Thanya's profile~ . o O Happy Time ! O ...PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    September 17

    วิธีสังเกตอาการเบื้องต้น ของ มะเร็งชนิดต่างๆ

    ----- :

     อาการ ของการเกิดมะเร็งในอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย

    1. มะเร็งปากมดลูก อาการ มีเลือดออกจากช่องคลอดทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เวลารอบเดือนปกติของคุณอาการเจ็บปวดและมีเลือดออกหลังจากมีเพศ สัมพันธ์ หากพบว่ามีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น การตรวจโดยขูด นื้อเยื่อจากบริเวณดังกล่าวไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์จะรู้ ได้

    2. มะเร็งในมดลูก อาการ มีเลือดออกหลังการมีเพศสัมพันธ์ หรือบางครั้งอาจมีความรู้สึกว่ามีก้อนเนื้อหรือมีอาการบวมในช่อง ท้อ

    3. มะเร็งรังไข่ อาการ ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมออนหรือการมีอาการเจ็บปวดหลังการมีเพศ สัมพันธ์>มี ปัญหา เกี่ยวกับลำไส้อาการท้องอืดอาหารไม่ย่อย น้ำหนักลดและมีอาการปวดหล

    4. มะเร็งในเม็ดเลือด (ลูคีเมีย) อาการเหนื่อยง่ายและมีอาการซีดเซียวกว่าปกติมักเกิดอาการฟกช้ำดำเขียว หรือมีเลือดออกทางผิวหนังได้ง่ายโดยไม่ทราบสาเหตุและมักจะเกิดร่วมกับอาหาร ปวดตามข้อต่าง ๆ ทั่วร่างกายบางครั้งจะท้องอืดและเมื่อคลำดูจะพบว่ามีก้อนบวมที่ด้านซ้ายของ ช่องท้อง

    5. มะเร็งปอด อาการ มักมีอาการไอบ่อย ๆ มีเลือดออกและมีเสมหะปนมากับน้ำลายน้ำหนักลดอย่างฮวบฮาบ เจ็บ หน้าอกและหายใจลำบากหรืออาจมีอาการหอบปนอยู่ด้วยทั้ง ๆ ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

    6. มะเร็งตับ อาการ ปวดในช่องท้อง เบื่ออาหาร น้ำหนักลดตาและผิวเป็นสีออกเหลืองและเหลืองจัดจนเห็นได้ ชัด

    7. มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ อาการ มีเลือดปนออกมากับปัสสาวะ

    8. มะเร็งสมอง อาการ ปวดศีรษะนาน ๆ และมักมีอาการอื่นร่วมด้วยเช่นอาเจียนหรือการผิดปกติของการมองเห็น ตาพร่า และเห็นแสงเขียว ๆ แดง ๆ ลอยไปมาเวลาปวดศีรษะ อ่อนเพลียไม่มีแรง หรือ การเป็นลมโดยกะทันหันอวัยวะบางส่วนของร่างกายหยุดทำงานเช่นมีอาการชาและ เป็น อัมพาตชั่วคราวควรให้ความระวังเป็นพิเศษหากคุณเคยมีประวัติการปวดหัวที่มีอาการ เหล่านี้ประกอบอยู่ด้วย

    9. มะเร็งในช่องปาก อาการ มีก้อนบวมอยู่ในปาก หรือทีลิ้นเป็นเวลานานมีแผลเปื่อยที่ปากที่ไม่ได้รับการรักษา หรือเป็นแผลเรื้อรังที่เหงือกเนื่องจากการกดทับของฟันปลอมที่ใส่ไว้ประจำ หรือเป็นเวลานาน

    10. มะเร็งในลำคอ  อาการ เสียงแหบพร่าไปทันที มีก้อนบวมในทันทีทำให้รู้สึกว่ากลืนอาหารได้ลำบาก หรือมีการขยายตัวของต่อมในลำคอที่โตขึ้นจนสามารถจับและรู้สึก ได้

    11. มะเร็งในกระเพาะอาหาร อาการน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วอาเจียนออกมาเป็นเลือดท้องอืดหรืออาหารไม่ ย่อย บ่อย รู้สึกเหมือนมีก้อนเนื้องอกในช่องท้องหรือรู้สึกตื้อ แม้เพิ่งจะรับประทานอาหารไปได้ไม่กี่ คำ

    12. มะเร็งทรวงอก อาการมีเลือดหรือของเหลวบางอย่างไหลออกมาจากหัวนมบวมหรือผิวเนื้อทรวงอกหนา ขึ้นมีก้อนบวมจนจับได้เมื่อคลำบริเวณใต้รักแร้บางครั้งอาจมีตุ่มหรือสิวเกิด ขึ้น ที่เต้านมเป็นเวลานานควรระวังเพราะผู้หญิง 9 ใน 10 คนจะมีอาการบวมของก้อนเนื้อบริเวณทรวงอกโดยไม่ทราบสาเหตุเมื่อมีอายุมาก ขึ้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนทำให้เกิดเป็นถุงน้ำใต้ผิวหนังที่เรียก ว่าซีสต์ซึ่งควรต้องค้นหาสาเหตุของอาการบวมนั้นให้ชัดเจนเสียก่อนว่าคืออะไรกัน แน่

    13. มะเร็งลำไส้ อาการ น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วมีอาการปวดท้องอย่างมากและระบบการย่อยผิดปกติ มีเลือดออกปนมากับอุจจาระ

    **** ซึ่งมีวิธีสังเกตของผู้ที่มีอาการเกี่ยวกับริดสีดวงทวารอยู่แล้วคือถ้าใช้ กระดาษ ทิชชูซับแล้วเลือดมีสีแดงสดนั่นคืออาการของริดสีดวงทวารแต่ถ้าเลือดมีสีดำคล้ำ นั่นคือ อาการของโรคมะเร็งในลำไส้

    14. มะเร็งต่อมน้ำเหลือง อาการมีก้อนบวมเกิดขึ้นที่ใต้รักแร้หรือใต้ขาหนีบโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไม่ ได้เกิดอาการติดเชื้อในบาง ส่วนของร่างกายมะเร็งผิวหนัง อาการมีแผลหรือแผลเปื่อยพุพองที่ไม่ได้รับการรักษาอยู่เป็นเวลานานตลอดจนไฝ หรือหูดที่โตขึ้นและมีการเปลี่ยนสีหรือรูปร่าง ขนาด นอกจากนี้อาการอันตรายอีกอย่างหนึ่งที่ เรียกว่าเมลาโนมา (Melanoma)คือ เนื้องอกที่ประกอบด้วยเซลล์ที่มีเมลานินสะสมอยู่ เช่น กระจุดด่างหรือไฝถ้าคุณมีไฝมากกว่า 50 เม็ดทั่วร่างกายหรือมีคนในครอบครัวที่มีประวัติว่าเคยเป็นโรคนี้มาก่อนคุณ จะ มีอัตราเสี่ยงสูงกว่าคนอื่นๆ ส่วนอันนี้เค้าฟอเวิร์ดติดมาด้วย

    ถึง ท่าน ผู้โชคดี ขอให้ท่านนำเรื่องนี้ไปบอกต่อเป็นวิทยาทาน ท่านจะโชคดีมีความสุขตลอดกาล ตำรานี้ใช้แก้โรคมะเร็งผู้เป็นมะเร็งจะหายโดยไม่คาดคิดสำหรับมะเร็งจะหาย ภาย ใน 6 วัน

     

    วิธีรักษา - ไปที่ร้านยาจีน ซื้อหัวเตย 1 ตำลึง หัวขิง 1 ตำลึงก้อนเกลือ 3 ก้อน นำมารวมกันแล้วแช่น้ำทิ้งไว้ 1 วัน ในน้ำ 1 ชาม ให้ดื่มจนหมดชาม

     

    สรรพคุณ ในการรักษา - หลังจากดื่มยานี้แล้ว ควรดื่มน้ำตามมาก ๆ นำส่วนที่เหลือมารับประทาน

    ยานี้ จะ ขับเอาของเสียออกทางอุจจาระหรือปัสสาวะไม่ต้องตกใจ เป็นการขับของเสียออกหมดแล้วจะ ปกติ

    ***ตำรานี้ห้ามซื้อขาย หรือคิดเป็นเงินค่ารักษา

    และขออย่าได้เก็บไว้ เป็นส่วนตัวโดยเด็ดขาด

    หากท่านผู้อื่นรับ ทราบด้วยใจศรัทธาและกุศลจิตของท่าน 

    ทำ-มา-หา-กิน

    ทำ มา หา กิน
    (จากรายการอ๋อซียู)
       เป็นวิธีทายนิสัยของคนแบบเล่นๆขำๆ ไว้เล่นในหมู่เพื่อนฝูง ญาติสนิทมิตรสหาย ไม่ต้องซีเรียสอะไรนะ
    เพราะว่ายังไงสิ่งเหล่านี้เป็นเพียง 20 เปอร์เซ็นต์ของชีวิตเท่านั้นนะจ๊ะ อีก 80 เปอร์เซ็นต์ตัวของเราเองเป็นคนกำหนดเอง

    วัน

    อาทิตย์

    จันทร์

    อังคาร

    พุธ

    พฤหัส

    ศุกร์

    เสาร์

     

    ทำ

    มา

    หา

    กิน

    ทำ

    มา

    หา

     

    เดือน

    ธ.ค.

    ม.ค.

    ก.พ.

    มี.ค.

    เม.ย.

    พ.ค

    มิ.ย

    ก.ค

    ส.ค

    ก.ย

    ต.ค

    พ.ย

     

    ทำ

    มา

    หา

    กิน

    ทำ

    มา

    หา

    กิน

    ทำ

    มา

    หา

    กิน

     

    ปี

    ชวด

    ฉลู

    ขาล

    เถาะ

    มะโรง

    มะเส็ง

    มะเมีย

    มะแม

    วอก

    ระกา

    จอ

    กุน

     

    ทำ

    มา

    หา

    กิน

    ทำ

    มา

    หา

    กิน

    ทำ

    มา

    หา

    กิน

     

     

    ความหมาย
    ทำ ทำ, ทำให้ตัวเอง
    มา มีเงินเข้า, เก็บเงินอยู่ (มีเงินเก็บ)
    หา หามา คนอื่นช่วยใช้ (ถ้าได้ หาตัวเดียว หมายถึง หาให้คนในครอบครัวใช้)
    กิน เพื่อนเยอะ, ชอบการกิน (ไม่ใช่ว่ากินเก่ง, แต่อาจจะชอบสรรหาของอร่อยกิน)

    ***ดูจากตารางแล้วแต่ละคนจะได้ 3 ตัว***
    - ถ้าได้ อย่างละตัว ถือว่าสมดุลดี ที่ดีควรจะต้องมี มา” – “กินส่วน ทำ” - “หาตัวใดตัวหนึ่งก็ดี 
     -แต่ถ้าได้
    ทำ+ทำ    -    ทำให้ตัวเองใช้ เวลาซื้ออะไรให้ตัวเองไม่ค่อยคิด เช่นดูที่ร้านว่าสวยก็ซื้อเลย พอมาใส่ที่บ้านไม่สวยก็ทิ้งเลย
    มา+มา    -    ขี้หนียว, งก
    หา+หา    -    ใช้เงินเก่ง ไม่มีความพอดี และเป็นการหามาให้คนที่ตัวเองรักใช้ เช่น ถ้าเป็นคนที่เรารักให้ได้ไม่อั้น ตัวเองไม่ค่อยมีของเก็บเป็นชิ้นเป็นอัน
    ทำ+ทำ+ทำ    -ใช้เงินเก่ง ไม่มีเงินเก็บ เป็นหนี้เป็นสิน
    มา+มา+มา    -  มีเงินตั้งแต่เกิด ขี้เหนียว
    หา+หา+หา    -หาให้คนอื่นๆๆๆช่วยใช้ เป็นหนี้เป็นสิน
    กิน+กิน+กิน   -มีเงินมาให้กินตลอด กินดี กินหรูๆก็มีปัญญากิน เพื่อนเยอะ

    ***อย่าลืม*** ถ้าได้แบบดับเบิ้ล หรือทริปเปิ้ล ก็ไม่ต้องซีเรียส เช่น ได้ ทำ+ทำ+กิน ก็ไม่ได้ลำบากอะไรแค่ไม่มีเงินเก็บเท่านั้นเอง เมื่อเรารู้อย่างนี้แล้วก็ต้องรู้จักประมาณตนนะจ๊ะ
     

    July 05

    การดื่มน้ำเมื่อท้องว่างผ่านกระเพาะเพื่อรักษาสุขภาพที่ดี

     
                ในประเทศญี่ปุ่นทุกวันนี้เป็นที่นิยมการดื่มน้ำทันทีหลังตื่นนอนตอนเช้า
      (ก่อนแปรงฟัน) เพื่อการรักษาสุขภาพที่ดี มีการทดลองทางวิทยาศาสตร์ พบว่าน้ำสามารถใช้ชะลอ
      ความแก่ และสามารถบำบัดรักษาโรคได้ เราสามารถใช้น้ำเพื่อบำบัดรักษาโรคได้หลายโรค

              มีการพิสูจน์จนยอมรับว่าสามารถบำบัดรักษาโรคเหล่านี้ได้ผล 100%
       (ค่อยเป็นค่อยไป ต้องใช้ระยะเวลา) ปวดหัว ปวดตามตัว โรคระบบหัวใจ โรคไขข้ออักเสบ โรค
      หัวใจเต้นเร็ว โรคลมบ้าหมูี โรคอ้วน โรคหลอดลมอักเสบ โรคหืด วัณโรค อาการเยื่อหุ้มสมอง
      อักเสบ ไขสันหลังอักเสบ โรคไตและยูริก โรคแสลงคลื่นไส้ต่างๆ โรคกระเพาะ โรคท้องร่วง โรค
      ริดสีดวง โรคเบาหวาน โรคอาการท้องผูก โรคตา โรคภายในสตรี มะเร็ง และรอบเดือนไม่ปกติ
      โรคคอ หู จมูก


                 วิธีการรักษา ปฏิบัติดังนี้


      1. ตื่นนอนตอนเช้า ก่อนแปรงฟัน ให้ดื่มน้ำ 4 แก้ว
          (640  ซีซี)
      2. หลังจากนั้น สามารถแปรงฟันและล้างหน้าได้
          แต่ ต้อง ไม่ดื่ม หรือรับประทานอะไร จนกว่า
          45 นาที ผ่านไป จึงจะรับประทานได้ตามปกติ
      3. หลังรับประทานอาหารเช้า กลางวัน เย็น ไปแล้ว
          15 นาที   ต้องไม่ควรดื่มน้ำ หรือรับประทานเลย
          จนกว่า 2 ชั่วโมงผ่านไป
      4. ผู้ป่วย หรือ คนชรา ที่ไม่สามารถดื่มน้ำ 4 แก้ว ก็่
          ขอให้ ค่อยๆ ดื่ม ค่อยเป็นค่อยไปเรื่อยๆ จนได้
          ครบ 4 แก้ว

                              ข้อปฏิบัติ 4 ข้อดังกล่าว จะทำให้ท่านบำบัดรักษาโรคที่เป็นอยู่ค่อยๆ
      เบา และหายขาดได้ในที่สุด วิธีนี้ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ทั้งสิ้น จะทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น
                              จากสถิติข้อมูลโรคที่บำบัดรักษาทำให้หายได้ภายในเวลาดังนี้
                              1. โรคความดันโลหิตสูง          30  วัน
                              2. โรคกระเพาะ                      10  วัน
                              3. โรคเบาหวาน                     30  วัน
                              4. โรคท้องผูก                       10  วัน
                              5. โรคมะเร็ง                        180  วัน
                              6. โรควัณโรค                        90 วัน

                              สำหรับโรคไขข้ออักเสบจะเห็นผลภายใน 3 วัน ในสัปดาห์แรกให้
      ปฏิบัติทุกวัน
      วิธีรักษาแบบนี้ไม่มีผลเสียแต่อย่างใด เพียงแต่อาจปัสสาวะบ่อยขึ้น และหลังดื่มน้ำไปแล้วประมาณ
      1-2 ชั่วโมง จะปวดปัสสาวะ ซึ่งอาจไม่สะดวกในการเดินทางบ้างเท่านั้น
                              ขอให้มีสุขภาพที่ดีทุกท่าน

            

               

     

    July 04

    หลักการเขียนลายเซ็น (ภาค 2)

    วิธีการแก้ไขลายเซ็น

                    กรอบของลายเซ็นเน้นเฉพาะในตำแหน่งประธาน หลักการคือ

                    -เขียนให้อยู่ในกรอบ

                    -ตัวอักษรมีหางสามารถลากเกินกรอบได้

     

                    กรอบแบบที่ 1 กลุ่มอักษรปกติ การเขียนพยัญชนะที่ถูกต้องจะต้องอยู่ในกรอบ ไม่ให้ขาดไม่ให้เกิน ถ้าเขียนเกินนอกกรอบ จะทำให้เป็นคนที่เชื่อมั่นในตัวเองมากเกินไป ถ้าเซ็นอักษรส่วนบนอยู่ห่างจากกรอบ จะทำให้ขาดอำนาจ ควรเขียนให้อยู่ในกรอบ



                    กรอบแบบที่ 2 กลุ่มอักษรหางตวัดกลับ ได้แก่ จ ล ว อ

                    วิธีการเขียน คือ อย่าปล่อยให้โค้งของพยัญชนะตวัดลงมาแตะตัวอักษร และลงต่ำกว่า 60 %

     


    กรอบแบบที่ 3 อักษรที่มีเส้นด้านล่าง ได้แก่ ฤ ฐ เช่นคนที่มีชื่อฐานันทร์ เป็นต้น ต้องเซ็นให้รู้ว่าอยู่ในกรอบ ส่วนใหญ่จะอยู่สูงต่ำต้องถูกต้องตามวิธีเขียนถึงจะดี

                    ลายเซ็นกับสุขภาพ

                    หลักการแก้ไขลายเซ็นทีทำร้ายสุขภาพเรามีหลักง่าย ๆ ดังต่อไปนี้


                    ห้ามเซ็นตัดหรือแทงในตำแหน่งที่ 1 ในตำแหน่งพยัญชนะหรือประธานจะเทียบท่ากับร่างกายเรา อย่าเซ็นตัดตัวหรือเซ็นแทงลงในตำแหน่งนี้ จะบอกถึงสุขภาพของผู้เซ็น เซ็นตัดตำแหน่งไฟก็จะเกิดผลร้ายที่ตำแหน่งนั้น

                    การแก้ไขอักษร   

                    แก้อักษร ส. เพื่อเปลี่ยนปัญหาปวดศรีษะเป็นเจ็บคอแทน

                    แก้อักษร ศ.เพื่อเปลี่ยนอาการปวดศรีษะเป็นเจ็บข้อเท้าแทน

                    .. เป็นอักษรที่มีเส้นแทงโดยธรรมชาติข้างบน ตำแหน่งนี้จะบอกถึงความรุนแรงของเรื่องระบบความคิดจะมีการปวดหัว วิธีการแก้ปัญหาคือ ลากเส้น ส. ให้สะบัดคล้องเพื่อตวัดขึ้นเป็นหัว จะลดอาการปวดหัวมาเป็นเจ็บคอแทน


                    ส่วน ศ. ถ้าสมมุติลากจาก ค. แล้วมีอักษรแทงที่หัว จะมีอาการปวดหัว มีปัญหาเรื่องระบบความคิด วิธีการแก้คือลากเป็น ค. ไปแล้วมีเส้นแยงขึ้นไป มันจะลดความรุนแรงของการปวดหัวลงให้เหลือเป็นเจ็บขา


    การแก้ไขเหลี่ยมคมในพยัญชนะ

                    เหลี่ยมคมในพยัญชนะหมายถึง ความก้าวร้าว แข็งกร้าว รุนแรง การต่อสู้ปะทะ การลบเหลี่ยมคมช่วยบรรเทาลักษณะดังกล่าวลง

                    ตัวอักษรในลายะเซ็นส่วนมากจะมีรูปทรงแหลมคมหรือเหลี่ยมมุม ซึ่งรูปทรงเหล่านี้เป็นลักษณะของความแข็งกร้าว การต่อสู้ ปะทะ การโต้แย้ง ซึ่งจริง ๆ แล้วจะว่าไม่ดีก็ไม่เชิง ซึ่งลักษณะอันนี้อาจจะเหมาะสมกับอาชีพตำรวจทหาร แต่ถ้าคนทั่วไปวิธีการแก้ปัญหาคือ อาจจะเปลี่ยนเป็นโค้งมน เพื่อลดความรุนแรง


                    จากากรที่เราได้ทราบเบื้องต้นเกี่ยวกับการใช้ลายเซ็น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ตัวอักษร องค์ประกอบตัวอักษร และการแก้ไขลายเซ็นแบบต่าง ๆ เมื่อท่านได้อ่านแล้ว ท่านสามารถนำไปปรับเปลี่ยนจากลายเซ็นเดิมของท่าน ซึ่งอาจจะไม่ดี แต่เมื่อเราปรับเปลี่ยนแล้วจะดีขึ้น ให้นำส่วนที่เสียออกไป สิ่งที่เหลือจะเป็นสิ่งที่ดี

    การใช้ลายเซ็นเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ตัวผู้ใช้ลายเซ็น ต้องเป็นคนดีด้วย ลายเซ็นจึงจะสมบูรณ์

     

    หลังการเขียนลายเซ็นแบบง่าย ๆ

    ถูกต้องตามลักษณะและเป็นลายเซ็นที่ดีควรจะทำอย่างไรบ้าง

                    1.ต้องใช้สติในการเขียน ให้เขียนลายเซ็นด้วยสติ อย่าใช้อารมณ์เขียนเขียนจรดปากกาอย่างมีสติ ควบคุมเส้นให้มั่นคงและเขียนตามโครงสร้างของลายเซ็น การเขียนแบบหวัดมากมันจะมีผลต่อการเขียนลายเซ็น เพราะว่าอารมณ์เราคอนโทรลต้องใช้สติคอนโทรล มันถึงจะทำให้คุณมีพลังในการเขียน

                    2.เริ่มเขียนจากพยัญชนะนำตำแหน่งที่ 1 เขียนให้ใหญ่ เต็มตัวแบบสมบูรณ์ และหัวในพยัญชนะหรือสระที่มีหัว คือเรื่องของความคิดในเชิงสร้างสรรค์


    ถ้ามีหัวควรจะเซ็นให้มีหัว ถ้าไม่มีหัวอย่าเติม ไม่เซ็นให้ขาหรือเกิน เช่น ส. ต้องเป็น ส.ที่มีหาง ไม่ใช่ ล.ลิง หรือการเซ็น ค. เซ็นเป็น ศ.ศาลาเป็นต้น


