันจะทุกข์นัก ผมก็จะไม่ทุกข์มาก ผมจะอยู่ตรงกลางด้วยความหวังว่าวันของเราจะต้องมาถึง เราได้ฟังเรื่องมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นกับคนหลายคนที่เป็นมะเร็ง ใจผมก็อยากให้สิ่งนี้เกิดขึ้นกับผมบ้าง เมื่อไหร่ปฏิหาริย์จะเกิดขึ้นกับผมสักที ผมท้อแท้บ้าง แต่ผมไม่ยอมแพ้พ่าย ทำไมยังเจ็บปวด เศร้า ทุกขเวทนาอยู่เรื่อย แต่ผมปฏิเสธ ที่จะตายไปกับโรคนี้
23) ผมเสียใจอยู่ตลอดมาที่มีเวลาให้กับครอบครัวน้อยเกินไป อยากบอกลูกว่า ถ้าพ่อเลือกได้ พ่อคงอยู่บ้านให้มากกว่านี้ |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|