                    และที่สำคัญคืออย่าเขียนย้อนกลับมา เพราะจะหมายถึงความคิดแปรปรวน


     

                    3.ตำแหน่งบริวารเว้นวรรคกับตำแหน่งประธาน (ตำแหน่ง 1 กับ 2) เว้นช่องไฟขนาดเศษหนึ่งส่วนสองของตัวอักษร อย่าเซ็นให้ติดกัน


                    ลายเซ็นให้มีขนาดเล็กกว่าตำแหน่งที่ 1  ให้อยู่ในตำแหน่งที่ 2.1

                    ถ้าอยู่ในตำแหน่ง 2.2 ก็จะทำให้ตำแหน่งของพยัญชนะนำหรือประธานล้ำมาอยู่ในโซนต่ำ แสดงว่าบริวารจะมีอิทธิพลเหนือกว่าตัวเรา

     


                    หรือถ้าตำแหน่งที่ 2 ไม่มีช่องไฟกับตำแหน่งที่ 1 ก็จะแสดงว่าบริวารและตัวเราเข้ามาพัวพันหรือเข้ามามีอิทธิพลต่อเรา ซึ่งอาจจะเป็นทางร้ายก็ได้


     

                    4.เว้นช่องไฟให้ถูกต้อง ขนาดของตำแหน่งช่องไฟระหว่าง 1 กับ 2 และ 4 กับ 5 ควรมีขนาดเศษหนึ่งส่วนสองของตัวอักษร

     


                    ส่วนช่องไฟระหว่าง 2 กับ 4 ควรมีขนาดเท่ากับหนึ่งตัวอักษร เทียบจากขนาดตัวอักษรในการเซ็นของคุณ

                    การเว้นระยะที่เหมาะสมของช่องไฟในแต่ละชุดจะทำให้ชีวิตคุณดำเนินได้อย่างไม่สมดุล ไม่วุ่นวาย

     



     

                    5.ตำแหน่งพยัญชนะนำของนามสกุลต้องมีขนาดเท่ากับ 1 หรือไม่น้อยกว่าเศษสามส่วนสี่ของตำแหน่งที่ 1 และควรเขียนให้มีความสมบูรณ์ครบถ้วน

                    ในอีกความหมายหนึ่งของตำแหน่งที่ 1 และ 4 ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญ ตำแหน่งที่ 1 คือหมายถึงหาทรัพย์เข้ามา และตำแหน่งที่ 4 หมายถึง การจ่ายออก


                    ถ้า 1 เล็กกว่า 4  ก็แปลว่าหาได้น้อยกว่าจ่าย ซึ่งจะทำให้เกิดความไม่สมดุลทางด้านการเงิน

                    6.เว้นวรรคตำแหน่ง 4 กับ 5 ตำแหน่งพยัญชนะนำต้องเว้นช่องไฟให้กับบริวาร ตำแหน่งญาติพี่น้อง ลูกหลานก็มีหลักการเดียวกัน

     


     


     

                    เว้นระยะช่องไฟระหว่าง 4 กับ 5 ขนาดเศษหนึ่งส่วนสองตัวอักษร เซ็นให้ตัวเล็กกว่า 4 และอยู่ในตำแหน่งที่ 5.1 อย่าเซ็นให้ติดกัน

                    7.การเซ็นสระและวรรณยุกต์ต้องเซ็นที่หลัง สระที่อยู่ในชื่อมักจะทำให้รูปแบบของลายเซ็นเสียหาย และเป็นเรื่องที่ควบคุมยาก  สระเอกับสระแอที่นำหน้าส่วนใหญ่มักจะลากเป็นกำแพง ดังนี้


                    หลักในการเขียนสระและวรรณยุกต์คือ ให้เซ็นหลังสุดหลังจากที่เขียนชื่อแล้วและเขียนนามสกุลแล้ว ไม่ให้สระเออยู่สูงกว่าพยัญชนะนำ ยกเว้นสระ โ ไ ใ ซึ่งอยู่สูงกว่าธรรมชาติ เพราะฉะนั้นการเขียนสระทีหลังเพื่อให้เรามีสติควบคุมเส้นไม่ให้เกินตำแหน่งที่กำหนดไว้


     

                    และนี่คือเป็นหลักการของการเขี่ยนลายเซ็น ถ้าคุณเลือกเซ็นลายเซ็นอย่างนี้ละก็ รับรองว่าลายเซ็นคุณสมบูรณ์แน่นอน

     

    ลักษณะต้องห้ามในลายเซ็น

                    1.เซ็นตัดตัวเอง ห้ามเซ็นตัดตัวเองในตำแหน่งที่ 1 จะมีความหมายไม่ดีต่อสุขภาพ ร่างกาย เป็นการตัดหือทิ่มแทงตัวเอง

                    หรือเซ็นตัดทุกตำแหน่ง ต้องแก้ไขนะ เป็นเรื่องที่ซีเรียสมากสำหรับลายเซ็น  เดี่ยวจะขยายความเรื่องลายเซ็นกับสุขภาพ

                    ตัวอย่างลายเซ็นตัดตัวเอง


                    2.เซ็นเป็นเส้นแทง เส้นแทงมีความหมายถึงการทำร้ายตำแหน่งของตัวเอง  ตัวอย่างเส้นแทงที่พบบ่อยคือ  เกิดจากรูปแบบตัวอักษร    .   .

    เกิดจากวิธีการเขียน  .  .

     


    เส้นที่เกิดจากการลากตวัดมือ


     

    3.เซ็นพยัญชนะเกินกรอบ ไม่มีอักษรส่วนเกินอกนอกเส้นกรอบ เดี๋ยวจะอธิบายเรื่องกรอบของพยัญชนะ แต่หลักการคืออย่าเขียนออกนอกกรอบและเขียนเกินตัวอักษร

     


                    4.เซ็นพันกัน อย่าเซ็นพันกัน ลายเซ็นที่มีลักษณะที่พันกันยุ่งเหยิงเหมือนเส้นด้าย เปรียบเสมือนชีวิตที่พบกับความยุ่งยาก ไม่สามารถสะสางปัญหาได้ และจะมีอุปสรรคในชีวิต ขาดระบบระเบียบ ขาดการจัดการ ระบบความคิดไม่ดี ส่วนมากลายเซ็นแบบนี้จะเป็นโรคประสาท

     


                    5.เซ็นสระยาวเกินไป อย่าลากสระยาวเกินความจำเป็น การลากสระอุ สระอู ยาวเกินไปจะบ่งบอกถึงว่า ลายเซ็นส่วนใหญ่อยู่ในโซนต่ำ สิ่งเหล่านี้จะบอกถึงเรื่องอดีตเก่า ๆ ที่ผ่านมา


                    6.เซ็นตัวอักษรขาด อย่าลากตัวอักษรขาด หมายความว่า เซ็นพยัญชนะเดียวแต่ยกปากกาขึ้น ทำให้ตัวพยัญชนะขาดออกจากกัน เช่น คำว่า ปกรณ์แบบนี้ จะทำให้พยัญชนะนำของตัวอักษรสำคัญขาด อันนี้เสียหายมาก เป็นอันตรายทีเดียว

                    หรือย่างเช่น ทศธรรม ถ้าเขียนอย่างนี้ ความไม่สมบูรณืของตัวอักษรตัวพยัญชนะประธานก็คือความไม่สมบูรณ์ของตัวคุณเอง


                    7..เซ็นสระที่อยู่หน้าเป็นกำแพง อย่าเซ็นสระเป็นกำแพงกั้นตัวเอง อย่างที่อธิบายไปแล้วในวิธีการเซ็นสระ ซึ่งบางคนอาจจะเห็นว่ายุ่งยากก็สามารถตัดออกจากลายเซ็นได้นะครับ โดยไม่เสียหายสามารถ็สามารถอะไร



                    8.เซ็นกลับหลัง อย่าเซ็นกลับหลัง เช่น เซ็น ส. แทนที่จะเป็น ส. ก็เซ็นเป็น s การทำแบบนี้ทำให้ระบบต่าง ๆ ในความคิดผิดปกติ พยัญชนะขาดพลังและขาดทิศทางที่ถูกต้อง

     

    หลักการเขียนลายเซ็น (ภาค 1)

    เรื่องการเปลี่ยนลายเซ็นนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล บางคนก็ว่า ตัวองเซ็นดีแล้ว แต่บางคนคิดอยากจะแก้ไขเปลี่ยนแปลง ถ้าหากการเปลี่ยนลายเซ็นทำให้ชีวิตคุณเปลี่ยนแปลงและดีขึ้นภายในสามเดือนโดยไม่ทำให้ใครเดือดร้อนและไม่ต้องเสียงินเสียทอง คุณจะไม่สนใจบ้างหรือครับ

    ความสำคัญของลายเซ็น

                    ลายเซ็นมีความสำคัญ บางคนมาทำงานตอนเช้า เซ็นลายเซ็นแต่ไม่รู้ว่ามันบอกอะไรได้บ้าง ลายเซ็นของคุณเป็นสัญลักษณ์และเครื่องหมายบ่งบอกว่าคุณเป็นคนอย่างไร เป็นตัวแทนของคุณดังนี้

                    ลายเซ็นสามารถบอกได้ถึง

    1.ชีวิตของผู้เซ็น

    2.สุขภาพ

    3.บุคลิกภาพ

    4.บริวาร

    5.ฐานะทางการเงิน (ฐานะ ความมันคง การดำเนินชีวิต)

                    โครงสร้างของลายเซ็น

                    1.ประธาน

                    2.บริวาร

                    3.ช่องไฟ

                    4.สกุล

                    5.เครือญาติ

     

                    ตำแหน่งประธาน หมายถึง พยัญชนะตัวแรกของเราถือว่าเป็นตำแหน่งของเรา ตำแหน่งที่สองคือบริวาร หมายถึงญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงบริวารต่าง ๆ ต่อไป คือช่องไฟ และตามด้วยนามสกุล  นามสกุลเป็นพยัญชนะตัวแรกของเรา แล้วก็ตามด้วยเครือญาติ

                    ลายเซ็นของเรามีหลายตำแหน่ง แต่ว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือประธาน ประธานคือตำแหน่ง 1 เราต้องเขียนตัวประธานให้ใหญ่ เช่น ผมชื่อชาญณรงค์ ผมต้องเขียนพยัญชนะ ช. ให้อยู่ในกรอบของหมายเลข 1 และตามด้วยบริวาร หมายเลข 2 จำเป็นที่จะต้องเขียนเว้น อย่าเชื่อมติดกับประธาน เพราะอะไร ปกติหลายคนเขียนชื่อและก็บริวารติดกัน ความหมายก็คือบ่งบอกถึงเรื่องความผูกพันกับบริวารเดี่ยวเราจะกล่าวถึงช่วงต่อไป

     

                    ตำแหน่งต่อไปคือตำแหน่งที่ 3 ช่องไฟ ง่าย ๆ คุณเพียงแค่เอาปากกาของคุณวางทาบ เว้นช่องไฟให้เท่ากับหนึ่งช่องปากกา และตัวต่อไปคือสกุล หมายเลข 4 พยัญชนะ พยัญชนะตัวแรกของคุณเป็นอะไร เช่น ผมนามสกุลขันทีท้าว ผมจะเขียน ข.จะอยู่ตำแหน่งเดียวกับประธาน แต่ว่าขนาดจะไม่เท่ากับประธานจะอยู่ประมาณ 3 ใน 4 และตัวต่อไปก็เป็นเครือญาติ คือบริวารในครอบครัว

                    คุณเขียนนามสกุลยาวบ่งบอกถึงเรื่องบางอย่างในเครือญาติ เงินทอง ชื่อ เสียง เกียรติยศ ของคุณ

     

     

                    โครงสร้างของลายเซ็นตามช่วงอายุ

                    เราพูดถึงโครงสร้างลายเซ็นไปแล้วนะครับ ต่อไปเราจะเขียนลายเซ็นยังไงตามกฎเกณฑ์อายุ ผมตั้งไว้อย่างงี้ครับ เรามักเริ่มเขียนลายเซ็นตั้งแต่อายุ 15 จนถึงอายุ 35 ปี ผมถือว่าช่วงชีวิตของคนเราอยู่ในเกณฑ์ 70 ปี 35 ปี คือครึ่งของชีวิต เพราะฉะนั้น ช่วงต้นของชีวิตเราจะต้องเขียนพยัญชนะชื่อเราให้ยาวกว่า นามสกุล อย่างงี้ครับ

                    กฎเกณฑ์ของลายเซ็นอายุต่ำกว่า 35 ปี ควรเซ็นชื่อให้ยาวกว่านามสกุล สามารถเซ็นได้ 2 วิธี

                    1.เซ็นเฉพาะชื่ออย่างเดียว

                    2.เซ็นชื่อและนามสกุลย่อ

     

                    พอเมื่ออายุเลย 35 ปีไปแล้ว คนจีนบอกว่าตกที่ตา หมายถึงว่าการเจริญเติบโตก้าวหน้า เราจะเขียนพยัญชนะชื่อเราสั้นกว่านามสกุล

     

                    กฎเกณฑ์ลายเซ็นอายุ 35 ปีขึ้นไป


                    ให้เซ็นนามสกุลยาวกว่าชื่อ และในกรณีที่ชื่อยาวกว่านามสกุล ให้เซ็นชื่อแบบย่อ  และนามสกุลเต็ม

     

    โซนของลายเซ็น

                    พูดถึงโซนของลายเซ็นมีความสำคัญยังไง หลายคนอาจจะไม่รูว่า ผมเขียนตรงนี้มันคืออะไร เป็นยังไง ตรงนี้ลากยาวลงมาคืออะไร

                    ความหมายของโซนในลายเซ็นแบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน

                    สูง           จะเกี่ยวกับเรื่องอนาคต จินตนาการ

                    กลาง        หมายถึงปัจจุบัน

                    ต่ำ            หมายถึงอดีต กรรม ภาระ เรื่องเก่า ๆ

     

     

     


     

     

                    โซนกลางจะเป็นโซนที่เรียกว่า เป็นอักษรที่ใช้มากที่สุด เป็นพยัญชนะที่ใช้เป็นปกติ

                    ส่วนโซนต่ำจะเป็นเรื่องของสาระ เป็นเรื่องของอดีตชาติ ความหลัง กรรม ภาระ จิตใต้สำนึก และกามารมย์ หรือวัตถุนิยม รวมกันอยู่ในตำแหน่งของโซนต่ำ

                    ส่วนโซนสูง บ่งบอกในเรื่องของจินตนาการ ความฝัน อนาคต วิสัยทัศน์ อุดมคติ คุณธรรม ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องเพ้อฝัน อิมเมจิ้นทั้งหมด ยกตัวอย่างเช่น


                    ลายเซ็นอย่างนี้ ตรงกลางนี้คือโซนกลางหมดเลย ข้างล่างนี้คืออดีต ข้างตนนี้คืออนาคต

                    บางคนอย่างชื่อ อมร ไม่มีสระเลย เวลาเขียนเขียนลาก (ตามตัวอย่าง) ซึ่งจริง ๆ  แล้วอมรมีแค่พยัญชนะ แต่ขาลากตำแหน่งบริวารลงมา แสดงว่าคนนี้เป็นคนค่อนข้างคิดถึงเรื่องบริวารเก่า ๆ ที่มีปัญหากับเก่า เพราะตำแหน่งบริวารเข้ามาติดอยู่ด้านหลังของพยัญชนะเรา อันนี้บอกสัญลักษณ์ได้เลยว่า มีปัญหากับบริวารและจะทำให้คุณไม่สบาย ปวดหลัง ตำแหน่งนี้เสีย


                    เพราะฉะนั้น ถ้าเราจะดูโซนของการเขียนลายเซ็น พยัญชนะอยู่ตัวกลางลากลงมาตำแหน่งข้างล่างเนี่ยเป็นเรื่องอดีตเก่า ๆ

                    สมมุติว่าผมเขียนชื่อชาญณรงค์ ผมเขียนตัว ช. อย่างงี้ ผมลากอย่างงี้ (ตามตัวอย่างข้างบน) อันนี้บอกเลยว่า ชาญณรงค์แยกออกมาจริง แต่ว่าบริวารของคุณชาญณรงค์มาถึงเรื่องอดีตเก่า ๆ แล้วก็เป็นคนแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี แต่ว่าไม่วายคิดถึงเรื่องอดีต

                    แต่ถ้าหากว่าคุณชาญณรงค์เขียนตามตัวอย่างข้างล่าง คุณชาญณรงค์มีจินตนาการมาก และมีชั้นเชิง ประกอบกับมีบริวารที่มีจินตนาการหรือมีพลังมากกว่าคุณชาญณรงค์ เพราะแนวตลอดข้างบนนี้เป็นเรื่องของอนาคตเรื่องของจินตนาการ แนวข้างล่างเป็นอดีต


                    ความลาดเอียงของลายเซ็น

                    ความลาดเอียงของลายเซ็นแบ่งออกเป็น 3 แบบด้วยกัน

                    1.ลายเซ็นเอียงขึ้น

                    2.ลายเซ็นแนวระนาบ

                    3.ลายเซ็นเอียงลง

     

                    ลายเซ็นเอียงขึ้น ลายเซ็นแบบนี้บ่งบอกถึงความทะเยอทะยาน มุ่งไปสู่อนาคต กล้าได้กล้าเสีย มีความมั่นใจสูง



                    ลายเซ็นแนวระนาบ แสดงถึงความมั่นคงทางอารมณ์และจิตใจ หนักแน่น มีวินัย มีการควบคุมตัวเองได้อย่างดี เป็นลายเซ็นที่ดี ละเอียด ประณีต รอบคอบ ลึกซึ้ง

     

     

                    ลายเซ็นเอียงลง น้อยคนที่จะเขียน บ่งบอกถึงจิตใจต่ำ หดหู่ มองโลกในแง่ร้าย ขาดเพื่อน ขาดสังคม คนที่เซ็นลายเซ็นอย่างนี้จะค่อนข้างไม่ประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน

     


    ความลาดเอียงของตัวอักษร

                    ความลาดเอียงของตัวอักษรแบ่งออกเป็น

                    1.เอนขวา (ตำแหน่ง ก.,.)

                    2.ตั้งตรง (ตำแหน่ง ค.)

                    3.เอนซ้าย (ตำแหน่ง ง.,.)


    ความลาดเอียงของตัวอักษรมีความหมายหลายอย่าง ผมจะใช้สัญลักษณ์ ก.,.,.,.,. ถ้าสมมุติว่าคนเขียนลายเซ็นเป็นลายเซ็นที่ตรงอย่างตำแหน่ง ค. บ่งบอกถึงความมั่นคง ยึดมั่น

     

     


     

                   

     


    แต่สวนมากคนถนัดขวาจะเขียนเอียงไปทางขวามือ อย่างตำแหน่ง ง. ก็เป็นคนอ่อนไหว เป็นคนที่เซ็นซิทีฟ อ่อนไหว อารมณ์คล้อยตามจินตนาการ

     

     


                    ยิ่งเอียงมาก ตำแหน่ง จ.ยิ่งมีอารมณ์อ่อนไหวมาก หลงใหล คลั่งใคล้  เพ้อฝันมาก


                    แต่ถ้าไม่เอียงขวา ไปเอียงทางซ้าย ตำแหน่ง ข. จะหมายถึงว่าเป็นคนเชื่อมั่นในตัวเอ


     ค่อนข้างทะเยอทะยานสูง

     

                    ถ้ายิ่งเอียงมากไปตำแหน่ง ก.หยุมหยิม คิดเล็กคิดน้อย แล้วเป็นคนที่เอาตัวเองเป็นหลัก

                   

     

     

    ขนาดของลายเซ็น


                    ขนาดของลายเซ็นมีความสำคัญครับ ถ้าเขียนลายเซ็นใหญ่ (ตามตัวอย่างลายเซ็นแรก) จะบ่งบอกว่าเป็นคนที่มีพลังอำนาจยิ่งใหญ่

     

     

                    แต่ถ้าเขียนลายเซ็นผมและสูง (ตามตัวอย่างลายเซ็นที่สอง) บ่งบอกว่าเป็นคนใจแคบ เป็นคนไม่มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี และเป็นคนที่มองโลกในแง่ร้าย

                    ยิ่งเขียนตัวเล็ก (ตามตัวอย่างลายเซ็นที่สาม) บ่งบอกถึงศักยภาพของตัวเองว่า ทำงานใหญ่ไม่ได้ พยายามจะปิดบังพยามยามจะไม่อยากให้ใครรู้เรื่องราวบางสิ่งบางอย่าง ไม่มีสิทธิ์ใหญ่

                    เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือพยัญชนะต้องเขียนใหญ่

     

    July 02

    TEN TIPS FOR EARTHQUAKE SAFETY

    1) Almost everyone who simply "ducks and covers" when buildings collapse are crushed to death.
    People who get under objects, like desks or cars, are crushed.


    1) เกือบทุกคนที่ "มุดและหาที่กำบัง" เมื่ออาคารถล่มถูกทับอัดจนตาย  คนที่เข้าไปอยู่ใต้สิ่งของ
    อาทิ โต๊ะหรือรถยนต์ถูกอัดทับ


    2) Cats, dogs and babies often naturally curl up in the fetal position.
    You should too in an earthquake.  It is a natural safety/survival instinct.
    You can  survive in a smaller void. Get next to an object, next to a sofa,
    next to a large bulky object that will compress slightly but leave a void next to it.


    2) แมว หมา และเด็กทารก โดยธรรมชาติมักจะขดตัวในท่าเหมือนอยู่ในครรภ์มารดา  คุณควรทำเช่น
    กันในกรณีแผ่นดินไหว  มันเป็นสัญชาติญาณเพื่อความปลอดภัย/รักษาชีวิต  คุณสามารถมีชีวิตรอดในช่อง
    ว่างที่เล็กกว่า ไปอยู่ข้างๆ สิ่งของ ข้างเก้าอี้โซฟา ข้างของหนักๆ ชิ้นใหญ่ๆ ที่จะบี้แบนไปบ้างแต่ยัง
    เหลือที่ว่างข้างๆ มันไว้


    3) Wooden buildings are the safest type of construction to be in during an earthquake.
    Wood is flexible and moves with the force of the earthquake. If the wooden building does
    collapse, large survival voids are created. Also,  the wooden building has less concentrated,
    crushing weight. Brick buildings will break into individual bricks. Bricks will cause many
    injuries but less squashed bodies than concrete slabs.


    3)  อาคารไม้เป็นสิ่งก่อสร้างที่ปลอดภัยที่สุดที่จะอยู่ภายในขณะแผ่นดินไหว ไม้มีความยืดหยุ่นและเคลื่อน
    ตัวตามแรงของแผ่นดินไหว  ถ้าอาคารไม้จะถล่มจะเกิดช่องว่างขนาดใหญ่เพื่อช่วยชีวิต  และอาคารไม้
    ยังมีน้ำหนักทับทำลายที่เป็นอันตรายน้อยกว่า  อาคารอิฐจะแตกพังเป็นก้อนอิฐมากมาย  ก้อนอิฐเหล่านี้
    เป็นสาเหตุของการบาดเจ็บ แต่จะทับอัดร่างกายน้อยกว่าแผ่นคอนกรีต


    4) If you are in bed during the night and an earthquake occurs, simply roll off the bed.
    A safe void will exist around the bed. Hotels can achieve a much greater survival rate in earthquakes,
    simply by posting a sign on the back of the door of every room telling occupants to lie down on the floor,
    next to the bottom of the bed during an earthquake.


    4) หากคุณกำลังนอนอยู่บนเตียงตอนกลางคืนและเกิดแผ่นดินไหว เพียงกลิ้งลงจากเตียง ช่องว่างที่
    ปลอดภัยจะเกิดรอบๆ เตียง  โรงแรมจะสามารถเพิ่มอัตราผู้รอดชีวิตจากแผ่นดินไหวได้ โดยเพียงติด
    ป้ายหลังประตูในทุกห้องพักบอกให้ผู้เข้าพักนอนราบกับพื้นข้างๆ ขาเตียงระหว่างแผ่นดินไหว


    5) If an earthquake happens and you cannot easily escape by getting out the door or window,
    then lie down and curl up in the fetal position next to a sofa, or large chair.


    5) หากมีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นและคุณไม่สามารถหนี้ออกมาง่ายๆ ทางประตูหรือหน้าต่าง  ก็ให้นอนราบและ
    ขดตัวในท่าทารกในครรภ์ข้างๆ เก้าอี้โซฟาหรือเก้าอี้ตัวใหญ่ๆ


    6) Almost everyone who gets under a doorway when buildings collapse is killed. How ?
    If you stand under a doorway and the doorjamb falls forward or backward you will be
    crushed by the ceiling above. If the doorjamb falls sideways you will be cut in half
    by the doorway. In either case, you will be killed!


    6) เกือบทุกคนที่อยู่ตรงช่องประตูตอนตึกถล่มไม่รอด เพราะอะไร?  หากคุณยืนอยู่ตรงช่องประตู
    และวงกบประตูล้มไปข้างหน้าหรือข้างหลัง คุณจะโดนเพดานด้านบนตกลงมาทับ หากวงกบประตู
    ล้มออกด้านข้างคุณจะถูกตัดเป็นสองท่อนโดยช่องประตู ไม่ว่ากรณีไหน คุณไม่รอดทั้งนั้น!


    7) Never go to the stairs. The stairs have a different "moment of frequency"
    (they swing separately from the main part of the building).The stairs and remainder of the building
    continuously bump into each other until structural failure of the stairs takes place. The people who
    get on stairs before they fail are chopped up by the stair treads - horribly mutilated. Even if the building
    doesn't collapse, stay away from the stairs. The stairs are a likely part of the building to be damaged.
    Even if the earthquake does not collapse the stairs, they may collapse later when overloaded by fleeing
    people. They should always be checked for safety, even when the rest of the building is not damaged.


    7) อย่าใช้บันไดเด็ดขาด บันไดมี "ช่วงการเคลื่อนตัว" ที่แตกต่างไป
    (บันไดจะมีการแกว่งแยกจากตัวอาคาร)  บันไดและส่วนที่เหลือของตัวอาคารจะชนกระแทกกันอย่างต่อ
    เนื่องจนเกิดปัญหากับโครงสร้างของบันได คนที่อยู่บนบันไดก่อนที่บันไดจะถล่มถูกตัดเป็นชิ้นโดยชั้น
    บันได--ถูกแยกส่วนอย่างน่าสยดสยอง  ถึงอาคารจะไม่ถล่มก็ควรอยู่ห่างบันไดไว้ บันไดเป็นส่วนของ
    อาคารที่มีโอกาสถูกทำให้เสียหาย ถึงแม้แผ่นดินไหวจะไม่ได้ทำให้บันไดถล่ม มันอาจถล่มในเวลาต่อมา
    เมื่อรับน้ำหนักมากเกินไปจากคนที่กำลังหนี้  มันควรได้รับการตรวจสอบความปลอดภัยเสมอ ถึงแม้ส่วน
    ที่เหลือของอาคารจะไม่ได้รับความเสียหายก็ตาม


    8) Get near the Outer Walls Of Buildings or Outside Of Them if possible.
    It is much better to be near the outside of the building rather than the interior.
    The farther inside you are from the outside perimeter of the building the greater
    the probability that your escape route will be blocked.


    8) ไปอยู่ใกล้กำแพงด้านนอกของอาคารหรือออกจากอาคารถ้าเป็นไปได้  จะเป็นการดีกว่ามากที่จะอยู่
    ใกล้ส่วนนอกของอาคารมากกว่าจะอยู่ที่ส่วนในของอาคาร  คุณยิ่งอยู่ลึกเข้าไปหรือไกลจากบริเวณภาย
    นอกของอาคารมากเท่าไหร่ โอกาสที่ทางหนี้ของคุณจะถูกปิดกั้นยิ่งมีมาก


    9) People inside of their vehicles are crushed when the road above falls in an earthquake and
    crushes their vehicles; which is exactly what happened with the slabs between the decks of the
    Nimitz Freeway. The victims of the San Francisco earthquake all stayed inside of their vehicles.
    They were all killed. They could have easily survived by getting out and sitting or lying
    next to their vehicles. Everyone killed would have survived if they had been able to get out of
    their cars and sit or lie next to them. All the crushed cars had voids 3 feet high next to them,
    except for the cars that had columns fall directly across them.


    9) คนที่อยู่ภายในรถยนต์ถูกทับอัดเมื่อถนนด้านบนตกลงมาเพราะแผ่นดินไหวและทับรถของพวกเขา นี้เป็น
    สิ่งที่เกิดขึ้นกับแผ่นคอนกรีตระหว่างชั้นของถนนหลวงนิมิทซ์  ผู้เคราะห์ร้ายทั้งหมดจากแผ่นดินไหวที่ซาน
    ฟรานซิสโกอยู่ในรถของตัวเอง  พวกเขาตายทั้งหมด พวกเขาสามารถมีชีวิตรอดได้ง่ายๆ ด้วยการออก
    จากรถและนั่งหรือนอนราบอยู่ข้างๆ รถตัวเอง คนที่ตายทุกคนอาจรอดได้ถ้าพวกเขาสามารถออกจากรถ
    และนั่งหรือนอนราบอยู่ข้างรถตัวเอง รถที่ถูกทับอัดทุกคันมีช่องว่างสูง 3 ฟุตอยู่ข้างๆ ยกเว้นรถที่ถูกเสา
    คาดตกทับกลางคันรถ


    10) I discovered, while crawling inside of collapsed newspaper offices and other offices with a lot of paper,
    that paper does not compact.  Large voids are found surrounding stacks of paper.


    10) ผมค้นพบ--ขณะที่คลานเข้าไปในซากสำนักงานหนังสือพิมพ์และสำนักงานอื่นที่มีกระดาษจำนวน
    มาก--ว่ากระดาษไม่อัดตัว จะพบช่องว่างขนาดใหญ่รอบๆ กองกระดาษที่เรียงทับซ้อนกัน
    Spread the word and save someone's life.  กระจายข้อมูลนี้และช่วยชีวิตคนบางคน

    June 29

    ข้อควรรู้เกี่ยวกับมะเร็ง 16 ประการ

    1. ทุกคนมีเซลล์มะเร็งอยู่ในร่างกาย เซลล์จำพวกนี้จะไม่สามารถตรวจหาพบโดยเครื่องมืออทางการแพทย์
    จนกว่าจะมีปริมาณเซลล์เป็น 2-3 ร้อยล้านเซลล์

    หากไปพบหมอ แล้วหมอบอกว่าคุณไม่มีเซลล์มะเร็งในร่างกายหลังจากการตรวจ
    นั่นแค่หมายความว่า เครื่องมือทางการพทย์ไม่สามารถตรวจพบเซลล์มะเร็งได้
    เนื่องจากขนาดของเซลล์มะเร็งยังไม่มากพอ หรือขาดยังไม่ใหญ่พอให้เครื่องมือตรวจเจอ

    2.
    เซลล์มะเร็ง เกิดขึ้นมาก ถึง 6 -10 ครั้ง ใน 1 ช่วงชิวิตของมนุษย์

    3.
    เมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรง เซลล์มะเร็งก็จะถูกทำลาย
    เพื่อป้องกันไม่ให้เซลล์มะเร็งขยายตัว และสร้างก้อนเนื้อร้าย

    4.
    เมื่อคนไข้ ถูกบ่งชี้ว่าเป็นมะเร็ง แสดงให้เห็นว่ามีการขาดสารอาหารบางชนิด หรือ โภชนาการไม่ดี
    ซึ่งอาจเกิดจากกรรมพันธุ์ สิ่งแวดล้อม อาหาร หรือปัจจัยอื่นในการดำรงชีวิต

    5.
    การเอาชนะเซลล์มะเร็ง สามาถทำได้โดยการสร้างความแข็งแกร่งให้เซลล์เม็ดเลือดขาว หรือระบบภูมิคุ้มกัน ของร่างกาย

    6.
    การให้คีโม หรือสารเคมีบางชนิด เป็นทำให้เซลล์มะเร็งถูกทำลายอย่างรวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกันก็ทำลายเซลล์ที่ดีของร่างกายไปด้วยอย่างรวดเร็ว
    ซึ่งเป็นอาจทำลายระบบของอวัยวะสำคัญไปด้วย เช่น ตับ ไต หัวใจ หรือปอด

    7.
    การฉายรังสี ก็จะทำลายเซลล์มะเร็ง และทำให้เนื่อบางส่วนไหม้ เป็นแผลเป็น และทำลายเซลล์ เนื่อเยื่อที่ดีไปด้วยเช่นกัน

    8.
    โดยทั่วไปแล้ว การให้คีโม หรือการฉายรังสี อาจจะทำให้ขนาดของก้อนเซลล์มะเร็ง ลดลง แต่อย่างไรก็ตามก็ไม่ได้มีผลทำลายก้อนเนื่อไปมากกว่านั้น

    9.
    เมื่อร่างกายต้องรับสารพิษจำนวนมาก จากการให้คีโมหรือการฉายแสง ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายก็จะถูกทำลายไปด้วย
    ดังนั้นร่างกาวยก็ง่ายต่อการติดเชื้อ หรือพ่ายแพ้เซลล์มะเร็ง

    10.
    การให้คีโม หรือการฉายแสง อาจเป็สาเหตุให้เซลล์มะเร็ง มีการกลายพันธุ์ หรือดื้อยา
    ทำให้ยากแก่การทำลาย การผ่าตัด ก็อาจสามารถทำให้ เซลล์มะเร็งกระจายไปยังส่วนอื่น

    11.
    วิธีที่มีประสิทธิภาพที่จะต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง คือ หยุดการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง โดยการหยุดให้อาหารที่เซลล์มะเร็งจำเป็นต้องนำไปใช้


    สารอาหารที่เซลล์มะเร็งต้องการ

    1.
    น้ำตาล เช่น น้ำตาลทรายขาว equal
    โดยใช้น้ำตาลจากธรรมชาติแทน เช่น น้ำผึ้ง แต่ต้องใช้ในปริมาณที่น้อยมากมาก
    เกลือ มีสารจำเป็นที่เซลล์มะเร็งนำไปใช้ ควรงด หรือในปริมาณน้อย

    2.
    นม ควรดื่ม นำนมถั่วเหลืองทดแทน

    3.
    เซลล์มะเร็ง เจริญเติบโตในสภาพที่เป็นกรด การบริโภคเนื้อสัตว์ทำให้เกิดสภาพเป็นกรด
    ควรรับประทานอาหารประเภทปลา ดีกว่าหมู เนื้อ และเนื้อสัตว์ มีแบคทีเรีย ใช้โฮโมนในการเจริญเติบโตปนเปื้อน ที่เป็นอันตรายต่อคนไข้ที่เป็นมะเร็ง

    4. 80 %
    ของผักและนำผลไม้สด ถั่งเมล็ดแห้ง ธัญญาพืช จะช่วยให้ร่างกายมีสภาพเป็นด่าง 20% จากอาหารที่ปรุงแล้ว
    น้ำผักและนำผลไม้สด จะให้เอนไซม์ที่ ง่ายต่อการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย เพื่อไปเสริมสร้างความแข็งแรงให้เซลล์ที่ดี
    ดังนั้นควรดื่มน้ำผักสด และกินผักดิบ 2 -3 ครั้งต่อวัน เพราะเอนไซม์จะถูกทำลายที่ 40 c

    5.
    หลีกเลี่ยงชา กาแฟ ชอกโกแลต ที่มีคาเฟอีนที่สูง เป็นดื่มชาเขียวที่มี สารต้านมะเร็ง
    ดื่มน้ำสะอาด หรือน้ำกรองดีที่สุด หลีกเลี่ยงน้ำประปา และเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ที่มีสภาพเป็นกรด

    6.
    เนื้อสัตว์ ย่อยยาก และต้องการเอนไซม์ในการย่อยเป็นจำนวนมาก
    และเนื้อที่ย่อยไม่หมด จะคงตกค้างอยู่ในลำไส้ อันนำไปสู่สารพิษตกค้าง

    7.
    เซลล์มะเร็ง มีโปรตีนที่ยากแก่การทำลายเป็นเกราะป้องกัน
    การบริโภคเนื้อสัตว์น้อยลง จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายไปทำลายเซลล์มะเร็งได้ง่ายขึ้น

    8.
    อาหารเสริมบางอย่างช่วยเสริมสร้งความแข็งแกร่งให้กับระบบภูมิคุ้มกัน เพื่อไปทำลายเซลล์มะเร็ง เช่น วิตามินอี วิตามินซี

    9.
    เซลล์มะเร็ง เป็นเชื้อโรคของจิตใจ ร่างกาย และจิตวิญญาน
    การควบคุมอารมณ์ และมองโลกในแง่ดีจะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น
    อารมณ์โกรธ ขมขื่น หรือความเครียดจะสร้างสภาพความเป็นกรดให้ร่างกาย
    ควรเรียนรู้ที่จะรัก และให้อภัย พักผ่อนและสนุกกับการใช้ชีวิต

    10.
    เซลล์มะเร็งไม่สามารถเจิญเติบโตในที่มีออกซิเจนได้
    การออกกำลังกายทุกวัน และหายใจเข้าลึกลึก จะช่วยเพิ่มระดับ ออกซิเจนในเซลล์
    การบำบัดด้วยออกซิเจนก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะทำลายเซลล์มะเร็ง
    _________________

    วิธีสังเกตอาการเบื้องต้นของมะเร็ง ชนิดต่างๆ


    อาการของ การเกิดมะเร็งในอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย

    1.
    มะเร็งปากมดลูก อาการ มีเลือดออกจากช่องคลอดทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เวลารอบเดือนปกติของคุณ
    อาการเจ็บปวดและมีเลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธ์
    หากพบว่ามีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น การตรวจโดยขูดเนื้อเยื่อจากบริเวณดังกล่าว ไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์จะรู้ได้

    2.
    มะเร็งในมดลูก อาการ มีเลือดออกหลังการมีเพศสัมพันธ์ หรือบางครั้งอาจมีความรู้สึกว่ามีก้อนเนื้อหรือมีอาการบวมในช่องท้อง

    3.
    มะเร็งรังไข่ อาการ ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมออนหรือการมีอาการเจ็บปวดหลังการมีเพศสัมพันธ์
    มีปัญหา เกี่ยวกับลำไส้อาการท้องอืดอาหารไม่ย่อย น้ำหนักลดและมีอาการปวดหลัง

    4.
    มะเร็งในเม็ดเลือด (ลูคีเมีย) อาการเหนื่อยง่ายและมีอาการซีดเซียวกว่าปกติ
    มักเกิดอาการฟกช้ำดำเขียว หรือมีเลือดออกทางผิวหนังได้ง่ายโดยไม่ทราบสาเหตุ
    และมักจะเกิดร่วมกับอาหาร ปวด ตามข้อต่าง ๆ ทั่วร่างกาย
    บางครั้งจะท้องอืดและเมื่อคลำดูจะพบว่ามีก้อนบวมที่ด้านซ้ายของ ช่องท้อง

    5.
    มะเร็ง ปอด อาการ มักมีอาการไอบ่อย ๆ มีเลือดออกและมีเสมหะปนมากับน้ำลาย
    น้ำหนักลดอย่าง ฮวบฮาบ เจ็บหน้าอกและหายใจลำบาก หรืออาจมีอาการหอบปนอยู่ด้วยทั้ง ๆ ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

    6.
    มะเร็ง ตับ อาการ ปวดในช่องท้อง เบื่ออาหาร น้ำหนักลด
    ตาและผิวเป็นสีออกเหลืองและเหลืองจัดจนเห็นได้ ชัด

    7.
    มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ อาการ มีเลือดปนออกมากับปัสสาวะ

    8.
    มะเร็ง สมอง อาการ ปวดศีรษะนาน ๆ และมักมีอาการอื่นร่วมด้วย
    เช่น อาเจียน หรือการผิดปกติของการมองเห็น ตาพร่า และเห็นแสงเขียว ๆ แดง ๆ ลอยไปมาเวลาปวดศีรษะ
    อ่อนเพลียไม่มีแรง หรือ การเป็นลมโดยกะทันหัน
    อวัยวะบางส่วนของร่างกายหยุดทำงาน เช่น มีอาการชา และเป็น อัมพาตชั่วคราว
    ควรให้ความระวังเป็นพิเศษ หากคุณเคยมีประวัติการปวดหัวที่มีอาการเหล่านี้ประกอบอยู่ด้วย

    9.
    มะเร็งในช่องปาก อาการ มีก้อนบวมอยู่ในปาก หรือทีลิ้นเป็นเวลานานมีแผลเปื่อยที่ปากที่ไม่ได้รับการรักษา
    หรือเป็นแผลเรื้อรังที่เหงือก เนื่องจากการกดทับของฟันปลอมที่ใส่ไว้ประจำ หรือ เป็นเวลานาน

    10.
    มะเร็งในลำคอ อาการ เสียงแหบพร่าไปทันที มีก้อนบวมในทันที ทำให้รู้สึกว่ากลืนอาหารได้ลำบาก
    หรือมีการขยายตัวของต่อมในลำคอที่โตขึ้นจนสามารถจับ และรู้สึกได้

    11.
    มะเร็งในกระเพาะอาหาร อาการน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว อาเจียนออกมาเป็นเลือด
    ท้องอืด หรืออาหารไม่ย่อย บ่อย รู้สึกเหมือนมีก้อนเนื้องอกในช่องท้องหรือรู้สึกตื้อ แม้เพิ่งจะรับประทานอาหารไปได้ไม่กี่คำ

    12.
    มะเร็งทรวงอก อาการมีเลือด หรือของเหลวบางอย่างไหลออกมาจากหัวนมบวมหรือผิวเนื้อทรวงอกหนา ขึ้นมีก้อนบวมจนจับได้
    เมื่อคลำบริเวณใต้รักแร้บางครั้งอาจมีตุ่มหรือสิวเกิดขึ้น ที่เต้านมเป็นเวลานาน
    ควรระวังเพราะผู้หญิง 9 ใน 10 คนจะมีอาการบวมของก้อนเนื้อบริเวณทรวงอกโดยไม่ทราบสาเหตุ เมื่อมีอายุมากขึ้น
    เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนทำให้เกิดเป็นถุงน้ำใต้ผิวหนังที่เรียกว่า ซีสต์ ซึ่งควรต้องค้นหาสาเหตุของอาการบวมนั้นให้ชัดเจนเสียก่อน ว่าคืออะไรกันแน่

    13.
    มะเร็งลำไส้ อาการ น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว
    มีอาการปวดท้องอย่างมากและระบบการย่อยผิดปกติ มีเลือดออกปนมากับอุจจาระ

    ****
    ซึ่งมีวิธีสังเกตของผู้ที่มีอาการเกี่ยวกับริดสีดวงทวารอยู่แล้ว
    คือถ้าใช้กระดาษทิชชูซับ แล้วเลือดมีสีแดงสด นั่นคืออาการของริดสีดวงทวาร
    แต่ถ้าเลือดมีสีดำคล้ำนั่น คือ อาการของโรคมะเร็งในลำไส้

    14.
    มะเร็งต่อมน้ำเหลือง อาการมีก้อนบวมเกิดขึ้นที่ใต้รักแร้หรือใต้ขาหนีบ
    โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไม่ได้เกิดอาการติดเชื้อในบางส่วนของร่างกายมะเร็งผิวหนัง

    อาการมีแผลหรือแผลเปื่อยพุพองที่ไม่ได้รับการรักษาอยู่เป็นเวลานาน ตลอดจนไฝ หรือหูดที่โตขึ้น
    และมีการเปลี่ยนสี หรือรูปร่าง ขนาด

    นอกจากนี้อาการอันตรายอีกอย่างหนึ่งที่ เรียกว่าเมลาโนมา (Melanoma) คือ เนื้องอกที่ประกอบด้วยเซลล์ที่มีเมลานินสะสมอยู่
    เช่น กระจุดด่างหรือไฝถ้าคุณมีไฝมากกว่า 50 เม็ดทั่วร่างกาย
    หรือ มีคนในครอบครัวที่มีประวัติว่าเคยเป็นโรคนี้มาก่อน คุณจะ มี อัตราเสี่ยงสูงกว่าคนอื่นๆ

    ส่วนอันนี้เค้าฟอเวิร์ดติดมาด้วย

    ถึงท่าน ผู้โชคดี ขอให้ท่านนำเรื่องนี้ไปบอกต่อเป็นวิทยาทาน ท่านจะโชคดีมีความสุขตลอดกาล ตำรานี้ใช้แก้โรคมะเร็งผู้เป็นมะเร็งจะหายโดยไม่คาดคิดสำหรับมะเร็งจะหายภาย ใน 6 วัน


    วิธีรักษา - ไปที่ร้านยาจีน ซื้อหัวเตย 1 ตำลึง หัวขิง 1 ตำลึงก้อนเกลือ 3 ก้อน นำมารวมกันแล้วแช่น้ำทิ้งไว้ 1 วัน ในน้ำ 1 ชาม ให้ดื่มจนหมดชาม


    สรรพคุณ ใน การรักษา - หลังจากดื่มยานี้แล้ว ควรดื่มน้ำตามมาก ๆ นำส่วนที่เหลือมารับประทาน

    ยานี้จะ ขับเอาของเสียออกทางอุจจาระหรือปัสสาวะไม่ต้องตกใจ เป็นการขับของเสียออกหมดแล้วจะปกติ

    ***
    ตำรานี้ห้ามซื้อขาย หรือคิดเป็นเงินค่ารักษา

     

     

    เรื่อง: แจกยาฟรีผู้ป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว

     


    แจกยาฟรีผู้ป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว (ลูคีเมีย)
    และมะเร็งกระเพาะอาหาร ขอประชาสัมพันธ์ครับ
    สำหรับผู้ป่วย หรือมีคนใกล้ตัว คนข้างบ้าน
    หรือคนรู้จักเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว (ลูคีเมีย)
    และมะเร็งกระเพาะอาหาร จะได้ช่วยกันบอกต่อ...


    เนื่องจากเป็นโรคร้ายที่นำมาซึ่งความทุกข์ทรมาน
    และคร่าชีวิตผู้คนในอันดับต้นๆ
    ในทุกวันนี้คงต้องนับรวมมะเร็งเม็ดเลือดขาว
    และมะเร็งกระเพาะอาหารไว้ด้วยโดยผู้ป่วยด้วยโรค

    มะเร็งเม็ดโลหิตขาวเรื้อรังและโรคที่เกี่ยวกับ
    ความผิดปกติของเลือด นี้ส่วนใหญ่นอกจาก
    จะต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายค่ายาสูงลิบก็ยัง
    ประสบ ปัญหาเรื่องการทำงานการใช้
    ชีวิตที่มีข้อจำกัดอย่างยิ่งภาวะของโรคจะบั่นทอนลงไปเรื่อยๆ
    สร้างความหดหู่ทั้ง ต่อผู้ป่วยและผู้ใกล้ชิด
    ล่าสุด บริษัทยาข้ามชาติ โนวาร์ตีส
    ได้จัดตั้งโครงการเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยนานาชาติจีแพป
    (GIPAP:Glivec International Patient Assistance Program)
    ซึ่งเป็นโครงการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ป่วยมะเร็ง
    เม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรัง(Chronic Myeloid Leukemia)
    ที่มีผลฟิลาเดเฟียโครโมโซม (philadephia chromosome)
    เป็นบวก ผู้ป่วยมีอาการในระยะรุนแรงของโรคหรือ
    ผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหารชนิดจีสต์
    (GIST-Grstro-Intesinal Stromal Tumor)
    ที่ผ่าตัดไม่ได้ และอยู่ในระยะลุกลาม
    มี c-Kill > หรือ CD117 เป็นบวก)
    โดยโครงการจะจัดมอบยาของบริษัท
    ให้แก่ผู้ป่วยโดยไม่คิดมูลค่า
    รวมทั้งจะมอบให้ต่อเนื่องจนกว่าจะมียาอื่น
    ที่เป็นทางเลือกของผู้ป่วยได้ต่อไป

    ดร. แดเนียล วาเซลลา ผู้บริหารระดับสูงของโนวาร์ตีส
    (
    สหรัฐอเมริกา) กล่าวว่า > ประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 80
    ประเทศทั่วโลกที่ได้รับอนุมัติในโครงการดังกล่าว
    ปัจจุบันจีแพปมีผู้ป่วยมากกว่า 1.8หมื่นราย
    โดยมีผู้ป่วยจากประเทศไทยประมาณ 800 คน
    ซึ่งนับว่ายังน้อยมากจึงต้องการประชาสัมพันธ์
    เพื่อผู้ป่วยด้วยโรคดังกล่าวอาจ
    จะสนใจเข้าร่วมโครงการทั้งนี้ ได้จัดตั้งมูลนิธิแมกซ์
    ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลนานาชาติในการประเมิน
    และอนุมัติผู้ป่วยที่มีสิทธิได้รับยาฟรีดังกล่าว
    ทั้งนี้ สำนักงา นมูลนิธิแมกซ์ ตั้งอยู่ที่ซีแอตเติล
    ประเทศสหรัฐอเมริกาก่อตั้งขึ้นในปี 2540
    โดย "เพโดร ริวาโรลา" (Pedro Rivarola)
    เพื่อเป็นเกียรติแก่บุตรชาย "แม็กซิมิเลียโน ริวาโรลา"
    (Maximi lliano Rivarola)
    ซึ่งเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเม็ดโลหิตด้วยวัยเพียง 17 ปี
    สำหรับมูลนิธิแมกซ์ในประเทศไทยได้จัด
    ตั้งมูลนิธิสาขา ได้แก่ แมกซ์ (ประเทศไทย)
    ซึ่งจะเป็นผู้ทำการพิจารณาอนุมัติอย่างอิสระ

    สำหรับผู้ป่วยที่จะขอความช่วยเหลือจากจีแพปได้
    ต้องมีคุณสมบัติดังนี้

    1.
    ผู้ป่วยจะต้องได้รับการวินิจฉัยโรค
    โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญว่าป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว
    ชนิดเรื้อรัง (CML-Chronic Myeloid Leukemia)
    หรือ มะเร็งกระเพาะอาหาร (GIST)
    ซึ่งได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญว่า
    มีผล CD 117 เป็นบวก

    2.
    ผู้ป่วยเป็นผู้มีสัญชาติไทยและมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย

    3.
    ไม่สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้

    4.
    ไม่สามารถจ่ายค่ารักษาพยาบาลเองได้และ
    ไม่ได้รับเงินสนับสนุนจากที่ใดทั้งสิ้น

    หากมีคุณสมบัติครบให้ปฏิบัติดังนี้

    1.
    แจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการรับยาฟรีจาก
    จีแพปกับแพทย์ผู้รักษาแพทย์ของท่านจะดำเนินการ
    จัดส่งใบสมัครในนามของท่านออนไลน์
    ไปที่www.themaxfoundation
    2.
    ให้รายละเอียดเกี่ยวกับตัวเอง ที่อยู่ เบอร์
    โทรศัพท์และชื่อของแพทย์ผู้รักษา
    3.
    ภายหลังจากที่แพทย์ของท่านส่งใบสมัครมาที่มูลนิธิแมกซ์แล้วเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับไปหาท่านเพื่อนัดสัมภาษณ์

    4.
    กรณีที่ได้รับการอนุมัติ มูลนิธิจะแจ้งผลไปยังบริษัท
    โนวาร์ตีส (ประเทศไทย )เพื่อจัดส่งยาผ่านแพ ทย์ผู้รักษาตัวท่าน
    5.
    แพทย์จะเป็นผู้แจ้งผลการพิจารณาผลการอนุมัติให้ท่านทราบเอง



    ส่วนโรงพยาบาลที่เข้าร่วมในโครงการมี 16 แห่ง คือ

    1.
    สถาบันมะเร็งแห่งชาติ
    2.
    โรงพยาบาลรามาธิบดี
    3.
    ศิริราชพยาบาล
    4.
    โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
    5.
    โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
    6.
    โรงพยาบาลราชวิถี
    7.
    โรงพยาบาลวชิรพยาบาล
    8.
    โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
    9.
    โรงพยาบาลตำรวจ
    10.
    โรงพยาบาลภูมิพล
    11.
    โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่
    12.
    สถาบันวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยนเรศวร
    13.
    โรงพยาบาลสงขลานครินทร์
    14.
    โรงพยาบาลหาดใหญ่
    15.
    โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี
    16.
    โรงพยาบาลสระบุรี

    ผู้ป่วยหรือมีคนใกล้ชิดป่วยด้วยโรคดังกล่าว
    สามารถติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติมได้
    ที่ ธนศักดิ์ อุทิศชลานนท์ และบุษกร สนธิกร
    หมายเลขโทรศัพท์ 02-439-4600
    ต่อ 8202 หรือจะเข้าไปดูรายละเอียดในเว็บไซต์ที่
    www.gipapthailand.org หรือ
    www.themaxfoundation.com

     

    October 12

    ** สูตร ลดความอ้วนนนน **

    สูตรที่ 1  

    สามารถช่วยให้ลดน้ำหนักได้ 5 - 7 กิโลกรัม ใน 3 สัปดาห์

    a.. เช้า ตื่นมา กินโยเกิร์ต 1 ถ้วยให้อิ่มท้อง โยเกิร์ตจะช่วยเรื่องการขับถ่าย ให้พลังงานน้อย และดีต่อสุขภาพ ถ้าไม่ชอบโยเกิร์ตให้ดื่มนมเปรี้ยวแทน

    b.. มื้อกลางวัน กินก๋วยเตี๋ยวน้ำไปเลย 1 ชาม

    c.. มื้อเย็น ให้กินผักจิ้มน้ำพริก อนุญาตให้กินปลาทูได้นิดหน่อย ข้าวได้จิ๊ดๆ แต่ถ้างดข้าวได้ก็โอเค

    d.. หลังมื้อเย็น อย่ากินอะไรอีก ยกเว้นท้องร้องขึ้นมา หลัง 1 ทุ่ม ให้กิน แอปเปิ้ล หรือส้ม ได้ 1 ผล

    e.. เข้าห้องเปิดเพลง เต้นจังหวะมันส์ๆ ประมาณ 1 ชม. ทำแบบนี้วันเว้นวัน หรือถ้าเต้นไม่เป็นจ๊อกกิ้งก็ได้จ้า

    สูตรที่ 2

     สามารถช่วยให้ลดน้ำหนักได้ 7 - 8 กิโลกรัม ใน 2 สัปดาห์

    a.. มื้อเช้า กินไข่ต้ม 1 ฟอง กินได้ทั้งไข่แดงและไข่ขาว ถ้าไม่ชอบกินไข่ ให้กินโยเกิร์ต 1 ถ้วย หรือ นมเปรี้ยว 1 กล่องแทน

    b.. มื้อกลางวัน กินสลัดผัก 1 จาน อาจใส่เนื้อสัตว์ลงไปได้บ้าง แค่เล็กน้อย หรือถ้าไม่ชอบกินสลัดให้กิน ส้มตำแทนได้

    c.. มื้อเย็น กินแอปเปิ้ล 1 ผล ถ้ากลัว ไม่อิ่มให้ดื่มน้ำตามเข้าไปมากๆ แต่ถ้าอยากกินเนื้อสัตว์ ให้กินแฮมนึ่งได้ 2 แผ่น

    d.. การออกกำลังกายสำหรับสูตรนี้ คือ เต้นแอโรบิคครั้งล่ะ 1 ชม. ไม่ต้องเต้นทุกวันก็ได้ อย่างน้อยต้อง 4 ครั้ง

    e.. ต่อสัปดาห์

    สูตรที่ 3

    สามารถช่วยให้ลดน้ำหนักได้ 3 - 5 กิโลกรัม ใน 4 สัปดาห์

    a.. กินอาหารไม่เกินวันล่ะ 1000 กิโลแคลอรี เช่น

    ทูน่ากระป๋อง ให้พลังงาน 170 แคลอรี

    แฮมนึ่ง 2 ออนซ์ ให้พลังงาน 160 แคลอรี

    หอยนางรมสด 5 ตัวเล็ก ให้พลังงาน 50-60 แคลอรี

    น่องไก่ย่าง 1 ชิ้น ให้พลังงาน 80 แคลอรี

    เบคอนทอด 2 ชิ้น ให้พลังงาน 60-70 แคลอรี

    นมไขมันต่ำ 1 ถ้วย ให้พลังงาน 240-250 แคลอรี

    โยเกิร์ตไขมันต่ำ 1 ถ้วย ให้พลังงาน 125 แคลอรี

    โยเกิร์ต 1 ถ้วย ให้พลังงาน 140-150 แคลอรี

    เนย 50 กรัม ให้พลังงาน 300 แคลอรี

    ไข่ต้ม 1 ฟอง ให้พลังงาน 80 แคลอรี

    ไข่เจียว 2 ฟอง ให้พลังงาน 90-100 แคลอรี

    ขนมปัง 1 แผ่น ให้พลังงาน 70 แคลอรี

    ขนมปังโรลล์ 1 ก้อน ให้พลังงาน 90 แคลอรี

     

    b.. งดของทอด ที่ใช้น้ำมันปริมาณมากๆ อย่างลูกชิ้นทอด ทอดมันกุ้ง ปาท่องโก๋

    c.. ส่วนใครที่ติดกินขนมหรือของหวาน กิสุตรนี้อนุญาตให้กินได้ แต่แค่สัปดาห์ล่ะ 1 ครั้งเท่านั้น

    d.. การออกกำลังกาย ให้ไปว่ายน้ำ 1 ชม. เต็ม สัปดาห์ล่ะ 2 ครั้ง เพื่อร่างกายที่แข็งแรง และ เต้นแอดรบิค 1 ชม. วันเว้นวัน

    สูตรที่ 4

     สามารถช่วยให้ลดน้ำหนักได้ 3 - 5 กิโลกรัม ใน 2 สัปดาห์

    a.. กินอาหารวันล่ะ 700-800 แคลอรี ลองบวก ลบ คูณ หาร จากสูตร 3 ดูค่ะ

    b.. ใครที่ติดว่าต้องกินอะไรมื้อเย็น ก็ลองหันไปกินผลไม้สัก 2 ผลหรือไข่ต้ม 1 ฟอง ก็ได้

    c.. งดอาหารหลัง 1 ทุ่ม แต่ถ้าหิวจัดๆ จนทนไม่ไหว โยเกิร์ต 1 ถ้วย

    d.. อย่าลืมออกกำลังกาย ด้วยการเต้นแอโรบิค 40-60 นาทีทุกวัน และว่ายน้ำสัปดาห์ล่ะ 1 ชม. 1 ครั้งเป็นอย่างน้อย

    สูตรที่ 5

     สามารถช่วยให้ลดน้ำหนักได้ 6 - 8 กิโลกรัม ใน 1 เดือน

    a.. มื้อเช้า กินไข่ต้ม 1 ฟอง หรือถ้าเบื่อไข่แล้ว ลองกินน้ำเต้าหู้สัก 1 ถ้วย

    b.. มื้อกลางวัน อนุญาตให้กินอาหารตามใจชอบ 1 จาน แต่ระวัง อย่าเป็นอาหารประเภทข้าวขาหมู หรือหอยทอดน้ำมันท่วม

    c.. มื้อเย็น กินแอปเปิ้ลเขียว 1 ผล หรือสลัดผักก็ได้แต่จานเล็กๆ พอน่ารัก

    d.. การออกกำลังกาย ด้วยการกระโดดเชือก 1 ชม. สัปดาห์ล่ะ 2 ครั้ง และเต้มแอดรบิค 1 ชม. สัปดาห์ละ 4 ครั้ง

    สูตรที่ 6

     สามารถช่วยให้ลดน้ำหนักได้ 9 - 10 กิโลกรัม ใน 1 เดือน

    a.. มื้อเช้าและมื้อเย็น กินแต่ผักและผลไม้ หรืออาหารนึ่งๆ ต้มๆ เท่านั้น หลีกเลี่ยงไขมันสัตว์ ถ้าจะกินเนื้อ หันไปกินปลาแทน

    b.. มื้อกลางวัน ให้เลือกเอาว่าจะกินก๋วยเตี๋ยว ข้าวต้ม หรือส้มตำดี นอกจากนี้อย่าเพิ่งดีกว่า

    c.. หลัง 1 ทุ่ม งดอาหารทุกชนิด แต่ถ้าหิว ส้ม 1 ผล ก็โอเค

    d.. ออกกำลังกาย ด้วยการเปิดเพลงแดนซ์มันๆ 1 ชม. 4 ครั้ง ต่อสัปดาห์ และตีแบดมินตัน 1 ชม. 2 ครั้งต่อสัปดาห์

    October 06

    คำขอขมาและอธิษฐานจิต

    >อธิษฐานหน้าพระพุทธรูป  หรือสวดก่อนนอนก็ได้

    >( นะโม  ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ 3 จบ )

    >สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต อุกาสะ ทะวารัตตะเยนะ กะตัง

    >สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต อุกาสะ ขะมามิ ภันเต

    >"หากข้าพเจ้า จงใจหรือประมาทพลาดพลั้ง ล่วงเกิน บิดา-มารดา

    >ครูบาอาจารย์ พระพุทธ พระธรรม พระอรหันต์ทุกพระองค์ พระอริยสงฆ์เจ้า

    >ตลอดจนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย รวมถึงผู้มีพระคุณ

    >และท่านเจ้ากรรมนายเวร จะด้วย กาย วาจา ใจ ก็ดี

    >ขอได้โปรดอโหสิกรรมแก่ข้าพเจ้าด้วย หากข้าพเจ้ามีเจ้าของในตัวติดตามมา

    >ขออนุญาติมีคู่ มีครอบครัวได้เหมือนคนปกติทั่วไป  ขอถอนคำอธิษฐาน

    >คำสาบานที่จะติดตามคู่ในอดีต

    >ขอให้ต่างฝ่ายต่างเป็นอิสระต่อกัน

    >ข้าพเจ้าจะประพฤติตนในทางที่ถูก ที่ชอบ ที่ควร

    >ขอบุญบารมี ในอดีตกาลที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน

    >จงส่งผลให้ข้าพเจ้าและครอบครัว

    >ตลอดจนบริวารที่เกี่ยวข้อง จงเจริญด้วย อายุ วรรณะ สุขะ พละ

    >ลาภ ยศ สุข สรรเสริญ สติ ปัญญา ปฏิภาณ ธนสารสมบัติ  อุปสรรคใดๆ

    >โรคภัยใดๆ ขอให้มลายสิ้นไป ขอให้ข้าพเจ้ามีความสว่างทั้งทางโลก

    >ทางธรรมตั้งแต่บัดนี้ตราบเข้าสู่พระนิพพานเทอญ

    >หากมีผู้ใดเคยสร้างเวรสร้างกรรมกับข้าพเจ้า

    >ไม่ว่าจะชาติใดภพใดก็ตาม ข้าพเจ้ายินดีอโหสิกรรมให้

    >ขอถอนความพยาบาท ความอาฆาต และคำสาปแช่งในทุกชาติทุกภพ

    >ขอให้ข้าพเจ้าพ้นจากคำสาปแช่งของปวงชนของเจ้ากรรมนายเวร"

    >คนเราเกิดมาหลายภพหลายชาติ

    >แต่ละคนมีเจ้ากรรมนายเวรที่แตกต่างกัน

    >การสวดขอขมาเพื่อลดและปลดหนี้กรรมให้น้อยลง

    >( คาถา บทนี้  เป็นคาถาที่ใช้สำหรับขอขมาพระรัตนตรัย

    >และใช้เพื่อถอนคำสาปแช่ง ในอดีตชาติ ที่ติดตามมา

    >เพราะเราไม่รู้ว่าเคยได้ล่วงเกินปรามาสใครไปบ้างก็ไม่รู้ ไม่เว้นแม้กระทั้ง

    >พระพุทธองค์ พระอรหันต์ พ่อ แม่ เป็นต้น

    >เพราะบางคนทำการใดๆ มักมีอุปสรรค หรือมักมีคนไม่ชอบหน้า

    >ขอผู้ได้รับใบคำขอขมาและอธิษฐานจิตนี้

    >กรุณาส่งให้ผู้อื่นต่อเพื่อสร้างผลบุญบารมีต่อไป

    October 04

    ผลไม้ที่ใช้ล้างพิษ

      แอปเปิ้ล

    เป็นผลไม้ที่ดีที่สุดสำหรับการขจัดของเสียออกจากร่างกาย สารเปกตินในแอปเปิ้ลจะช่วยนำสารพิษไปกำจัดทิ้ง ทั้งยังป้องกันไม่ให้โปรตีนในลำไส้เกิดการบูดเน่า แอปเปิ้ลยังมีเส้นใยมาก ซึ่งมันจะทำหน้าที่เป็นไม้กวาด ทำความสะอาดลำไส้ ช่วยให้ตับและระบบย่อยทำงานได้ดียิ่งขึ้น กระตุ้นน้ำย่อย นอกจากนี้ยังมีวิตามินและเกลือแร่

     องุ่น

    เป็นสารฟอกล้างสำหรับผิวหนัง ตับ ลำไส้ และไตโดยเฉพาะ เนื่องจากองุ่นมีคุณสมบัติรักษาน้ำมูกที่จะออกมาจากเยื่อเมือกต่างๆ ในร่างกาย องุ่นยังให้พลังงานสูงและนำไปใช้ได้ง่าย เกลือแร่อุดม ดังนั้นจึงช่วยบำรุงเลือดและซ่อมสร้างเซลล์ในร่างกาย

     สับปะรด

    มีเอนไซม์โปรเมลินสูง เอนไซม์ตัวนี้จะช่วยการทำงานของกรดไฮโดรคลอริกในกระเพาะ และช่วยทำให้ของเสียที่เป็นโปรตีนแตกตัวได้เร็วขึ้น เชื่อกันว่าสับปะรดช่วยรักษาอาการอักเสบในทางเดินอาหาร ช่วยในการซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ที่สึกหรอ ช่วยการทำงานของต่อมไร้ท่อ และช่วยกำจัดน้ำมูก

     มะละกอและมะม่วง

    มะละกอและมะม่วงมีลักษณะคล้ายคลึงกัน แต่มะม่วงมีสารสำคัญน้อยกว่ามะละกอเล็กน้อย ผลไม้ทั้งสองชนิดมีเอนไซม์ชื่อปาเปน ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับน้ำย่อยเปปซินในกระเพาะอาหาร ดังนั้นมันจึงช่วยทำให้ของเสียที่เป็นโปรตีนแตกตัวได้เร็วขึ้นเช่นเดียวกับโปรเมลิน ทั้งมะละกอและมะม่วงดีสำหรับทำความสะอาดลำไส้และช่วยย่อยอาหาร เชื่อกันว่ามะละกอยังช่วยลดอาการซึมเศร้าได้อีกด้วย

     แตงโม

    แตงโมมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ดังนั้นจึงช่วยฟอกล้างร่างกายได้เป็นอย่างดี ใช้รักษาแผลในกระเพาะ ลดความดันเลือดสูง ทำให้สบายท้อง น้ำคั้นจากเปลือกของแตงโมและเมล็ด หากดื่มก่อนกินเนื้อแตงโมในมื้ออาหารสักครึ่งชั่วโมงจะทำให้คุณได้ประโยชน์สูงสุด เนื่องจากเปลือกของมันอุดมด้วยคลอโรฟิลล์ และเมล็ดอุดมด้วยวิตามิน 

    September 28

    มหัศจรรย์หมายเลข 9



    ความมหัศจรรย์ของสนามบินสุวรรณภูมิ ไม่เพียงแต่เป็นโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของประเทศไทยเท่านั้น สิ่งที่เรียกกันว่าไม่เชื่ออย่าลบหลู่นั้น ก็ชัดเจนอย่างยิ่งบนพื้นที่ทำเลทองแห่งนี้

    คำบอกเล่าจากผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้หลักผู้ใหญ่ในกระทรวงคมนาคม และบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ต่างมีเรื่องเล่าขานตรงกันถึงความเชื่อ และความบังเอิญที่เกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มโครงการ จนถึงช่วงก่อสร้าง และแม้กระทั่งเมื่อก่อสร้างเสร็จแล้ว

    สิ่งมหัศจรรย์ ที่พูดคุยกัน และเป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมักภูมิใจบอกเล่าเสมอคือ “มหัศจรรย์หมายเลข 9” เพราะผู้ดูแลรับผิดชอบงานก่อสร้างต่างทึ่งกับเลข 9 ที่เกิดขึ้น

    นับตั้งแต่เลขที่มหามงคลสำหรับคนไทย เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ไทยองค์ปัจจุบัน คือรัชกาลที่ 9

    เลข 9 ในสนามบินสุวรรณภูมินั้นจากคำบอกเล่าของผู้บริหารบริษัทท่าอากาศยานไทยนั้นเกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจของผู้ออกแบบอาคารผู้โดยสาร และอาคารเทียบเครื่องบินที่เป็นต่างชาติ คือทีมงานของ เฮลมุท จาห์น สถาปนิกระดับโลก

    เริ่มตั้งแต่ระยะระหว่างเสาแต่ละต้นของตัวอาคารผู้โดยสารห่างกัน 9 เมตร โดยเสาหลักหรือเสาไพลอน ที่ค้ำคานหลักรั้น (ซูเปอร์ทรัส) มี 2 ตัวต่อ 1 คาน รวมกันเป็น 1 ชุด ซึ่งเสาสองตัวที่ค้ำคานนี้จะห่างกัน 81 เมตร ที่คำนวณกันว่าเลข 8 เมื่อบวกกับ 1 ก็ได้เลข 9

    ในส่วนของชุดเสาที่อยู่ทางทิศตะวันออก จะห่างจากชุดเสาทางด้านทิศตะวันตก 126 เมตร และเช่นกัน 1+2+6 ก็ได้ 9 เช่นกัน

    มาที่หลังคาผ้าใยสังเคราะห์ที่ติดตั้งกับอาคารเทียบเครื่องบินมีทั้งหมด 108 ผืน ซึ่งบวกกัน 1+0+8 ก็ได้ 9 หรือหากนำเลข 9 มาหาร จำนวน 108 ก็ได้ผลลัพธ์ลงตัวที่เลข 9 พอดี

    นอกจากนี้ในส่วนของทางเลื่อนในอาคารเทียบเครื่องบิน ซึ่งมีทั้งหมด 95 ชุด มีความยาวตั้งแต่ 27 เมตร และ 108 เมตร เลขทั้ง 2 ชุด 2+7 และ 1+0+8 ก็บวกกันได้ 9 เช่นกัน

    ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ความเร็วของทางเลื่อนในอาคารรวมทั้งทางเลื่อนลาดเอียง ก็มีความเร็ว 45 เมตรต่อนาที บวกกันก็ลงตัวที่เลข 9 หากนับตัวเลขจำนวนผู้โดยสารที่อาคารแห่งนี้สามารถรองรับผู้โดยสารที่มาใช้บริการได้ ก็อยู่ที่ปีละ 45 ล้านคน

    หลังจากนั้นความตั้งใจสร้างความมงคลให้แก่สนามบินแห่งใหม่ด้วยเลข 9 ก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันเริ่มทดสอบทางเทคนิคของสนามบิน ด้วยเที่ยวบินปฐมฤกษ์ของการบินไทย เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2548 การบินไทยได้กำหนดเที่ยวบินบินออกจากสนามบินดอนเมือง เวลา 08.39 น. กำหนดแตะพื้นรันเวย์สนามบินสุวรรณภูมิ 09.19 น. หรือแม้กระทั่งการทดสอบเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ในวันที่ 29 กรกฎาคม 2549 ที่การบินไทยได้กำหนดเที่ยวบินที่บินออกจากดอนเมือง และสุวรรณภูมิ ที่กำหนดเวลาลงท้ายด้วยเลข 9

    ในวันที่ 9 เดือน 9 กันยายน 2549 นี้ ผู้บริหารของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยังกำหนดจัดงานเดิน วิ่งเทิดพระเกียรติ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ในเวลา 9.09 นาทีอีกด้วย

    บริษัทท่าอากาศยานไทย ในฐานะผู้รับผิดชอบการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ นอกจากสร้างกำลังใจด้วยเลขมงคลนี้แล้ว ยังหลีกเลี่ยงเลขที่หลายคนเชื่อว่าเป็นเลขไม่ดี อย่างหมายเลขที่ 13 เช่นในพื้นที่ผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 2 ของตัวอาคาร จุดรับกระเป๋า (Baggage Claim Carousels) จากสายพานลำเลียงกระเป๋า ซึ่งมีทั้งหมด 22 แถว แต่มีตัวเลขนับถึง 23 เพราะเมื่อนับเลขจากแถวที่ 12 ในแถวถัดไป ก็ข้ามไปใช้หมายเลข 14 แทน

    ความเชื่อในมหัศจรรย์หมายเลข 9 นี้ ถือเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจอย่างดีทั้งสำหรับผู้ที่รับผิดชอบงานก่อสร้าง เพราะกว่าที่โครงการนี้จะก่อสร้างแล้วเสร็จ ก็ผ่านอุปสรรคมากมาย จนหลายคนในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ย้อนเรื่องราวว่าเริ่มต้นจากที่ตั้งของสนามบิน ที่รัฐบาลไทย เมื่อปี พ.ศ. 2504 โดยกระทรวงคมนาคมได้ศึกษาและเลือกพื้นที่บริเวณหนองงูเห่า ที่ตำบลบางโฉลง ตำบลราชาเทวะ และตำบลหนองปรือ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ให้เป็นที่ตั้งสนามบินใหม่

    “หนองงูเห่า” ชื่อที่บ่งบอกถึงลักษณะทางกายภาพ ของหนองน้ำแห่งนี้ และยิ่งไปกว่านั้น ข้าราชการซี 9 คนหนึ่งของกระทรวงคมนาคมเล่าว่า ในพื้นที่กว่า 20,000 ไร่ในหนองงูเห่านั้น มีประชากรอาศัยอยู่ถึง 1,962 หลังคาเรือน ที่แต่ละหลังได้ตั้งพระภูมิเจ้าที่ และเทวาอารักษ์ เมื่อแผนการก่อสร้างเริ่มขึ้น จึงต้องอพยพชาวบ้าน และรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเดิมทั้งหมด

    ด้วยปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นหลายครั้งช่วงเริ่มการก่อสร้าง ที่แสดงถึงอุปสรรค ที่อาจทำให้การก่อสร้างสนามบินสะดุด “ศรีสุข จันทรางศุ” ในฐานะประธานกรรมการของบริษัทท่าอากาศยานไทย ผู้รับผิดชอบงานก่อสร้าง จึงเสนอให้ก่อสร้างศาลเทพารักษ์ เพื่อเป็นที่สถิตของเทพยดา และพระภูมิเจ้าที่ โดยระหว่างการบวงสรวงตั้งศาล พราหมณ์ผู้ทำหน้าที่อัญเชิญเทวดาในพิธีได้เล่าว่าหากเทวดาฟ้าดินรับรู้ถึงการบรวงสรวงครั้งนี้ จะมีแมลงบินผ่านให้เห็น และโดยทันใดนั้น เมื่อพราหมณ์เล่าจบ ก็ปรากฏผึ้งตัวใหญ่บินผ่านหน้า “ศรีสุข” ด้วยความเร็วขนาดที่ก่อให้เกิดแรงลมปะทะหน้าจนรู้สึกได้

    สิ่งที่เกิดขึ้นอาจยากที่จะพิสูจน์ได้ในทางวิทยาศาสตร์ แต่ถือเป็นความมหัศจรรย์ ที่เกิดขึ้นให้สามารถนำมาเล่าเป็นเรื่องราวส่วนหนึ่งของ ”สนามบินสุวรรณภูมิ” แห่งนี้
    September 25

    กรุ๊ปเลือดบอกนิสัย

    # ยามคุยกะเพื่อน #

    กรุ๊ป A #

        คุณเม้าท์เก่งมากในหมู่เพื่อนๆเรียกว่าเป็นจุดศูนย์กลางในการพูดคุยเลยทีเดียว

        เวลาจับกลุ่มคุยกัยทีพูดกันได้เป็นชั่วโมงเชียวล่ะ

    กรุ๊ป B #

        คุณเป็นคนสนุกสนาน เวลาพูดชอบออกท่าทางประกอบ

        ทำให้เพื่อนๆเข้าใจและคล้อยตามไปด้วย ดึงดู! ดความสนใจผู้คนได้ดี

    กรุ๊ป AB #

        คุณชอบเป็นฝ่ายฟังเสียมากกว่า ทุกคนจึงชอบพูดคุยถึงปัญหาต่างๆ

        ให้ฟังอยู่เรื่อย แต่บางทีการที่วิจารณ์คนอื่น

        ตรงไปตรงมาก็อาจทำให้คนไม่ชอบคุณบ้างเหมือนกัน

    กรุ๊ป O #

        ชอบเป็นจุดเด่นเชียวนะคุณ ถ้ามีคนสนใจล่ะก็ถึงไหนถึงกันสิ

        ถ้าใครทำเป็นว่าไม่สนใจ ก็จะฉุนกึ๊กขึ้นมาทันที

       # ยามที่ทะเลาะกับชาวบ้าน #

     กรุ๊ป A #

       คุณเป็นคนเยือกเย็น สุขุม ไม่ชอบเถีย งใครให้วุ่นวาย

       เพราะฉะนั้นเวลาที่คุณไม่พอใจใครก็จะใช้สายตาปราม

       อย่างมากก็จะตำหนินิดๆหน่อยๆแค่นั้นเอง

     กรุ๊ป B #

       ถ้าคุณโมโหขึ้นมาล่ะก็ หายห่วง ไม่เห็นแก่หน้าใครหรอก

       เป็นลูกระเบิดย่อมๆทีเดียว ใครทะเลาะกับคุณนี่ถือว่าซวยจริงๆ ว่างั้นเถอะ

    กรุ๊ป AB #

       คุณไม่ชอบเรื่องทะเลาะนักหรอก ส่วนมากถ่ามีเรื่องกันก็ไม่ใช่

       คุณที่เป็นฝ่ายก่อเรื่องก่อนความใจเย็นของคุณจะทำให้ระงับสติอารมณ์ได้มากเมื่อต้องวีนกับใคร

    กรุ๊ป O #

       บู๊มากเลยนะคุณนี่ ต่อให้สู้กับใครก็ไม่ถอย วีนกับเขาได้ทุกรูปแบบ

       ถ้าเถียงกับใครล่ะก็ไม่มียอมง่ายๆหรอก นอกจากจะแพ้ชนะกันไปข้างหนึ่ง เฮ้อเหนื่อยแทน

     # เรื่องราวของความรัก #

      กรุ๊ป A #

       คุณเป็นคนขี้ขลาดไม่กล้าที่จะแสดงให้เขารู้ว่าคุณมีใจให้

       ดังนั้นคนกรุ๊ปนี้ส่วนใหญ่จะไม่สามารถสมหวังในความรักได้อย่างรวดเร็ว

       เพราะมักต้องใช้เวลาพอสมควรในการตัดสินใจ

     กรุ๊ป B #

       หากคุณสนใจใคร คุณก็มักคิดหาวิธีในการเชื่อมสัมพันธ์กับเขาได้อย่างรวดเร็ว

       แต่บางครั้งการไม่คำนึงถึงสภาพการณ์จะทำให้เกิดภาพพจน์ที่ไม่ดีในสายตาคนอื่นกับตัวคุณเอง

     กรุ๊ป AB #

       คุณมักทำให้เขาเป็นฝ่ายเข้ามาหาคุณเองม ากกว่าคุณจะเป็น!  ฝ่ายติดต่อเข้ากับเขาก่อน

       คุณจึงมักถูกตามตื๊อขอความรักจากชายหนุ่มมากมาย

     กรุ๊ป O #

      คุณเป็นคนมีนิสัยตรงไปตรงมา รักใครแล้วคุณก็จะแสดงออกเปิดเผยกับเขาตรงๆ

      เชื่อสัมพันธ์กับเขาทันที เป็นความรักที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

       แต่บางครั้งก็ควรคำนึงถึงจิตใจเขาด้วยว่าเขาคิดกับคุณในแบบที่คุณคิดหรือเปล่า

     # เวลาเฮิร์ท #

     กรุ๊ป A #

       หากมี่เรื่องที่ทำให้คุณต้องเสียใจ

       คุณก็จะเฝ้าครุ่นคิดถึงสาเหตุที่ทำให้คุณเสียใจ

       ตลอดเวลา และคุณจะไม่สามารถทำใจได้จนกว่าคุณจะยอมรับในเรื่องนั้น

       คุณเป็นคนที่ลืมอะไรได้ยาก เพราะนิสัยขิงคุณเป็นคนคิดมาก

       กรุ๊ป B #

       คุณเป็นคนที่มีอารมณ์ร้อน หากคิดจะทำอะไรแล้วก็จะทำทันทีโดยไม่ยั้งคิด

       แต่เมื่อคิดได้ก็มักสายเกินแก้จนต้องเสียใจภายหลังและเป็นเรื่องที่จะทำให้คุณรู้สึกเสียใจไปตลอด

     กรุ๊ป AB #

       ถึงแม้เป็นเรื่องที่ทำให้คุณต้องเสียใจ แต่คุณก็จะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

       เป็นกลุ่มที่มักไม่ค่อยแสดงอาการเสียใจออกมาให้เห็น

      กรุ๊ป O #

       คุณเป็นคนไม่ชอบครุ่นคิดในเรื่องเล็กๆน้อยๆเรื่องที่ทำให้เสียใจ

       คุณก็สามารถทำใจได้อย่างรวดเร็วและลืมไปได้ในเวลารวดเร็ว

      ความขยันเรื่องเรียน #

      กรุ๊ป A #

       คุณเป็นคนรอบคอบจริงจังในเวลาทบทวนตำราเรียน  คุณจะนั่งทบทวนจนถึงกับลืมเวลาไปเลย

       ดังนั้นคุณควรแบ่งเวลาให้ถูกต้องด้วย

     กรุ๊ป B #

       ความขยันมักขึ้นกับอารมณ์ของคุณ เพราะคุณมักมีนิสัยที่เปลี่ยนใจง่าย

       ดังนั้นผลการสอบที่ออกมามักขึ้นกับอารมณ์ของคุณตอนช่วงที่ดูตำราก่อนสอบเสมอ

     กรุ๊ป AB #

      คุณชอบเตรียมวางแผนในเรื่องต่างๆไว้ล่วงหน้าเสมอ  แต่บางครั้งก็ไม่สามารถทำตามแผนการ ที่วางแผนไว้ได้ หากยึดมั่นตามแผนการเกินไป

      กลับจะเป็นผลเสียมากกว่าดังนั้นคุณไม่ควรหักโหมจนเกินไปทำเท่าที่คุณสามารถทำได

    ้  กรุ๊ป O #

       ในเรื่องที่คุณไม่ชอบคุณจะรอจนกว่าใกล้ๆเวลาแล้วจึงค่อยทำ เช่นการสอบ คุณมักรอจนกว่าใกล้สอบแล้วจึงค่อยอ่าน โดยเฉพาะวิชาที่คุณไม่ชอบ

       แต่หากคุณมีความพยายามคุณก็สามารถทำได้ดีทีเดียว

     # ถ้าอยากให้เขาดีใจ? #

      กรุ๊ป A # บอกเขาด้วยการแสดงออกและกิริยาเว่อร์

      สิ่งที่จะทำให้คนกรุ๊ป A ดีใจก็คือคุณนั่นเอง   บอกให้เขารู้ว่าคุณมีความสุขมาก เมื่ออยู่กับเขาด้วยการแสดงออกทางสีหน้า

       และท่าทางเว่อร์ๆใช่แล้วต้องสอพลอเขาหน่อยล่ะ

      กรุ๊ป B  #  ต้องการคนคุ้มครอง

      คนกรุ๊ป! เลือดนี้ เป็นพวกที่ชอบไปงานเทศกาล ถ้าชวนเขาไปงานวันเกิดไปเที่ยวปิกนิค

      ทำกิจกรรมล่ะก้อจะตื่นเต้นยินดี๊ ยินดี  นอกจากนี้ก็ยังมีนิสัยเด็กๆอยากได้คนมาปกป้องดูแลและเป็นที่ปรึกษา

     กรุ๊ป AB ชอบลูกยอ #

       คนกรุ๊ป AB จะดีใจมากเลยถ้าคู่สนทนาตั้งใจฟังเรื่องที่เขากำลังพูดอยู่

       และพูดตอบรับว่า "จริงด้วย!" "เข้าใจ เข้าใจแล้ว"  ก็ชมเขาเกี่ยวกับเสื้อผ้าหรือเสื้อประดับ

      กรุ๊ป O ชอบกินชอบคุย #

       คนกรุ๊ป O ชอบกิน ชอบคุยมากที่สุด เชี่ยวชาญทางด้านการชิมเชียวล่ะ  น้องๆเชลล์ชวนชิมมาเอง

       เขาคงดีใจนะถ้าคุณคุยกับเขาเกี่ยวกับร้านอาหารที่มีของกินอร่อย หรือคุยเรื่องสนุกๆและเป็นคนแพ้ของขวัญด้วยล่ะ

      #  วิธีปลอบใจเวลาเศร้า  #

      กรุ๊ป A  #  พูดปลอบใจเขาดีๆ

       สิ่งสำคัญสำหรับคนกรุ๊ป A ที่แสนจะเงียบขรึมก็คือ คำพูดปลอบใจอันหวานหู

       เมื่อเขารู้สึกขมขื่นคุณควรจะอยู่ใกล้ๆเขาตลอดเวลา   หรือโทรศัพท์ไปหาก็โอเคนะ

      กรุ๊ป B ใช้ยุทธวิธีให้ของขวัญ #

       สำหรับคนกรุ๊ป B น่ะไม่ต้องไปปลอบใจเขาหรอก ไม่จำเป็นเลย  ดีไม่ดีจะไม่ชอบใจเอาเสียด้วยซ้ำ ถ้าคุณใช้วิธีซื้อขนมหรือของขวัญให้เขา

       จะได้ผลกว่านะ

      กรุ๊ป AB ปล่อยให้เขาอยู่คนเดียว #

       มันเป็นเรื่องยากที่จะจับความรู้สึกของคนกรุ๊ป AB เวลาที่เขาเศร้า  ก็ชอบที่จะเศร้าเงียบๆคนเดียว ยิ้ม ให้เขา แค่นั้นก็พอแล้วก็ปล่อยให้เขาอยู่คนเดีย! ว

      กรุ๊ป O ฟังเมื่อเขาระบายความทุกข์ #

       ดูภายนอกแล้วจะเป็นคนเข้มแข็ง แต่ในความเป็นจริง คนกรุ๊ป O  จะเป็นคนที่อ่อนไหว! ง่าย

        เขารอคอยคนที่จะพูดว่า"ฉันเข้าใจความรู้สึกของเธอดีจ้ะ"

        ฟังเมื่อเขาระบายความขมขื่น กุมมือเขาไว้ด้วยก็ดี เขาจะได้รู้สึกอบอุ่น

      # ทำอย่างไรให้เขาหายโกรธ #

     กรุ๊ป A  # เจ้าคิดเจ้าแค้น

      ถ้าโกรธขึ้นมาเมื่อไหร่ล่ะก้อหายยากเลยล่ะ นี่แหละแบบฉบับความโกรธของคนกรุ๊ป A

      เพราะเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น อย่าพยายามยับยั้งเขา แต่ปล่อยให้เวลาช่วยคลายอารมณ์

      กรุ๊ป B โกรธได้ไม่นานก็ลืมแล้ว #

       โกรธได้ไม่นาน อย่าไปสนใจเลยถ้าคนกรุ๊ป B เกิดโมโหโทโสขึ้นมา ถ้าขืนไปใส่ใจมาก จะยิ่งไปกันใหญ่ พยายามทำตามแบบเขาคือลืมๆไปซะ

       ยิ่งลืมเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี

       กรุ๊ป AB จัดการด้วยยาก ก้มหัวยอมเขาหน่อย #

       คนๆนี้จัดการยาก เป็นคนชอบความมีเหตุผลแต่ค่อบข้างเข้าข้างตัวเอง

       ที่เขาโกรธถึงขนาดนั้นแสดงว่าเขามีเหตุผลของเขา  ไม่ต้องจับเข่าคุยกันหรอก  แต่ยอมก้มหัวขอโทษเขาเท่านี้ ความมีน้ำโหก็จะคลายลง

      กรุ๊ป O พูดคุยกันรู้เรื่อง อธิบายด้วยเหตุผล #

       เป็นคนน่ากลัวเมื่อถูกทำให้โกรธ แต่ถ้ารู้ว่าสาเหตุคืออะไรก็จะหายทันที

        การอธิบายอย่างมีเหตุผลเป็นจุดสำคัญของคนกรุ๊ปเลือดนี้

      # แบบไหนที่เขาจะสนุกสุดเหวี่ยง? #

     กรุ๊ป A กรี๊ดกร๊าดในกลุ่มเพื่อน #

     ! สิ่งที่จะทำให้คนกรุ๊ป A ที่ชอบโหวกเหวกสนุกได้ก็คือ สรรหาคนที่เขาชอบรวมทีมกรี๊ดกร๊าดไปตามเรื่อง แต่ต้องเป็นทีมที่มีคนร้อนๆนะ

     กรุ๊ป B สนุกกับการเล่นกีฬา และการออกไปข้างนอก #

      คนกรุ๊ป B เป็นคนที่มีพลังจะสนุกสุดเหวี่ยงเมื่อได้เคลื่อนไหวร่างกาย

       ชอบยุ่งกับการออกไปข้างนอกเล่นกีฬา มากกว่านั่งเล่นอยู่กับบ้านเฉยๆ

      กรุ๊ป AB เกลียดที่จะกรี๊ดกร๊าดไร้สาระแต่ชอบร้องเพลง #

       ไม่ค่อยสนุกกับคนอื่นเขากหรอกแถมยังไม่ชอบกรี๊ดกร๊าดวุ่นวายกับคนอื่น

       แต่อย่าให้ได้จับไมค์เชียวนะเป็นร้องไม่หยุด ไล่ไม่เลิกเลยทีเดียว

     กรุ๊ป O เบิกบานกับการพูดคุยจุ๊กจิ๊ก #

      คนกรุ๊ป O จะรู้ดีว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้ตัวเองสนุกได้  นั่นคือความสนุกสนานที่ได้พูดคุย

       ทำให้คนอื่นร่าเริงแม้ว่าตอนนั้นสถานการณ์จะไม่ใคร่ดี  คุณก็พูดคุยจ๊อกแจ๊กไปตามประสา

    September 21

    19 ก.ย. นาที"สนธิ"โค่น"ทักษิณ"

     

    วันที่ 19 กันยายน

    08.00 น. มีคำสั่งจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ขณะปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศ เรียกผู้นำทุกเหล่าทัพเข้าประชุมร่วมกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ทำเนียบรัฐบาล ผ่านวิดีโอ คอนเฟอเรนซ์ แต่ไม่มีผู้นำเหล่าทัพคนใดเข้าร่วม พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. อ้างว่ากระชั้นชิดเกินไป โดยส่ง เสธ.ทบ. เข้าร่วม พร้อมด้วย พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ผบ.ตร. เข้าชี้แจง จนเกิดกระแสข่าวลือการปฏิวัติรัฐประหาร แพร่สะพัดไปทั่วทำเนียบฯ

    12.00 น. หลังการประชุม ครม. รัฐมนตรีหลายคนได้พยายามสอบถามและหาข่าวจากสื่อมวลชนและแหล่งข่าว

    14.00 น. สื่อมวลชนตรวจสอบ ความเคลื่อนไหวของรัฐมนตรีหลายคน ต่างบอกว่า ได้ยินข่าวปฏิวัติมาตั้งแต่เช้า และได้รับการยืนยันจากผู้บังคับบัญชาในระดับคุมกำลังพลหลายแห่งว่าเป็นเพียงการกลับจากการซ้อมรบ และการสับเปลี่ยนกำลังตามปกติ

    16.00 น. ข่าวลือการปฏิวัติหนาหูขึ้น มีรัฐมนตรีบางคนแอบเดินทางออกนอกประเทศ ขณะที่อีกหลายคนสั่งลูกน้องเข้าไปเก็บเอกสารสำคัญในกระทรวง

    18.30 น. มีข่าวกำลังทหารหน่วยรบพิเศษจาก จ.ลพบุรี เคลื่อนกำลังเข้ากรุงเทพฯ พร้อมกระแสข่าว พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มีการยืนยันในภายหลังเป็นเรื่องการทำบุญ หม่อมหลวงบัว กิติยากร แต่สื่อมวลชนสายทหารประเมินสถานการณ์ว่า 80 เปอร์เซ็นต์ เชื่อว่าจะมีการปฏิวัติ และคนที่จะทำคือ พล.อ.สนธิ

    18.55 น. สำนักข่าวไทยรายงานว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ประกาศเลื่อนเดินทางกลับประเทศไทยเร็วขึ้น จากวันที่ 22 กันยายน เป็น 05.00 น. วันที่ 21 กันยายน

    20.00 น. ตำรวจ 191 เบิกอาวุธเอ็ม 16 ไปรอเตรียมพร้อมที่กองกำกับการ 2 (ป้องกันและปราบปรามจลาจล) ถ.วิภาวดีรังสิต

    21.00 น. กำลังทหารจากพลร่มป่าหวาย หน่วยสงครามพิเศษลพบุรี เข้ามาประจำการที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) จำนวน 30 คันรถ โดยเข้ามาทางด้านหลังของ บก.ทบ. และให้ไปรวมกำลังพลเพื่อเช็คชื่อกันบริเวณชั้น 2

    21.10 น. รถถ่ายทอดสด (โอบี) สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 (ททบ.5) เข้ามายัง บก.ทบ. เพื่อเตรียมการถ่ายทอดสด

    21.30 น. สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ตัดรายการปกติออกทั้งหมด พร้อมเปิดเพลงประกอบภารกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

    21.35 น. บรรยากาศภายในทำเนียบรัฐบาล ไม่พบสิ่งผิดปกติ แต่มีการกระจายกำลังตำรวจรักษาความปลอดภัยของทำเนียบในทุกจุดสำคัญของทำเนียบ ไม่นาน นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกฯ เดินทางมาที่ทำเนียบ ด้านหลังตึกไทย ไล่เลี่ยกัน พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ยุติธรรม ได้เดินทางตามเข้ามาแต่ไม่ได้ลงจากรถ ก่อนที่ นพ.พรหมินทร์ จะหอบเอกสารปึกใหญ่เดินขึ้นรถ พล.ต.อ.ชิดชัย และเคลื่อนออกไปจากทำเนียบด้วยกัน

    21.30 น. กำลังคอมมานโดตำรวจกองปราบปรามได้เดินทางไปรักษาความปลอดภัยที่บ้านจันทร์ส่องหล้า

    22.00 น. ขบวนรถถังเคลื่อนเข้าคุมเชิงที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ และถนนราชดำเนิน ส่วนกำลังทหารบางส่วนขึ้นรถยีเอ็มซี ไปตรึงกำลังบริเวณปากทางเข้า-ออกซอยจรัญสนิทวงศ์ 69

    22.00 น. สถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นรายงานสด สถานการณ์ในเมืองไทย หลังมีผู้เห็นกองกำลังทหารออกคุมกำลังตามสถานที่สำคัญต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ

    22.15 น. ทหารจำนวนมาก ออกมาตรึงกำลังตามถนนต่างๆ ตั้งแต่แยกเกียกกาย ผ่านมาถึง ถนนราชสีมา บริเวณสวนรื่นฤดี สี่แยกราชตฤณมัยสมาคม (สนามม้านางเลิ้ง) โดยมีทหารแต่งกายลายพรางเป็นผู้ควบคุมกำลัง

    22.00 น. พ.ต.ท.ทักษิณ รักษาการนายกฯ โทรศัพท์สั่งการไปยังสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 เตรียมการถ่ายทอดสดเสียงตนเองผ่านทางโทรศัพท์จากนิวยอร์ก แต่ขณะกำลังรอสาย ทหารได้เข้าควบคุมสถานการณ์ในช่อง 11 ได้ก่อน โดยได้นำเจ้าหน้าที่ช่อง 11 ทั้งหมดไปควบคุมไว้ยังห้องโถง ตั้งแต่เวลา 22.00 น. จนถึงเวลา 00.30 น. จึงปล่อยตัวออกจากสถานี

    22.13 น. พ.ต.ท.ทักษิณ จึงใช้สถานีโทรทัศน์ช่อง 9 อสมท ออกประกาศพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ควบคุมพื้นที่กรุงเทพฯ ระบุอยู่ในขั้นรุนแรง และให้ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. ไปประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้รายงานตัวต่อ พล.ต.อ.ชิดชัย และตั้ง พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ ผบ.สส. คุมอำนาจแก้สถานการณ์ฉุกเฉิน

    22.17 น. สัญญาณช่อง 9 อสมท ถูกตัดลง หน้าจอโทรทัศน์ดับสนิทชั่วครู่ โดยมีรายงานว่า เพราะทหารตัดไฟสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 ขณะ พ.ต.ท.ทักษิณ กำลังประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก่อนจะตัดเข้าโฆษณาสินค้า และเข้าสู่รายการปกติ โดยมีรายงานข่าวว่ากำลังทหารบุกเข้าควบคุมที่ห้องส่งสัญญาณออกอากาศ พร้อมควบคุมตัวนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)

    22.25 น. สถานีโทรทัศน์เกือบทุกช่องตัดเข้ารายการเพลง เปิดเพลงเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีรายงานว่า กำลังทหารเข้ายึดสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง

    22.30 น. สถานีโทรทัศน์ทุกช่องเริ่มเชื่อมสัญญาณกับ ททบ.5 และเปิดเพลงที่มีเนื้อหาเทิดพระเกียรติ แม้แต่สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมอย่างเอเอสทีวี ยกเว้นเนชั่นแชนนัล ทางสถานีโทรทัศน์ไททีวี ช่อง 1 ที่ยังคงรายงานสถานการณ์ได้ตามปกติ แต่ไม่นานก็ถูกตัดสัญญาณ

    22.35 น. กำลังทหารบุกเข้ายึดสถานีดาวเทียมไทคม ถนนรัตนาธิเบศร์ พร้อมกระจายกำลังปิดทางขึ้นลงทางด่วนทุกแห่งในกรุงเทพมหานคร นอกจากนั้น รถถัง 10 คันเข้าปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล ก่อนที่กองกำลังทหารจาก ม.พัน 4 และพลร่มป่าหวาย กว่า 50 คน เข้าปลดอาวุธของตำรวจภายในทำเนียบด้วยความสงบ

    22.40 น. กระแสข่าว มีรถถ่ายทอดสดไปที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์เพื่อเตรียมถ่ายทอดสด พร้อมมีกระแสข่าวเตรียมตัดสัญญาณโทรศัพท์แถบถนนพระราม 9 ใกล้สี่แยก อสมท

    22.50 น. มีรายงานข่าวว่า กำลังทหารส่วนหนึ่งได้เข้าควบคุมตัว พล.ต.ต.วินัย ทองสอง ผบก.กองปราบปราม และ พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต (เสธ.ไอซ์) ที่ปรึกษากองทัพบก พร้อมด้วยพล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รองนายกฯและ รมว.ยุติธรรม

    22.55 น. โทรทัศน์ทุกช่องได้ขึ้นโลโก้สถานีรวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย พร้อมขึ้นคำประกาศของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พร้อมขออภัยในความไม่สะดวก ก่อนเปิดเพลง "ความฝันอันสูงสุด"

    23.00 น. สถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นแพร่ภาพรถถังและกำลังทหารควบคุมสถานการณ์ภายใน กทม. ช่วงหนึ่งได้แพร่ภาพกลุ่มชาวบ้านใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปกำลังทหาร โดยไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

    23.30 น. มีกระแสข่าวการควบคุมตัว พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รองนายกฯและ รมว.ยุติธรรม พล.ต.พฤณฑ์ สุวรรณทัต ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ตท.10

    เวลา 23.50 น. พล.ต.ประภาส ศกุนตนาค อดีตโฆษก ททบ.5 อ่านแถลงการณ์คณะปฏิรูปการปกครองฯ ที่แสดงไว้ในหน้าจอก่อนหน้านี้ซ้ำถึงสองครั้ง

    23.55 น. มีแถลงการณ์ระบุ พล.อ.สนธิ เป็นหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

    23.30 น. เอเอสทีวีออกอากาศได้ตามปกติอีกครั้ง ขณะที่สถานีโทรทัศน์ทุกช่องยังคงเชื่อมสัญญาณกับ ททบ.5 ขณะเดียวกันทหารจาก ป.พัน 21 สังกัด ร.21 จำนวน 30 นาย พร้อมอาวุธครบมือเดินทางไปยังสถานีโทรทัศน์เนชั่นแชนนัล โดยยืนยันว่ามาดูแลความสงบเรียบร้อยทั่วไป

    00.10 น. พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี นำ พล.อ.สนธิ พร้อมผู้นำเหล่าทัพ และ ผบ.ตร. เข้าเฝ้าที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต 

    20 กันยายน 2549

    17.26 น.
    จากที่มีกระแสข่าวลือสะพัดว่า นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ถูกคณะปฏิรูปฯ ควบคุมตัวไว้ ซึ่งผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์เช็คไปยังโทรศัพท์ส่วนตัวของนายพานทองแท้ ซึ่งปกติเบอร์ดังกล่าวเป็นเบอร์ที่นายพานทองแท้ใช้เป็นประจำ แต่ปรากฏว่าเบอร์ดังกล่าวได้ตั้งระบบโอนสายไปยังอีกหนึ่งหมายเลข และปรากฏว่ามีผู้รับโทรศัพท์เป็นผู้ชาย โดยอ้างว่าเป็นเลขาฯส่วนตัวของพานทองแท้ ซึ่งนายพานทองแท้ได้ตั้งระบบโทรศัพท์ให้โอนสายมายังเบอร์ของตน และปฏิเสธในการตอบคำถาม เพียงกล่าวสั้นๆ ว่าตั้งแต่เมื่อวานเย็นหลังจากแยกกับนายพานทองแท้ นายพานทองแท้ก็เดินทางกลับบ้านที่จันทร์ส่องหล้า จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อกับนายพานทองแท้ได้ และไม่ทราบว่านายพานทองแท้อยู่ที่ไหน ผู้สื่อข่าวถามว่า ทราบหรือไม่ว่าขณะนี้พานทองแท้อยู่ในประเทศหรือต่างประเทศ แหล่งข่าวใกล้ชิดที่อ้างตัวว่าเป็นเลขาส่วนตัวระบุว่า ไม่ทราบและไม่แน่ใจว่ามีการเดินทางไปพร้อมคุณหญิงพจมานหรือไม่ ซึ่งนายพานทองแท้กล่าวก่อนแยกว่า แล้วจะติดต่อกลับมายังตน

    17.45 น.
    สื่อต่างประเทศให้ความสนใจข่าวการปฏิรูปฯ ในประเทศไทย โดยเกาะติดทำข่าวแบบชั่วโมงต่อชั่วโมง ทั้งในแถบเอเชียด้วยกัน อเมริกา และอังกฤษ

    17.53 น.
    มีรายงานล่าสุดว่า ขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคณะ ขึ้นเครื่องบินโดยสารออกจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อเวลาประมาณ 05.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งตรงกับเวลา 16.00 น.ตามเวลาในประเทศไทย ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ยังคงทักทายผู้สื่อข่าวที่ติดตามทำข่าว และกล่าวว่า ยังติดต่อกับครอบครัวตลอดเวลา

    17.55 น.
    หัวหน้าพรรคชาติไทย เชื่อ ผ่านคืนนี้ สถานการณ์หลังการยึดอำนาจการปกครอง จะเข้าสู่ภาวะปรกติ พร้อมเตรียมหารือกรรมการบริหารพรรค เพื่อกำหนดทิศทางทางการเมือง ต่อไป

    17.56 น.
    คดีคาร์บอมส์ ไม่คืบหน้า รอทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งการ

    18.16 น.
    ขณะนี้ หนังสือพิมพ์บันเทิงรายวัน ดาราเดลี่ ประกาศงดออก ฉบับรายวัน แต่รายสัปดาห์ยังคงวางจำหน่ายเช่นเดิม

    18.20 น.
    ตั้ว-ศรัญยู วงศ์กระจ่าง เปิดใจถึงเหตุการณ์ปฏิรูปฯ ในครั้งนี้ว่า
    "พลเอกสนธิ ก็ออกแถลงการณ์มาหลายฉบับแสดงจุดยืนว่าไม่ได้เข้ามาเพื่อยึดอำนาจ และจะคืนอำนาจสู่ประชาชนโดยเร็ว เราเองก็สบายใจว่าจะผ่านวิกฤตไปได้ แม้จะมีการหยุดชะงักบ้างก็ตามก็ต้องมาเริ่มต้นกันใหม่ แล้วก็ย้อนไปที่ปัญหาภาคใต้ที่กำลังรุนแรงในตอนนี้หวังว่าคงดีขึ้น เมื่อทักษิณ ออกไป เพราะอย่างที่รู้ว่าการพูดจาของเขาท้าทายยิ่งไปเพิ่มความรุนแรงโดยไม่คลี่คลายสักที"

    18.25 น.
    คู่หู "สมัคร-ดุสิต" งง ข่าว ถูกจับ เผย ตอนนี้สบายดี อยู่กับครอบครัว ไม่มีแม้แต่การถูกข่มขู่

    18.26 น.
    ตามเวลาในประเทศสหรัฐอเมริกา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ขึ้นเครื่องบินเที่ยวพิเศษ จากกรุงนิวยอร์คไปกรุงลอนดอน และสัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนักว่า คิดไม่ถึงว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ตอนเดินทางมาเป็นนายกรัฐมนตรี ตอนกลับไปเป็นคนตกงาน ก็ไม่เป็นไรที่ไม่มีใครให้ทำงาน ในเมื่ออาสามาทำงานแล้วเขาไม่ให้ทำ ก็ไม่ทำ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนยังติดต่อครอบครัวได้ตลอดเวลา และยังติดต่อกับคณะปฏิรูปฯได้ไม่มีปัญหา

    18.28 น.
    มีรายงานข่าวจากคนใกล้ชิดนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า นายสมคิดจะเดินทางกลับมายังประเทศไทยในช่วงบ่ายของวันพรุ่งนี้ โดยจะไม่เดินทางไปยังประเทศสิงคโปร์แล้ว ขณะที่มีรายงานข่าวว่านายทนง พิทยะ อดีตรมว.คลัง ก็จะเดินทางกลับจากสิงคโปร์ในวันพรุ่งนี้เช่นกัน

    18.36 น.
    คณะปฏิรูปฯ ปฏิเสธข่าวลือ การประกาศเคอร์ฟิว หรือการออกจากบ้านช่วงเวลากลางคืน ขอให้ประชาชนดำเนินชีวิตตามปกติ

    18.45 น.
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 18.30 น. ที่บริเวณหน้ากองบัญชาการกองทัพบก ได้มีประชาชนประมาณ 50 คน ได้รวมตัวกันเพื่อเดินเท้ามุ่งหน้าไปยังสวนจิตรลดารโหฐาน เพื่อร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและถวายพระพรให้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

    20.01 น.
    แม้ความมืดจะเข้าปกคลุมทำเนียบรัฐบาลแล้วก็ตาม ก็ยังมีประชาชนทุกเพศทุกวัยทะยอยเดินทางมาอย่างไม่ขาดสาย แม้จะไม่มากเหมือนช่วงเย็นที่ผ่านมา ทั้งนี้เพื่อติดตามสถานการณ์และบันทึกภาพร่วมกับทหารและรถถังที่จอดนิ่งสงบภายในทำเนียบรัฐบาล

    เช่นเดียวกับการเกาะติดสถานการณ์ของกองทัพสื่อมวลชนทั้งไทยและเทศ

    20.02 น.
    พ่อค้า แม่ค้า นำของกิน เช่นน้ำดื่ม ผลไม้ และปลาหมึกย่าง ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า บริเวณทำเนียบรัฐบาล

    20.03 น.
    ทหารยังปักหลักตรึงกำลังเข้มเส้นทางเข้ากรุงเทพ บริเวณหน้าห้างเซียร์รังสิต และ ฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต ต่อเนื่อง

    20.20 น.
    ทหารกว่า 1,500 นาย พร้อมอาวุธและรถสายพานลำเลียงพล ยังตรึงกำลังเข้มทั่วเมืองเชียงใหม่ โดยประชาชนทั่วไปยังคงดำเนินชีวิตตามปกติ

    20.35 น.
    หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครอง ในระบอบประชาธิป ไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ยืนยัน ไม่มีผู้อยู่เบื้องหลังการปฏิวัติ และจะอยู่ในอำนาจเพียง 2 สัปดาห์  ก่อนแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีพลเรือน และสภาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งครั้งใหม่โดยเร็วที่สุด

    20.36 น.
    บรรยากาศในย่านสยามสแควร์ สยามพารากอน และสยามดิสโคเวอรี่ มีประชาชนและนักท่องเที่ยวบางตา ร้านค้าในย่านสยามสแควร์ปิดเกือบทั้งหมด

    20.50 น.
    มีคำสั่งจากท สน.สามเสน ปิดการจราจรข้างวังศุโขทัย เพื่อรักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบของวังศุโขทัย

    21.00 น.
    ทหารเชิญตัว"หมอมิ้ง-ชิดชัย-สมชาย" กักตัวในศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ) พร้อมเชิญ 3นายทหารรุ่น10คนสนิท "ทักษิณ" กักตัวในกองทัพบก

    21.10 น.
    กระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ ระบุรัฐบาลสิงคโปร์ หวังว่าสถานการณ์ในประเทศไทยจะกลับคืนสู่สภาพปกติในไม่ช้า พร้อมเตือนชาวสิงคโปร์ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยให้เฝ้าติดตามข่าวสาร และอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัย


    ที่มา : แหล่งข่าวจากสำนักข่าวไทย และต่างประเทศ

    September 18

    อาการของการเกิดมะเร็งในอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย



    1. มะเร็งปากมดลูก อาการ มีเลือดออกจากช่องคลอดทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เวลารอบเดือนปกติของคุณอาการเจ็บปวดและมีเลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธ์
    หากพบว่ามีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น การตรวจโดยขูด นื้อเยื่อจากบริเวณดังกล่าวไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์จะรู้ได้

    2. มะเร็งในมดลูก อาการ มีเลือดออกหลังการมีเพศสัมพันธ์ หรือบางครั้งอาจมีความรู้สึกว่ามีก้อนเนื้อหรือมีอาการบวมในช่องท้อ

    3. มะเร็งรังไข่ อาการ ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมออนหรือการมีอาการเจ็บปวดหลังการมีเพศสัมพันธ์
    มีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้อาการท้องอืดอาหารไม่ย่อย น้ำหนักลดและมีอาการปวดหลัง

    4. มะเร็งในเม็ดเลือด (ลูคีเมีย) อาการเหนื่อยง่ายและมีอาการซีดเซียวกว่าปกติมักเกิดอาการฟกช้ำดำเขียว
    หรือมีเลือดออกทางผิวหนังได้ง่ายโดยไม่ทราบสาเหตุและมักจะเกิดร่วมกับอาหารปวดตามข้อต่าง ๆ ทั่วร่างกาย
    บางครั้งจะท้องอืดและเมื่อคลำดูจะพบว่ามีก้อนบวมที่ด้านซ้ายของช่องท้อง

    5. มะเร็งปอด อาการ มักมีอาการไอบ่อย ๆ มีเลือดออกและมีเสมหะปนมากับน้ำลายน้ำหนักลดอย่างฮวบฮาบ เจ็บ หน้าอกและหายใจลำบาก
    หรืออาจมีอาการหอบปนอยู่ด้วยทั้ง ๆ ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

    6. มะเร็งตับ อาการ ปวดในช่องท้อง เบื่ออาหาร น้ำหนักลดตาและผิวเป็นสีออกเหลืองและเหลืองจัดจนเห็นได้ชัด

    7. มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ อาการ มีเลือดปนออกมากับปัสสาวะ

    8. มะเร็งสมอง อาการ ปวดศีรษะนาน ๆ และมักมีอาการอื่นร่วมด้วยเช่นอาเจียนหรือการผิดปกติของการมองเห็น ตาพร่า และเห็นแสงเขียว ๆ แดง ๆ ลอยไปมาเวลาปวดศีรษะ
    อ่อนเพลียไม่มีแรง หรือ การเป็นลมโดยกะทันหันอวัยวะบางส่วนของร่างกายหยุดทำงานเช่นมีอาการชาและเป็นอัมพาตชั่วคราวควรให้ความระวังเป็นพิเศษ
    หากคุณเคยมีประวัติการปวดหัวที่มีอาการเหล่านี้ประกอบอยู่ด้วย

    9. มะเร็งในช่องปาก อาการ มีก้อนบวมอยู่ในปาก หรือทีลิ้นเป็นเวลานานมีแผลเปื่อยที่ปากที่ไม่ได้รับการรักษา หรือเป็นแผลเรื้อรังที่เหงือก
    เนื่องจากการกดทับของฟันปลอมที่ใส่ไว้ประจำหรือเป็นเวลานาน

    10. มะเร็งในลำคอ อาการ เสียงแหบพร่าไปทันที มีก้อนบวมในทันทีทำให้รู้สึกว่ากลืนอาหารได้ลำบาก หรือมีการขยายตัวของต่อมในลำคอที่โตขึ้นจนสามารถจับและรู้สึกได้

    11. มะเร็งในกระเพาะอาหาร อาการน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วอาเจียนออกมาเป็นเลือดท้องอืดหรืออาหารไม่ย่อยบ่อย รู้สึกเหมือนมีก้อนเนื้องอกในช่องท้องหรือรู้สึกตื้อ
    แม้เพิ่งจะรับประทานอาหารไปได้ไม่กี่คำ

    12. มะเร็งทรวงอก อาการมีเลือดหรือของเหลวบางอย่างไหลออกมาจากหัวนมบวมหรือผิวเนื้อทรวงอกหนาขึ้นมีก้อนบวมจนจับได้เมื่อคลำบริเวณใต้รักแร้
    บางครั้งอาจมีตุ่มหรือสิวเกิดขึ้นที่เต้านมเป็นเวลานานควรระวังเพราะผู้หญิง 9 ใน 10 คนจะมีอาการบวมของก้อนเนื้อบริเวณทรวงอกโดยไม่ทราบสาเหตุเมื่อมีอายุมากขึ้น
    เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนทำให้เกิดเป็นถุงน้ำใต้ผิวหนังที่เรียกว่าซีสต์ซึ่งควรต้องค้นหาสาเหตุของอาการบวมนั้นให้ชัดเจนเสียก่อนว่าคืออะไรกันแน่

    13. มะเร็งลำไส้ อาการน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วมีอาการปวดท้องอย่างมากและระบบการย่อยผิดปกติ มีเลือดออกปนมากับอุจจาระ

    ****ซึ่งมีวิธีสังเกตของผู้ที่มีอาการเกี่ยวกับริดสีดวงทวารอยู่แล้วคือถ้าใช้กระดาษทิชชูซับแล้วเลือดมีสีแดงสดนั่นคืออาการของริดสีดวงทวารแต่ถ้าเลือดมีสีดำคล้ำนั่นคือ
    อาการของโรคมะเร็งในลำไส้

    14. มะเร็งต่อมน้ำเหลือง อาการมีก้อนบวมเกิดขึ้นที่ใต้รักแร้หรือใต้ขาหนีบโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไม่ได้เกิดอาการติดเชื้อในบาง ส่วนของร่างกายมะเร็งผิวหนัง
    อาการมีแผลหรือแผลเปื่อยพุพองที่ไม่ได้รับการรักษาอยู่เป็นเวลานานตลอดจนไฝหรือหูดที่โตขึ้นและมีการเปลี่ยนสีหรือรูปร่าง ขนาด นอกจากนี้อาการอันตรายอีกอย่างหนึ่ง
    ที่ เรียกว่าเมลาโนมา (Melanoma)คือเนื้องอกที่ประกอบด้วยเซลล์ที่มีเมลานินสะสมอยู่ เช่น กระจุดด่างหรือไฝถ้าคุณมีไฝมากกว่า 50 เม็ดทั่วร่างกาย
    หรือมีคนในครอบครัวที่มีประวัติว่าเคยเป็นโรคนี้มาก่อนคุณจะมีอัตราเสี่ยงสูงกว่าคนอื่นๆ ส่วนอันนี้เค้าฟอเวิร์ดติดมาด้วย

    ถึงท่านผู้โชคดี ขอให้ท่านนำเรื่องนี้ไปบอกต่อเป็นวิทยาทาน ท่านจะโชคดีมีความสุขตลอดกาล ตำรานี้ใช้แก้โรคมะเร็งผู้เป็นมะเร็งจะหายโดยไม่คาดคิด
    สำหรับมะเร็งจะหายภายใน 6 วัน



    วิธีรักษา - ไปที่ร้านยาจีน ซื้อหัวเตย 1 ตำลึง หัวขิง 1 ตำลึงก้อนเกลือ 3 ก้อน นำมารวมกันแล้วแช่น้ำทิ้งไว้ 1 วัน ในน้ำ 1 ชาม ให้ดื่มจนหมดชาม



    สรรพคุณในการรักษา - หลังจากดื่มยานี้แล้ว ควรดื่มน้ำตามมาก ๆ นำส่วนที่เหลือมารับประทาน

    ยานี้จะขับเอาของเสียออกทางอุจจาระหรือปัสสาวะไม่ต้องตกใจ เป็นการขับของเสียออกหมดแล้วจะปกติ


    ***ตำรานี้ห้ามซื้อขาย หรือคิดเป็นเงินค่ารักษา


    และขออย่าได้เก็บไว้เป็นส่วนตัวโดยเด็ดขาด


    หากท่านผู้อื่นรับทราบด้วยใจศรัทธาและกุศลจิตของท่าน



    ท่านและครอบครัวจะประสบแต่ความสุข ความสมหวังทุกประการ

    โดย : 3214

    August 04

    คนโง่ คนฉลาด คนเจ้าปัญญา

     
     # ว่าด้วยความคิด #
     
      คนโง่ :           ทำก่อนแล้วถึงคิด จึงผิดพลาดอยู่เนือง ๆ ต้องเปลืองเวลาและความรู้สึก ตามแก้ปัญหาอยู่เนือง ๆ
      คนฉลาด :       คิดมากก่อนแล้วจึงทำ  จึงเพ้อเจ้ออยู่เป็นประจำ  แม้ประสงค์จะทำดีมาก  แต่ทำได้น้อย  เพราะเขม่าความคิดปิดกั้นความหาญกล้า
      คนเจ้าปัญญา :  คิดไปทำไป  จึงทำได้อย่างที่คิด  และคิดพอดีที่ทำ  ประหยัดพลังงานและบริหารเวลาได้เหมาะสม ลดความหลอน ป้องกันความผิดพลาดขื่นขม
                         และประสบความสำเร็จโดยไม่เหนื่อย
     
    # ว่าด้วยการทำงาน #
     
      คนโง่ :           ทำงานเพื่อเงิน  จึงได้เงินมาอย่างยากเย็นและมักไม่ได้คุณค่าอื่น ๆ ของงาน
      คนฉลาด :       ทำงานเพื่องาน  จึงได้ผลงานที่ยิ่งใหญ่ และได้เงินตามมาโดยง่าย
      คนเจ้าปัญญา :  ทำงานเพื่อหยิบยื่นคุณค่าแก่สังคม   เขาจึงได้ผลงานที่น่าชื่นชม เงิน ชื่อเสียง และมิตรมหาศาลย่อมตามมา
     
     
    # ว่าด้วยการสร้างความมั่งคั่งร่ำรวย #
     
      คนโง่ :           ชอบรวยทางลัด จึงจนอย่างรวบรัดได้เช่นกัน
      คนฉลาด :       ชอบรวยเชิงระบบ ต้องอิงอาศัยระบบจึงจะรวย เมื่อระบบล่มก็ต้องล้มไปด้วย
      คนเจ้าปัญญา :  ชอบรวยด้วยความยินดี จึงรวยในทุกระดับที่มี ได้ดูดซับคุณค่าของสิ่งที่มีอย่างแท้จริง รวยและเป็นสุขเสมอ
     
    July 31

    สีรถที่ถูกโฉลกตามวันเกิด

    คนเกิดวันพุธ  (กลางคืน 18.01-06.00)

     

    - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันพุธ (กลางคืน) ห้ามใช้ บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม เพราะเป็นอักษรกาลกิณี
    -
    เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 5 และเลข 4
    -
    ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพฤหัสบดี เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพุธ (กลางวัน)
    เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด
    -
    ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันพุธ (กลางคืน)

    รถสีชมพู
    เสริมดวงให้คนเชื่อถือและไว้วางใจ

    รถสีดำ
    เสริมดวงด้านความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน

    รถสีเทา สีบรอนซ์
    เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

    รถสีม่วงแก่
    เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

    รถสีน้ำเงิน สีฟ้า
    เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น

    รถสีแดง สีน้ำตาล
    เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี

    รถสีส้ม สีทอง
    เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต

     

    คนเกิดวันพฤหัสบดี

     

    - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันพฤหัสบดี ห้ามใช้ ด ต ถ ท ธ น เพราะเป็นอักษรกาลกิณี
    -
    เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 7
    -
    ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันเสาร์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิด
    -
    ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันพฤหัสบดี

    รถสีขาว
    เสริมดวงให้คนเชื่อถือและไว้วางใจ

    รถสีแดง
    เสริมดวงด้านความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

    รถสีเทา สีบรอนซ์
    เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น

    รถสีฟ้า
    เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี

    รถสีเขียว
    เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

    รถสีส้ม สีทอง
    เสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา

    รถสีดำ สีม่วง สีน้ำเงิน
    เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต

    คนเกิดวันศุกร์

     

    - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันศุกร์ ห้ามใช้ ย ร ล ว เพราะเป็นอักษรกาลกิณี
    -
    เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 8 และเลข 7
    -
    ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพุธ (กลางคืน) เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันเสาร์
    เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด
    -
    ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันศุกร์

    รถสีเขียว
    เสริมดวงให้คนเชื่อถือและไว้วางใจ

    รถสีสีแดง สีทอง
    เสริมดวงด้านความก้าวหน้าเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน

    รถสีแดง สีชมพู
    เสริมดวงด้านความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

    รถสีเหลือง
    เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

    รถสีดำ
    เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น

    รถสีน้ำตาล
    เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี

    รถสีฟ้า สีน้ำเงิน
    เสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา

    รถสีเทา สีบรอนซ์ สีม่วง
    เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต

    คนเกิดวันเสาร์

     

    - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันเสาร์ ห้ามใช้ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ เพราะเป็นอักษรกาลกิณี
    -
    เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 4 และเลข 6
    -
    ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพุธ (กลางวัน) เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันศุกร์
    เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด
    -
    ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันเสาร์

    รถสีแดง
    เสริมดวงให้คนยอมรับเชื่อถือและไว้วางใจ

    รถสีชมพู
    เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

    รถสีน้ำเงิน สีฟ้า
    เสริมดวงด้านความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

    รถสีทา สีบรอนซ์
    เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี

    รถสีทอง สีเหลือง
    เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น

    รถสีดำ สีม่วงแก่
    เสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา

    รถสีเขียว สีแสด
    เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต

    รถที่ถูกโฉลกตามวันเกิด

     

    คนเกิดวันอาทิตย์

     

    - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันอาทิตย์ ห้ามใช้ ศ ษ ส ห ฬ ฮ เพราะเป็นอักษรกาลกิณี
    -
    เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 6 และเลข 3
    -
    ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันศุกร์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันอังคาร เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด
    -
    ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันอาทิตย์

    รถสีแดงก่ำหรือสีแดงเลือดหมู
    เสริมสง่าราศี มากด้วยบุญญาบารมี มีอำนาจวาสนา คนนบนอบยำเกรง

    รถสีดำ
    เสริมความน่าเคารพนับถือ เสริมดวงเรื่องทรัพย์สินเงินทอง การเงิน

    รถสีขาว สีครีม
    เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

    รถสีม่วงเปลือกมังคุด
    เสริมดวงด้านศรัทธา ความน่าเชื่อถือ ความไว้วางใจ และดวงเรื่องการเงิน

    รถสีเขียว
    เสริมดวงให้คนรักเมตตา อุปถัมภ์ค้ำชู ช่วยเหลือทำให้สะดวกราบรื่นในเรื่องต่างๆ

    รถสีบรอนซ์ สีเทา สีทอง
    เสริมดวงเรื่องเมตตามหานิยม เสริมเสน่ห์ การสนับสนุนเกื้อกูล

    รถสีฟ้า สีน้ำเงิน
    ไม่ควรออกรถสีนี้ เพราะเป็นกาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต

     

    คนเกิดวันจันทร์

     

    - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันจันทร์ ห้ามใช้ สระทั้งหมด (เว้นไม้หันอากาศและตัวการันต์) เพราะเป็นอักษรกาลกิณี
    -
    เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 1 และเลข 5
    -
    ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันอาทิตย์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพฤหัสบดี
    เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด
    -
    ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันจันทร์

    รถสีส้ม สีเหลืองแก่
    เสริมดวงเรื่องการเงิน ความมั่นคง ทุนทรัพย์ ราคาและคุณค่าที่จะเพิ่มพูนให้แก่ตนเองในปัจจุบันและภายภาคหน้า

    รถสีดำ
    เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

    รถสีน้ำเงิน สีทอง
    เสริมเสน่ห์ ผู้ใหญ่รักเมตตาและเอ็นดู มีแต่สิ่งที่เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา

    รถสีม่วงเปลือกมังคุด
    เสริมดวงด้านความสะดวกราบรื่นทุกอย่าง

    รถสีชมพู
    เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

    รถสีฟ้า
    เสริมดวงให้ประสพความสำเร็จในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

    รถสีเขียว
    อำนาจวาสนา บารมี เกียรติยศ และชื่อเสียงตำแหน่งหน้าที่การงาน อานุภาพอิทธิพลที่ทำให้คนเคารพยำเกรง มีความสามารถในการควบคุมบังคับบัญชาคน

    รถสีแดง
    สีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต

     

    คนเกิดวันอังคาร

     

    - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันอังคาร ห้ามใช้ ก ข ค ฆ ง เพราะเป็นอักษรกาลกิณี
    -
    เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 2 และเลข 1 และห้ามเลข เพราะทะเบียนที่มีเลข จะมีเรื่องและเกิดอุบัติบ่อยๆ
    ทำให้เสียเงินทองหรือทำให้เจ้าของได้รับบาดเจ็บ
    -
    ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันจันทร์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันอาทิตย์
    เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด
    -
    ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันอังคาร

    รถสีม่วงแก่
    เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี

    รถสีดำ
    เสริมดวงด้านพลังอำนาจ เกียรติยศ และชื่อเสียงตำแหน่งหน้าที่การงาน อานุภาพอิทธิพลที่ทำให้คนเคารพยำเกรง มีความสามารถในการควบคุมบังคับ

    รถสีบรอนซ์ สีเทา
    เสริมความน่าเชื่อถือ ความไว้วางใจ

    รถสีทอง สีแสด
    เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

    รถสีน้ำตาล
    เสริมดวงด้านความมั่นคงในชีวิต เช่นมั่นคงเรื่อง หลักทรัพย์ ทรัพย์สิน หน้าที่การงาน

    รถสีเขียว
    เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง

    รถสีแดง สีชมพู
    เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

    รถสีขาว สีเหลืองนวล
    เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต

    คนเกิดวันพุธ  (กลางวัน 06.01-18.00)

     

    - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันพุธ (กลางวัน) ห้ามใช้ จ ฉ ช ซ ฌ ญ เพราะเป็นอักษรกาลกิณี
    -
    เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 3 และเลข 8
    -
    ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันอังคาร เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพุธ (กลางคืน)
    เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด
    -
    ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันพุธ (กลางวัน)

    รถสีน้ำเงิน สีฟ้า
    เสริมดวงด้านความเคารพนับถือ ยกย่องยอมรับ

    รถสีน้ำตาล สีทอง
    เสริมดวงด้านพลังอำนาจ เกียรติยศ และชื่อเสียงตำแหน่งหน้าที่การงาน อานุภาพอิทธิพลที่ทำให้คนเคารพยำเกรง มีความสามารถในการควบคุมบังคับ

    รถสีขาว สีเหลืองอ่อน
    เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

    รถสีเทา สีบรอนซ์
    เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

    รถสีดำ
    เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น

    รถสีม่วงแก่
    เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี

    รถสีเขียว
    เสริมดวงด้านเสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา

    รถสีชมพู สีแสด
    เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต

    July 28

    คุณค่าของสิ่งที่มีอยู่กับตัวเรา

    >ความสุข สิ่งที่ใคร ๆ ต่างไขว่ขว้า
    >
    >
    >
    >คุณอยากได้กล้องถ่ายรูปแบบดิจิตัลสักตัวหนึ่ง
    >หลังจากหาข้อมูลมาหลายวันทั้งจากหนังสือพิมพ์และคนรู้จัก
    >ก็ตัดสินใจได้ว่าจะซื้อยี่ห้อและรุ่นอะไร
    >
    >
    >คุณใช้เวลา ๒-๓ วันในการหาร้านที่ขายถูกที่สุด
    >แล้วคุณก็พบร้านหนึ่งซึ่งขายต่ำกว่าราคาทั่วไปถึง ๒๕ %
    >คุณตัดสินใจควักเงิน ๗,๕๐๐ บาท แล้วพากล้องใหม่กลับบ้าน
    >ด้วยความปลื้มใจที่ได้ทั้งของดีและราคาถูก
    >
    >
    >แต่เมื่อกลับถึงบ้าน ตั้งใจว่าจะไปเล่าให้เพื่อนบ้านฟัง
    >แต่กลับพบว่าเขาเพิ่งซื้อกล้องยี่ห้อและรุ่นเดียวกับคุณ
    >แต่ซื้อได้ถูกกว่านั้น คือจ่ายไปเพียง ๕,๐๐๐ บาทเท่านั้น
    >
    >
    >คุณจะรู้สึกอย่างไรั้น? ยังจะยิ้มได้อีกหรือไม่ ?
    >
    >
    >……….
    >
    >
    >
    >แต่ถ้าคุณยิ้มไม่ออก ก็น่าถามตัวเองว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ?
    >ก็คุณเพิ่งได้ของใหม่มา แถมจ่ายน้อยกว่าคนทั่วไป
    >อีกทั้งสินค้าก็มีคุณภาพและถูกใจคุณเสียด้วย
    >
    >
    >ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลที่คุณน่าจะดีใจมิใช่หรือ?
    >แต่ทำไมคุณถึงเสียใจหรือถึงกับโมโหตัวเอง
    >เป็นเพราะคุณไปเปรียบเทียบกับเพื่อนบ้านใช่หรือไม่?
    >
    >
    >
    >
    >คุณมีกล้องดีที่น่าพอใจ แต่ทันทีที่คุณไปเปรียบเทียบกับกล้องของคนอื่น
    >ความรู้สึกไม่พอใจก็เข้ามาแทนที่ คนเราไม่พอใจกับสิ่งที่ตนมีก็เพราะเหตุนี้
    >จึงมีผู้กล่าวว่าการเปรียบเทียบเป็นหนทางลัดไปสู่ความทุกข์
    >
    >
    >เคยสังเกตหรือไม่ว่า มีคนจำนวนไม่น้อยที่มักคิดว่ารถของคนอื่นดีกว่ารถของตัว
    >แฟนของคนอื่นสวย่(หรือหล่อ)กว่าแฟนของตัว ลูกของคนอื่นเก่งกว่าลูกของตัว
    >และอาหารที่คนอื่นสั่งมักน่ากินกว่าจานของตัว
    >
    >
    >ถ้าคุณเป็นหนึ่งในจำนวนนั้น ชีวิตคงจะหาความสุขได้ยาก
    >แม้จะได้มามากเท่าไร ก็ไม่พอใจเสียที
    >
    >
    >
    >อย่าว่าแต่ของที่ซื้อมาด้วยเงินของตัวเลย แม้ของที่เราได้มาฟรี ๆ
    >เช่น ได้โทรศัพท์มือ ถือมาฟรี ๆ ๑ เครื่อง
    >ที่จริงน่าจะดีใจ แต่เมื่อรู้ว่าคนอื่นได้รับแจกรุ่นที่ดีกว่าและแพงกว่า
    >
    >
    >จากเดิมที่เคยยิ้มจะหุบทันที แถมยังจะทุกข์ยิ่งกว่าตอนที่ยังไม่ได้รับแจกด้วยซ้ำ
    >นั่นเป็นเพราะไปเปรียบเทียบกับคนอื่นใช่ไหม ?
    >ทั้งๆ ที่ตนมีโชคแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกว่าตนโชคไม่ดีเหมือนคนอื่น
    >
    >
    >
    >ความทุกข์ของผู้คนสมัยนี้ส่วนใหญ่เกิดขึ้นเพราะไปมองคนอื่นมากเกินไป
    >
    >เราจึงไม่เคยพอใจกับสิ่งที่มีหรือเป็นเสียที แม้ว่าจะสวยหรือหุ่นดีเพียงใด
    >ก็ยังรู้สึกว่าตัวเองขี้เหร่ ผมไม่สลวย ผิวคล้ำไป
    >แถมวงแขนก็ไม่ขาวนวลเหมือนดารา
    >
    >
    >แต่เมื่อใดที่เราหันมาพอใจกับสิ่งที่ตนมี
    >มองเห็นแง่ดีของสิ่งที่มีอยู่และเป็นอยู่
    >ความสุขจะเพิ่มพูนขึ้นมามากมายทันที
    >
    >
    >จิตใจจะเบาขึ้น และชีวิตจะหายเหนื่อย
    >เพราะไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องวิ่งไล่ล่าหาซื้อสิ่งของต่าง ๆ มากมาย
    >เพียงเพื่อจะได้มีเหมือนคนอื่นเขา
    >
    >
    >
    >พอใจในสิ่งที่เรามี
    >ภูมิใจในสิ่งที่เราเป็น
    >เห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่กับตัว
    >นี้คือเคล็ดลับสู่ชีวิตที่เบาสบายและสงบเย็น
    >
    >
    >โดย พระไพศาล วิสาโลวิต

    --- คุณสมบัติเด่นๆของนมแพะ มีอย่างไรบ้าง ---



    1. โปรตีนในรูปกรดอะมิโนของนมแพะค่อนข้างจะครบถ้วน
    2. เม็ดโปรตีนและเม็ดไขมันมีขนาดเล็ก
    3. มีกรดไขมันพิเศษ คาโพรอิก (Caproic) คาพริลิก (Caprylic) คาพริก (Capric) ช่วยใน เรื่องลด การสะสมคลอเลสเตอรอลในเส้นเลือด
    4. มีวิตามีน เอ บำรุงสายตา และวิตามิน บี ช่วยบำรุงผิวพรรณและเส้นผม
    5. แคลเซียม ช่วยในเรื่องบำรุงกระดูกและฟัน อีกทั้งแร่ธาตุอื่นๆเช่น ฟอสฟอรัส แมกนีเซียมก็ ช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง

    --- ทำไมนมแพะถึงย่อยง่าย / และมีประโยชน์อย่างไร ---

    1. เพราะนมแพะมีเม็ดโปรตีนและเม็ดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย ขนาดเล็กทำให้น้ำย่อยแทรกซึม เข้าไปย่อยได้ง่ายและเร็ว
    2. โดยเฉลี่ยเม็ดไขมันในนมแพะมีขนาดประมาณ 3 ไมครอนและเป็นไขมันอิสระไม่จับตัวกับ สารอื่น กรดไขมันจึงย่อยสลายได้เร็วด้วยน้ำย่อย
    3. ทำให้ดูดซึมไปเป็นแหล่งสารอาหารได้ทันที ไม่สะสมและคั่งค้างในกระเพาะ

    --- นมแพะย่อยง่ายกว่านมวัวแค่ไหน ---

    นมแพะใช้เวลาในการดูดซึมไปใช้ประโยชน์ 20 นาที นมวัวใช้เวลา 2 ชั่วโมง (นมแพะย่อยง่าย และเร็วกว่า 6 เท่า)

    --- ทำไมนมแพะจึงเหมาะกับคนที่เป็นโรคกระเพาะ ---

    เพราะมีคุณสมบัติช่วยปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างในกระเพาะให้กลับสู่สมดุล จึงลดอาการปวด เสียดจากโรคกระเพาะ

    --- นมแพะช่วยลดการสะสมของคลอเลสเตอรอลในเส้นเลือดได้อย่างไร ---

    1. มีกรดไขมัน คาโพรอิก(Caproic) คาพริลิก(Caprylic) คาพริก(Capric) ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดการ สร้างคลอเลสเตอรอลจากตับอ่อน จึงลดการสะสมของคลอเลสเตอรอลในเส้นเลือด2. อย่างไรก็ตาม ควรควบคุมการบริโภคอาหารประเภทอื่น ๆ ด้วย เช่น หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง

    --- นมแพะมีรสชาติเข้มข้นและมัน ถ้าดื่มแล้วจะอ้วนหรือไม่ ---

    1. ความมันของนมมาจากเม็ดโปรตีนและเม็ดไขมันที่ละเอียด จึงทำให้รู้สึกรสชาติเข้มข้น
    2. นมแพะศิริชัยเป็นนมสดแท้ 100 % ไม่ผสมน้ำหรือนมผง ไม่เติมน้ำตาล คนที่เป็นโรคเบาหวาน สามารถดื่มได้ ประกอบกับ มีคลอเลสเตอรอลและไขมันอิ่มตัวค่อนข้างต่ำ จึงไม่เป็นสาเหตุที่ทำ ให้อ้วน

    --- นมแพะช่วยโรคภูมิแพ้ได้อย่างไร ---

    ปกติการดื่มนมทำให้ร่างกายได้สารอาหารที่มีคุณค่าและช่วยให้สุขภาพแข็งแรง นมแพะก็เป็น นมอีกประเภทที่ให้คุณค่าสารอาหารต่อร่างกาย มีกรดอะมิโนที่จำเป็นครบถ้วน เมื่อร่างกายได้ รับสิ่งที่เป็นประโยชน์ จะสามารถเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคได้


    โปรตีนและไขมันในนมของแพะย่อยได้มากกว่าโค ทำให้มี คุณค่าต่อคนชรา
    ผู้ป่วยโดยเฉพาะที่เป็นโรคกระเพาะ และเด็กที่ แพ้นมโค เม็ดไขมัน ในนมแพะ
    (fat globules) มีขนาดเล็กกว่าไขมัน ในนมโคและมีกรดไขมัน สายโซ่สั้น (C6 ,C8,C10,C12) อยู่สูงกว่า จึงกระจายตัวได้ดีกว่า

    นอกจากนี้ยังมีวิตามินเอ ไนอาซิน โคลีน และอีโนซิทอลสูงกว่า
    July 27

    บันทึกสุดท้ายของ ดร.วรฑา วัฒนะชยังกูร (อภิวัฒน์ วัฒนางกูร)

    บันทึกสุดท้ายของ ดร.วรฑา วัฒนะชยังกูร (อภิวัฒน์ วัฒนางกูร)

      

    จากนิตยสารรายเดือน จีเอ็ม ฉบับเดือน พฤษภาคม 2549 หน้า 232-233

      

         1) ตอนที่ผมไปเรียนต่อต่างประเทศ เราจะกลัวไปหมดทุกเรื่อง

    แต่คุณแม่เขียนจดหมายมาสอนผมว่า อย่ากลัวในสิ่งที่มองไม่เห็น

    เพราะถ้าเราไปตั้งท่ากลัวเสียก่อน มันก็จะไม่เกิดสติปัญญาที่จะไปแก้ไขปัญหา

    สู้เราทำตัวสบาย ๆ แล้วแก้ไขปัญหาไปตามธรรมชาติจะดีกว่า

     

          2) คนไทยเราเรียนปริญญาโทเพราะคิดว่าเรียน ๆ ไปเถอะ

    เราแยกเอาการเรียนรู้และชีวิตออกจากกัน

    เชื่อแต่ว่าพอจบการศึกษาแล้วค่อยใช้ชีวิต

    แต่ในต่างประเทศการเรียนรู้เป็นการกระทำที่ต่อเนื่อง

    มันเป็นสิ่งที่เคียงคู่กับการใช้ชีวิต

     

       3) คุณพ่อ-คุณแม่ผมเป็นคนที่เชื่อมั่นในการศึกษา

    การศึกษาเป็นสิ่งที่ไม่สามารถมีใครขโมยไปได้

    การศึกษาเป็นทรัพย์สินที่ต่อเนื่อง

    คุณพ่อ-คุณแม่จึงพยายามทุกวิถีทางให้ผมมีการศึกษาที่ดี

    ยอมขายที่นาเพื่อให้สามารถส่งเสียผมไปเรียนได้

    ทุกครั้งที่เห็นเด็กไม่สนใจการเรียน ผมจะรู้สึกเศร้าใจมาก ๆ

    หากมีโอกาสได้ทำบุญ ผมจะเลือกทำบุญกับโอกาสทางการศึกษาของเด็ก

     

       4) การที่คนเราจะมองหาจุดมุ่งหมายของชีวิตให้เจอ

    มันเกิดขึ้นต่างรูปแบบกัน

    ต้องถามตัวเองว่าอะไรคือสิ่งที่เราอยากจะทำที่สุดในชีวิตกันแน่

    ผมเชื่อว่าทุกคนต้องหาให้เจอ ไม่ช้าก็เร็ว

    เราจะได้มีพลังขับเคลื่อนให้ไปถึงจุดมุ่งหมาย


       5) ผมคร่ำเคร่งกับการเรียนเพราะเป็นสิ่งที่เราไปอยู่ตรงนั้นเพื่อที่จะทำมัน

    เราไม่ได้ไปอเมริกาเพื่อท่องเที่ยว เราไปเพื่อศึกษา

    อย่าลืมว่าผมทำงานไปด้วย

    เพราะฉะนั้นผมไม่ได้พลาดโอกาสที่จะเรียนรู้ชีวิตในอีกแบบหนึ่ง

    ในขณะเดียวกันผมก็ไม่พลาดโอกาสที่จะเปิดหูเปิดตาไปท่องเที่ยว

    ผมคิดว่าชีวิตผมค่อนข้างจะรอบด้าน

    ได้ศึ่กษาทั้งวิชาการและทำงานแบบผู้ใช้แรงงาน

     

    6) มองย้อนกลับไป ผมจะเลือกเงินหรือชีวิตเหรอ?

    ก็ผมนี่ไง ผมเป็นตัวอย่างของคนที่มุ่งหน้าหาเงิน

    เพราะว่าผมมีแผนการในชีวิตมากมายที่ต้องสร้างสมเอาไว้เพื่อครอบครัว

    มันไม่ถึงกับลืมใช้ชีวิตหรอก แต่ไม่ค่อยได้มีโอกาสใช้ชีวิตมากกว่า

    ที่สุดแล้วมันก็นำพาซึ่งความเจ็บป่วย ...

     

       ที่สุดแล้วผมก็หาเงินตามจุดมุ่งหมายได้ไม่มากเท่าที่ควร

    เราบอกว่าเราจะทำงานสัก 20 ปี แต่ว่าโอกาสของเรามีแค่ 10 ปี

    เพราะหลังจากที่ตรากตรำทำงานมาหนัก ร่างกายบอกว่ามันทำได้แค่นี้

    เพราะฉะนั้นก็ลงเอยด้วยการที่ไปไม่ถึงฝั่งฝัน...

     

     

       7) ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ผมคงเลือกทั้งเงินและชีวิต

    เพราะว่าเราปฏิเสธไม่ได้ว่าเงินก็ยังเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิต

    แต่ว่ามันไม่ใช่สรณะ ผมเลือกที่จะกระจายการทำงาน

    กระจายความทุ่มเทนั้นออกไป เพื่อให้สามารถทำงานได้นานมากขึ้น

    และตัวผมเองสามารถที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้นาน ๆ

     

       8) ความทรงจำที่มีค่ามากสำหรับผม

    มักเกิดขึ้นในช่วงเวลาเล็ก ๆ ที่ผมอยู่กับตัวเอง

     

            9) ผมเคยเขียนการ์ดเล็ก ๆ ให้ภรรยา

    สรุปความได้ว่า เวลาที่คนสองคนเดินไปบนชายหาด

    ตอนที่เราหันกลับมามองก็จะเห็นเป็นรอยเท้าเล็ก ๆ 2 คู่

    เดินไปเดินมา ทำไมเราจึงเห็นรอยเท้าเหลืออยู่แค่คู่เดียวล่ะ

    อีกคนหนึ่งหายไปไหนหรือ คำตอบคือไม่มีใครหายไปไหนหรอก

    แต่อีกคนกำลังอุ้มอีกคนหนึ่งเอาไว้ ผมหมายถึงตัวผมอุ้มเขาอยู่

    เป็นคำมั่นสัญญาว่าผมจะดูแลเขาไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่

     

     

       10) ครั้งหนึ่งที่ผมฟังดุริยมนตราซึ่งเป็นเสียงสวดมนต์ที่ประกอบไปกับดนตรี

    ผมฟังแล้วผมร้องไห้มาก แล้วบอกกับตัวเองว่าถ้าชีวิตผมจะหาไม่จริง ๆ

    ด้วยอาการเจ็บป่วยนี้ ผมอยากจะบอกคุณพ่อกับคุณแม่ว่า ...

    ผมได้คุณพ่อกับคุณแม่ที่ประเสริฐที่สุด ...

    ไม่ใช่แค่เลี้ยงดูสั่งสอนให้แนวทางชีวิตในยามที่ผมปกติดีอยู่

    แต่ในยามเจ็บป่วยคุณพ่อ-คุณแม่ไม่เคยห่าง

    มาหาผมที่โรงพยาบาลทุกวัน

    อยากให้ท่านได้รู้ว่าผมมีคุณพ่อ-คุณแม่ที่ผม

    ไม่สามารถเรียกร้องหาได้ดีกว่านี้จากที่ไหน

     

       11) ในความเป็นพ่อ ผมให้คะแนนความพยายามมากกว่าผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้น

    ผมคิดว่าคะแนนความพยายามของผมที่ 80

    มันไม่เต็มร้อยหรอกครับเพราะมีข้อจำกัดเรื่องเวลา

    แต่ลูก ๆ มีแกนกลางคือเขามีแม่ที่ดี เพราะฉะนั้นลูก ๆ จะไม่เคยรู้สึกว่าขาดพ่อ

    เพราะว่าแม่ทดแทนได้หมด

          แม่ไม่ใช่เพียงแค่คนที่พยายามรักษาความสมดุลในครอบครัว

    แต่เขาเป็นศูนย์กลางของจักรวาลในครอบครัวเรา

    นี่ไม่ใช่การถ่อมตน แต่เป็นการพูดในความรู้สึกที่แท้จริง

    เขาเป็นดวงใจของเราทุกคน ให้กลับกัน ผมไม่เชื่อด้วยซ้ำว่าผมทำได้

    เพราะว่าผมอาจจะถนัดเรื่องจัดหามากกว่าการดูแล

    ใครอยากได้อะไรผมจะหามาให้

    ขอแค่ให้รู้เถอะไม่ต้องเอ่ยปากหรอกผมจะไปหามาให้

     

       12) ชีวิตผมไม่มีอะไรนอกจากบริษัทเจเอสแอลและครอบครัว

    ผมมีแค่นี้ ผมไม่มีอย่างอื่นอีกแล้ว

     

       13) การเป็นพ่อเป็นเรื่องของธรรมชาติ ไม่ต้องใช้อะไรเป็นพิเศษ

    ไปมากกว่าความรักทั้งหมด ผมเคยเซ็นหนังสือให้ลูกว่า

    สำหรับน้องเพชร ด้วยความรักทั้งหมดในหัวใจพ่อ

    ถ้าคุณรักลูก คุณก็พร้อมที่จะทำทุกอย่างกับเขา

    และตรงนี้ต่างหากที่เพิ่มเติมมาด้วยสติปัญญา

    พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อที่จะมีเวลาอยู่ด้วยกัน

    เรียนรู้ถึงความต้องการและความฝันของเขา

    แต่บางครั้งลูกก็ไม่ได้อยากอยู่กับเราเสมอไป

    เขาอาจจะมีธุระอื่น ฉะนั้นความรักและความเข้าใจจะต้องมาเป็นอันดับต้นเลย

    เราต้องพยายามหาหนทางละมุนละไมที่จะโอบแขนของ

    เขาเข้าไปอยู่ในชีวิตของเขาให้ได้....

     

                14) ผมไม่ขอเปรียบเทียบชีวิตการเป็นพิธีกรของผมกับคนอื่นๆ

    ตอนที่ทำรายการจันทร์กะพริบใหม่ ๆ ผมจบดอกเตอร์มา

    มันยิ่งสร้างความคาดหวังว่าจะทำอะไรดีๆ ได้อีกเยอะ

    ต้องศึกษาหาความรู้เยอะ อ่านประวัติของแขกรับเชิญมาล่วงหน้า

    ซึ่งจะทำให้เราไม่รู้สึกห่างไกลจากเขา รายการจันทร์กะพริบเป็นงานที่ยาก

    ผมใช้เวลากว่า 2 ปีจึงจะหาตัวเองพบ

     

     

       ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าการเป็นพิธีกรมันคือการแสดง

    ในเมื่อมันคือการแสดง อะไรล่ะคือบุคลิกภาพจริง ๆของเรา

    เวลาที่เราขอคำแนะนำจากใคร 10 คน เราจะได้คำตอบ 10 อย่าง

    เพราะฉะนั้นผมเลยคิดว่าที่สุดแล้วผมเชื่อตัวเองอีกว่า

    ผมไม่ใช่คนถามจาบจ้วงหรืออยากให้เฮฮากว่านี้ ผมว่าไม่ใช่ผม

    ผมเป็นคนที่ให้เกียรติคน เป็นคนที่มีบุคลิกพูดง่าย ๆ

    ว่านุ่มนิ่มบางทีมันเป็นจุดอ่อน

    แต่เราต้องพัฒนาให้เป็นจุดแข็งให้ได้ เอาความอ่อนโยนมาเป็นเสน่ห์

    เอาความนุ่มนิ่มมาเป็นวิธีการถามคำถามทำให้เกิดความอบอุ่นขึ้น

     

       15) ครั้งแรกที่ผมสัมภาษณ์ ทอดด์ ทองดี เขาบอกว่ายูรู้ไหม

    ว่าการที่ยืนอยู่ด้วยกันบนเวที มันมีไออุ่นของคนที่อยู่ใกล้กัน

    เขาไม่รู้สึกอบอุ่นแบบนี้กับใครเท่าที่ยืนอยู่ใกล้ผม

    ผมมีความรู้สึกว่านั่นแหละคือการที่เราหาตัวเองเจอ

    ธรรมชาติของผมคือเป็นผู้ชายที่อบอุ่นนั่นเอง

     

       16) ทุกวันนี้ผมดูทีวีได้ไม่นาน เพราะว่าเสียงมันดังเกินไป

    รายการโทรทัศน์น่าจะมีความนุ่มนวลแล้วค่อยทะยานขึ้นไปถึงความตื่นเต้น

    แต่ทุกวันนี้มันมีแต่ความเปรี้ยงปร้าง อาจเป็นเพราะว่าการแข่งขันมันสูง

    พิธีกรต้องขุดมุกมาใช้เพื่อให้ได้ชื่อว่าสามารถสร้างเสียงฮาได้ตลอดเวลา

    ซึ่งผมคงสอบตกในกรณีนี้ แต่ผมเชื่อว่าความแพรวพราวมันมีได้หลายลักษณะ

    เช่นยิงคำถามแพรวพราวก็ได้ หรือบางทีเขาตอบอะไรมา

    เราอาจจะแสดงความคิดเห็นอะไรกลับไป เป็นความแพรวพราวตรงนี้ก็ได้

    ไม่จำเป็นต้องมีมุกตลอดเวลา

     

       17) การเป็นพิธีกรคือโอาสที่ได้เรียนรู้ชีวิตของคน

    ได้แบบเรียนชีวิตโดยไม่ต้องซื้อหามา

    เป็นประสบการณ์ล้ำค่าที่ไม่มีอะไรทดแทนได้

    ผมเรียนรู้ชีวิตของชีวิตของผู้อื่น ผมได้ค้นพบว่าชีวิตไม่มีความแน่นอน

    เราต้องใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง

       ชีวิตเป็นสิ่งที่มีค่าและในยามที่เรายังมีลมหายใจอยู่

    เราน่าจะได้ใช้โอกาสนั้นทำความดี เป็นสิ่งที่เราจะทิ้งไว้ในโลกนี้

    มันเป็นมรดกของมนุษยชาติอย่างหนึ่งและคนอื่น อาจจะเรียนรู้ได้ในภายหลัง

     

       18). การมีชีวิตอยู่เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มาก เราทำให้ห้วงชีวิตเป็นอะไรก็ได้

    เป็นหนึ่งชีวิตที่เต็มไปด้วยคุณค่าหรือเราทำหนึ่งชีวิตของเราให้เป็นหนึ่งชีวิต

    ที่สร้างความทุกข์ใจให้กับใครสักคนหนึ่งไปตลอดชีวิตก็ได้

    ความยิ่งใหญ่ของชีวิตอยู่ที่ว่าเราจะเลือกใช้ชีวิตอย่างไร

     

       19) ผมไม่รู้ว่าจำนวนของคนที่เห็นแก่ตัวบนโลกนี้มีเท่าไหร่

    แต่ผมว่าความเห็นแก่ตัวมันเกิดขึ้นได้กับทุก ๆ คนแหละ

    มันคือการชั่งน้ำหนักในสิ่งที่เราจะทำ จริง ๆ

    แล้วก็คงเหมือนกับที่เขาพูดกันว่า

    ไม่ต้องเป็นคนดีเท่าไหร่หรอก ขอแค่เป็นคนเลวน้อยที่สุดก็พอแล้ว

     

       20) ความกตัญญูรู้คุณคนเป็นสิ่งที่ผมยึดถือเป็นหลักประจำใจ

    คนเราถ้าไม่รู้จักรู้พระคุณคน

    มันทำให้เราหลงลืมไปว่าเรามีชีวิตอยู่ทุกวันได้เพราะอะไร

    คนที่เขาให้เรามาบางทีเขาไม่ได้จดจำเพราะมั่นเป็นการให้ที่แท้จริง

    แต่การที่เราได้รับนั้นหมายถึงการได้ส่วนบุญที่ดีมา

    มันเปลี่ยนชีวิตเรามากเพียงพอที่เราควรจะจดจำว่าเรามาถึงฝั่งฝันนี้ได้อ่างไร

    มีใครบ้างที่ช่วยพยุงเรา ขณะที่เราว่ายน้ำข้ามมหาสมุทรมา

    การระลึกถึงพระคุณของคนเป็นสิ่งที่มนุษย์ประเสริฐเขาทำกัน

     

       21) คนที่เป็นผู้ให้ ในชีวิตผมมีมากและผมไม่มีวันที่จะลืมได้เลย

    ภรรยาผมเขาไม่เคยนึกถึงตัวเองเลย เขานึกถึงแต่ว่าทำอย่างไรสามีเขาจึงจะหาย

    ผมเรียนเรื่องธรรมชาติบำบัด ผมรู้สึกเอาเองว่าผมรับพลังดี ๆ จากธรรมชาติมาเยอะ

     

     

    เรียนรู้ที่จะรับพลังธรรมชาติจากต้นไม้ ใบหญ้า ผมรับรู้ถึงความปรารถนาดี

    ความหวังดีของคนจำนวนมาก คนเหล่านี้เป็นคนที่ผมไม่มีวันลืมไปจากชีวิตนี้

    แล้วก็ขอเจอกันทุกชาติไป ผมคิดว่าถ้าผมจะหาย ก็ได้ด้วยพลังรักที่เขามีต่อผม

     

       22) ทุกวันนี้ผมมองทุกอย่างด้วยสายตาเป็นกลางมากขึ้น

    ผมมองว่าถ้ามันจะเป็นความรู้สึกที่สุด ผมก็จะไม่ดีใจจนเกินเหตุ

    หรือถ้ามันจะทุกข์นัก ผมก็จะไม่ทุกข์มาก

    ผมจะอยู่ตรงกลางด้วยความหวังว่าวันของเราจะต้องมาถึง

    เราได้ฟังเรื่องมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นกับคนหลายคนที่เป็นมะเร็ง

    ใจผมก็อยากให้สิ่งนี้เกิดขึ้นกับผมบ้าง

    เมื่อไหร่ปฏิหาริย์จะเกิดขึ้นกับผมสักที

    ผมท้อแท้บ้าง แต่ผมไม่ยอมแพ้พ่าย ทำไมยังเจ็บปวด เศร้า ทุกขเวทนาอยู่เรื่อย

    แต่ผมปฏิเสธ ที่จะตายไปกับโรคนี้

     

       23) ผมเสียใจอยู่ตลอดมาที่มีเวลาให้กับครอบครัวน้อยเกินไป

    อยากบอกลูกว่า ถ้าพ่อเลือกได้ พ่อคงอยู่บ้านให้มากกว่านี้